

ตู้แช่วัคซีน – ภานุ แย้มศรี ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา รับมอบตู้แช่วัคซีนโควิด-19 ที่มีระบบตรวจสอบอุณหภูมิทางไกลหรือ IOT จำนวน 1 เครื่อง จาก ธนานันต์ สุวรรณโพธิ์รุ่ง ผจก.ทั่วไป บริษัท ธนวรรณเครื่องเย็น จำกัด ผู้ผลิตตู้แช่วัคซีนโควิด-19 พร้อมทำการส่งมอบให้ นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆ นี้

ปล่อยปลา – ชวิศ ยงเห็นเจริญ กก.ผจก.ภายใต้แบรนด์ POP ร่วมด้วย วิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กก.บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง จัดกิจกรรม ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ โดยมี รัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ร่วมงาน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

อบรมแต่งหน้า – สุวภา ศิริวรรณ หัวหน้าหน่วยอบรมการแต่งหน้าและพัฒนาบุคลิกภาพ นำทีมเมกอัพอาร์ติสต์จากค่าย OCC GROUP จัดอบรมแต่งหน้า สีสันเพิ่มออร่าเมื่อใส่ผ้าไทย แนะนำการเตรียมผิวหน้าและเทคนิคการลงรองพื้นให้ผิวฉ่ำดูธรรมชาติ ให้แก่พนักงานขายเครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) เพื่อพัฒนาทักษะการแต่งหน้าให้ทันสมัย ณ ห้องประชุม 101 อาคารโอซีซี เมื่อเร็วๆ นี้

มอบน้ำดื่ม – บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดย ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนมอบน้ำดื่มให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสู้ภัยโควิด-19 และสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ณ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้

อุปกรณ์ฝึกฝน – คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ผศ.เซง เลิศมโนรัตน์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จัดอบรมและส่งมอบอุปกรณ์นวัตกรรม ฝึกฝน อุปกรณ์บำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดทางสมองด้วยเกมแอนิเมชั่น ที่ได้รับการออกแบบตามหลักวิชาการแก่นักกิจกรรมบำบัด จาก 16 โรงพยาบาลภาคใต้และภาคตะวันออก วัตถุประสงค์เพื่อให้นวัตกรรม ฝึกฝน ได้กระจายสู่โรงพยาบาลชุมชนอย่างทั่วถึง
…ความผิดพลาดของ การบริหารสถานการณ์โควิดระบาด ที่ผ่านมาทั้งหมด อยู่ที่ เอาดีมารวมศูนย์ แล้ว เอาชั่วกระจายสู่ท้องถิ่น อธิบายง่ายๆ คือ มาตรการที่เกี่ยวกับความช่วยเหลือ ที่ทำให้ ได้หน้า ได้ความชื่นชอบ ได้ความนิยม ซึ่งคือ โครงการแจกเงินทั้งหลาย หรือ การจัดซื้อ จัดจ้าง อันหมายถึงอำนาจในการใช้ งบประมาณของรัฐ อย่าง การจัดซื้อน้ำยาตรวจเชื้อ วัคซีน หรืออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นอื่นๆ ถูก รวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่ผู้คุมอำนาจส่วนกลาง เป็นการ เอาดีใส่ตัว
…ส่วนในเรื่องที่จะบังคับให้ทำตาม และลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่ว่าจะเป็น การล็อกดาวน์พื้นที่-ห้ามเข้าจังหวัด-ต้องกักตัว-ปรับคนไม่สวมหน้ากาก-คำสั่งให้ปิดกิจการ และอื่น ที่จะสร้างความหงุดหงิด รำคาญให้ผู้คน มีคำสั่งให้เป็น อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บริหารท้องถิ่น ไปจัดการ เป็นการ เอาชั่วใส่คนอื่น
…ไม่ว่าจะหวังหรือไม่ก็ตามว่า คะแนนนิยมต่ออำนาจรวมศูนย์จะมากมาย เพราะทำแต่เรื่อง ให้ และ ไม่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ แต่ถึงที่สุดแล้ว ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ความศรัทธาที่ควรจะได้รับ กลับระเนระนาดในพริบตา เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ประชาชนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการที่ดูคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ ความรู้สึกหงุดหงิดอาจจะมีบ้างแต่ไม่มาก ส่วนใหญ่รับสภาพได้ กลับกลายเป็นว่า ความล้มเหลว เกิดจากการจัดการของ ศูนย์กลางอำนาจ มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การตรวจหาเชื้อ ที่ไม่ทั่วถึง การบริหารการรักษาพยาบาล ที่เกิดเหตุการณ์ รอเตียงจนตาย ที่หนักสุดเป็น การฉีดวัคซีน ที่ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า
ใครจะได้ฉีดเมื่อไร แต่ การจัดการลงทะเบียนเพื่อให้รู้คิว ยังทำไม่ได้ โกลาหลขนาดที่ ภาคเอกชน ต้องออกมาเคลื่อนไหว ขอเข้ามาจัดการเอง
…ความล้มเหลวเกิดกับการจัดการของ อำนาจรวมศูนย์ ขณะที่ การบริหารโดยท้องถิ่น ไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก เพราะ ประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือ ดังนั้นจึงประหลาดอย่างยิ่ง ที่หลังจาก ความล้มเหลวแสดงตัวชัด วิธีการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำกลับเป็น ยิ่งรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่ตัวเอง โดยให้ คณะรัฐมนตรี ผ่านมติ ให้อำนาจตาม พ.ร.บ.41 ฉบับ มาขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีคนเดียว เป็นการนำอำนาจมาไว้กับ กลไกที่พิสูจน์แล้วว่านำสู่ความล้มเหลวที่สุด
…การรวบอำนาจทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเอง ที่อาจจะเข้าใจได้ว่า ผู้นำประเทศคนนี้ อุ่นใจที่รู้สึกว่า อำนาจอยูู่ที่ตัวเอง ทั้งที่แม้ไม่มี มติ ครม. ดังกล่าว อำนาจทุกอย่างก็ร่วมศูนย์อยู่แล้ว เพราะ นายกรัฐมนตรี
ผู้นี้ ออกคำสั่งให้ตัวเอง นั่งหัวโต๊ะ ในทุก คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง อยู่แล้ว การหาทางให้ รวมศูนย์อำนาจ ในทุกช่องทางมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าไปแล้ว ยิ่งสะท้อนความไร้ความสามารถในการบริหารอำนาจ เป็นเพียงการบอกว่า ตัวเองไม่มีอำนาจ อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่ไม่มี ปฏิเสธอำนาจ ที่มีอยู่
…ไม่เพียงแต่ จนป่านนี้ เมื่อความล้มเหลวเกิดขึ้น ยังหาทางอ้างว่า ตัวเองไม่มีอำนาจ และหาทาง รวมศูนย์อำนาจ ไม่รู้หยุด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังแสดงถึงอาการ ประสาทเสีย โดยสั่งทีมงาน เช็กรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ว่าใคร นินทาว่าร้าย ตัวเองไว้ที่ไหนบ้างไม่เพียงทุกข์ร้อนกับ การคิดเอาเองว่าตัวเองไม่มีอำนาจ แต่ยัง หัวเสีย และ รับไม่ได้ ที่จะ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยใช้คำเรียก การแสดงความเห็นแตกต่าง-การเมือง ถูกมองในแง่ไม่ดี ว่า นินทา แล้ววุ่นวายกับ เรื่องธรรมดาของโลก ขนาดจะ ปรับให้พ้น ครม. เรียก โควต้า รมต. ที่แบ่งกันตามจำนวน ส.ส.ของพรรค มาเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่น่าจะเป็นการอ้างถึง 250 ส.ว. ที่ใช้อำนาจแต่งตั้งเข้ามา
…เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามจึงน่าจะอยู่ที่ว่า ชวน หลีกภัย-เนวิน ชิดชอบ-ครอบครัวศิลปอาชา-สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เสพวาสนาจาก อำนาจประชาชน ยังทนกับ การเมือง ที่ไม่เห็นหัว ผู้แทนประชาชน แบบนี้ได้อย่างไร
ชโลทร
