หน้าแรก จอดป้ายประชาชื่น วางรากฐานอุตฯ...

วางรากฐานอุตฯ!!

1.09.26 | 09:08 น.
วางรากฐานอุตฯ!!

วางรากฐานอุตฯ!!


เทรนด์โลกในปัจจุบันคือการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาการประกอบกิจการโรงงานที่ละเลยกฎหมายยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบันรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม ปรับแนวทางการดำเนินงานกำกับดูแล ส่งเสริมให้สถานประกอบการอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อัพเดตข้อมูลการแก้ไขปัญหาการประกอบการที่ผิดกฎหมายและการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและสารเคมีอันตราย

Advertisement

เดินหน้าลุยวางรากฐานใหม่ ปรับวิธีการตรวจกำกับโรงงานเชิงรุก ตั้งแต่ปรับแผนการตรวจโรงงาน นำเทคโนโลยีที่แม่นยำมาใช้ในการตรวจกำกับ ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และปรับแก้กฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจอุตสาหกรรมปัจจุบันและอนาคต

ปัจจุบันได้ปรับแนวทางและกลไกตรวจกำกับดูแลโรงงานทั่วประเทศ ปรับเปลี่ยนแผนตรวจโรงงานรูปแบบใหม่ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยตรวจสอบ ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลการประกอบการ ช่วยชี้เป้าได้ตรงจุด เข้าตรวจสอบโรงงานได้ทันที

ที่ทำเอาโรงงานเกเรออกอาการ “ขนหัวลุก” คือ ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด โรงงานที่ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง “จะสั่งให้หยุดโรงงานในทันที”

เป็นการยกระดับจากแนวทางปฏิบัติแบบเดิมที่สั่งเพียงปรับปรุงแก้ไขโรงงาน โรงงานดังกล่าวยังคงเดินเครื่องจักรผลิตได้อยู่ แต่ “พบพฤติกรรมประวิงเวลาขอขยายระยะเวลาปรับปรุงแก้ไขโรงงานต่อเนื่องนานหลายเดือน” ในขณะที่โทษปรับทางอาญาก็ต่ำเกินกว่าจะสร้างความเกรงกลัว โรงงานบางแห่งจึงมองค่าปรับเป็นเพียงต้นทุนในการทำธุรกิจที่คุ้มเสี่ยง

“การปรับกลไกเป็นการสั่งหยุดโรงงานในทันที” จึงเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจและบทเรียนเชิงลงโทษจากผลกระทบทางธุรกิจ เพื่อเร่งรัดให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงานจากการวางรากฐานใหม่ ทำให้ปี 2569 ตรวจสอบพบการประกอบกิจการโรงงานผิดกฎหมาย 767 ราย สั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานแล้ว 131 ราย สั่งปรับปรุงแก้ไขโรงงานกว่า 636 โรงงาน ดำเนินคดีไปกว่า 391 ราย ซึ่งกว่า 53% เป็นโรงงานในพื้นที่ EEC และจังหวัดปริมณฑล

ช่วยคืนพื้นที่เศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการที่ดีไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท

ปิยะวรรณ ผลเจริญ