ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกไม่กี่อึดใจคนไทยจะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ โฉมหน้านายกรัฐมนตรี โฉมหน้ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวง
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย
ตัวแทนองค์กรเอกชนไทยนี้ได้สะท้อนสเปกรัฐบาลที่ควรจะมีในรัฐบาลชุดใหม่
โดย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้า ในฐานะประธาน กกร. ให้ความเห็นว่า อยากให้รัฐบาลใหม่กรุณาสรรหารัฐมนตรีที่มีองค์ความรู้ เป็นผู้มีความสามารถเพียงพอในแต่ละด้านเพื่อดูแลแต่ละกระทรวงอย่างจริงจัง
เพราะสภาวะบ้านเมืองไทยที่รายล้อมด้วยปัญหาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการกีดกันการค้าต่างๆ
พร้อมระบุ หากไม่มีมืออาชีพหรือคนทำงานเป็นจริงๆ เข้ามา ประเทศไทยจะเหนื่อยและเดือดร้อนแน่นอน
นอกจากนี้หากจัดตั้งรัฐมนตรีตามโควต้า ปัญหาจะตามมาเยอะ ทำงานกันไม่ได้ จึงเป็นสิ่งที่หวังว่าจะได้คนมีฝีมือจริงเข้ามาทำงาน
ประธาน กกร.ยังชี้ว่า ตอนนี้ประเทศไทยมีงานรอให้ทำและแก้ไข อะไรก็ตามที่แก้ได้ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และรัฐมนตรีทั้งคณะต้องเร่งดูก่อนว่ากฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินและขับเคลื่อนธุรกิจต้องรีบแก้ไขด่วน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเกิดติดขัดไปหมด
โดยรัฐบาลใหม่ยังไม่จำเป็นต้องเริ่มแก้กฎหมาย ทำพระราชบัญญัติ อย่างน้อยต้องเริ่มจากการแก้กฎกระทรวงและประกาศของกรมที่เป็นอุปสรรค
พร้อมย้ำว่า เรื่องอะไรที่เดินได้ดีอยู่แล้วควรสานต่อ หากมีอะไรคาอยู่แล้วดีก็ทำต่อ ไม่ใช่มานั่งนับหนึ่งใหม่ เพราะจะไม่ทัน ในระยะสั้น แค่ทำตรงนี้ให้ได้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
เป็นเสียงสะท้อนที่ตรงประเด็น แทนใจหลายภาคส่วน
มาลุ้นกันว่ารัฐบาลใหม่จะฟัง และสนองตามนี้หรือไม่!!
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

