
…อย่างเป็นทางการ ตามการประกาศของ “ผู้บริหาร” แบบย้ำในหลายวาระ ประเทศเข้าสู่โหมด “เตรียมเลือกตั้ง” แม้ “กุมภาพันธ์-พฤษภาคม” จะให้ความรู้สึกว่ายังอีกยาว แต่สำหรับ “นักการเมือง” ที่ร้างเวทีเข้าสู่ปีที่ 5 กันแล้ว ย่อมโหยหาในระดับแว่วสัญญาณทุกอย่างว่าเป็น “ปี่กลอง” ให้เริ่มร่ายรำ “ไหว้ครู” พร้อมสู้ศึกกันได้ ทว่านั่นดูจะเป็นแค่ “คิดกันไปเอง” เพราะเอาเข้าจริง หากดูเรื่องราวที่เกิดขึ้น “สถานการณ์” ยังไม่มีอะไรที่จะเป็นสัญญาณสะท้อนว่า “เสรีภาพในการขับเคลื่อนทางการเมือง” เกิดขึ้นแล้ว
…ในความเป็นไป ณ ปัจจุบัน ทางหนึ่งอาจจะเห็น “กระบวนการสร้างพรรคการเมืองแบบเข้มข้นและหวังผลได้หลังการเลือกตั้ง” เพื่อสนับสนุน “กลุ่มผู้มีอำนาจ” แต่อีกทางหนึ่ง “ยังไม่มีประกาศปลดล็อกให้พรรคการเมืองเก่าทำกิจกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานมวลชนได้” ทุกอย่างที่ “นักการเมืองเคลื่อนไหว” ย่อมง่ายต่อการตีความว่า “ขัดคำสั่ง” และเป็นความผิดได้ทุกเมื่อ การก้าวข้ามความเป็นจริงนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับนักการเมือง “ความเข้าใจผิดไป” หรือ “คิดไปเอง” ว่า “มีเสรีภาพแล้ว” เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี
…และจะว่าไป “คำสั่ง” ที่ถือว่าเป็น “กฎหมาย” ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการใช้มาควบคุมสถานการณ์มากขึ้น หลายคนทำท่าจะออกอาการ “งง” ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชะตากรรมของตัวเอง ทั้งที่จะว่าไปแล้วหากย้อนคิดให้ดี ที่ผ่านมา “การให้เสรีภาพในการคิดต่างอย่างเป็นทางการ” ยังไม่เคยมีประกาศออกมา ที่แสดงออกกันอยู่ได้บ้างแค่ “ผู้มีอำนาจยังไม่เอาเรื่อง” แน่นอน ในความหมายที่ว่า “จะเอาเรื่องเมื่อไรก็ได้”
…ไม่เพียง “การเมือง” ที่ยังห่างไกลจาก “อำนาจประชาชน” ความเป็นไปทางเศรษฐกิจในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์ควรต้องจับตามองไม่น้อย ก่อนหน้านั้นพูดกันแค่ “การทำมาหากินที่ฝืดเคืองลง-ความลำบากของธุรกิจขนาดย่อม ขนาดกลาง” วันนี้ไปไกลกว่านั้น “วิกฤตหนี้” ลามไปทุกวงการ ข่าว “เบี้ยวหนี้” มาแทนปัญหาปากท้องธรรมดา ที่สำคัญ “ความเห็นอกเห็นใจ” ของ “เพื่อนร่วมสังคม” มีให้กันและกันน้อยลง เป็น “โชคดี” ของ “ผู้บริหารประเทศ” ที่กระแสตอบรับ “ปัญหาไม่มีปัญญาใช้หนี้” ไม่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แค่ให้ “ผู้ก่อหนี้” รับผิดชอบเอาเอง
…ลามไปเรื่อยๆ จาก “หนี้ครู” ที่มองไม่เห็นทางแก้ไข ทั้งที่ส่งผลต่อ “คุณภาพการศึกษาของชาติ” หนักหน่วง มาเป็น “หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” ที่จ่อว่าจะก่อปัญหาต่อ “โอกาสทางการศึกษาของคนรุ่นหลัง” ที่ได้รับผลกระทบจาก “รุ่นพี่ไม่ใช้หนี้” วันนี้เลยไปถึง “หนี้เกษตรกร” ที่เป็นผลตามมาจาก “การเลิกช่วยดูแลราคาพืชผลการเกษตร”
…ที่เป็น “ขยะใต้พรม” ยังไม่ได้พูดกันจริงจังคือ “วิกฤตหนี้ GEN Y” ที่สถาบันด้านการเงินทั้งหลาย กำลังปวดหัวกันหนัก ว่าจะคลี่คลายอย่างไร กับ “พฤติกรรมการใช้เงินเกินตัวของคนวัยทำงาน” ทำให้ “ชีวิตเต็มไปด้วยหนี้ทั้งในระบบ นอกระบบ” ทำนอง “รายได้ต่ำ” เพราะสภาวะเศรษฐกิจไม่อนุญาตให้ “เพิ่มขึ้น” แต่ “รสนิยมสูง” ด้วยแรงจาก “การหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าทั่วโลก” และการสั่งซื้อที่ “ง่ายดาย” ขึ้น เป็นเรื่องที่จะสร้างปัญหาอื่นตามมาต่อเนื่องในหลายด้าน “ความเครียดของกำลังซื้อ” จะส่งผลสะเทือนไปในหลายมิติ
…ชัดเจนมากขึ้นคือ “ความรุนแรงทางสังคม” ในช่วงที่ผ่านมา “คดีอาชญากรรม” ที่สะท้อน “ความพิกลพิการทางจิต” ของ “อาชญากร” มีให้ได้เห็นมากขึ้น สำหรับผู้ที่เดินอยู่ในสังคม มีใครบ้างไม่รู้ว่า “พ่อแม่ผู้ปกครอง” ที่ส่งลูกส่งหลานเข้ามาเรียนในเมือง ไม่ว่าจะเป็น “กรุงเทพฯ” หรือ “หัวเมืองใหญ่” อันห่างสายตาที่จะระแวดระวัง “อนาคต” ของบุตรหลานที่เคลื่อนไปในสังคมที่เห็น “ความฟุ้งเฟ้อ” เป็นเรื่องจำเป็น เป็น “เทรนด์ของชีวิต” นั้น น่าห่วงแค่ไหน




กีรติพรานนท์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จัดแถลงข่าวเปิดตัว Data Tech Academy และเปิดตัวหลักสูตร Data Science Technology สถาบันแห่งแรกในประเทศไทย โดยมี ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีและวิทยากรรับเชิญร่วมแชร์ประสบการณ์ ณ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

ลิ้มทองกุล, นพ.พินิจ กุลละวณิชย์, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร และพระนาย สุวรรณรัฐ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องราชมณเฑียร รร.มณเฑียร กรุงเทพฯ

จากสถาบันมาตรวิทยา ประเทศอุซเบกิสถาน ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


