

ลงนาม – จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ โดยมี สมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ ยูอิชิ ฮิงุชิ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ เป็นผู้ลงนาม โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ณ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้

รับมอบ – นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร รับมอบเครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 10 ชุด และระบบแจ้งเตือนรวมศูนย์ระบบไร้สาย 1 ชุด มูลค่ารวม 1,250,000 บาท จากบริษัท ฐาปนินทร์ จำกัด ให้ รพ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

บริจาคเงิน – บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย โพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ, ยุพา ล่ำซำ, สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นวลพรรณ ล่ำซำ ร่วมบริจาคเงิน 1,000,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลราชวิถี โดยมี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี พญ.สุมิตษิ์ตรา ปิยะณัตดิ์พูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านกิจกรรมพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี รับมอบ เพื่อนำเงินดังกล่าวใช้ในการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมื่อเร็วๆ นี้

ช่วยศูนย์พักคอย – ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร รับมอบชุดที่นอนอเนกประสงค์ จำนวน 500 ชุด สำหรับศูนย์พักคอยรอการส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 แห่ง ใน 5 เขตพื้นที่ ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตพระนคร เขตสะพานสูง เขตดอนเมือง และเขตบางกะปิ จากสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบุคคลและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ณ บริเวณหน้าห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เมื่อเร็วๆ นี้

ตรวจเยี่ยม – วรวิทย์ เจนธนากุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานบริหารทั่วไป พร้อมด้วย ณฤกษ์ มางเขียว รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนแก่พนักงานของซีพีเอฟ หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี พญ.บริมาส เจริญจิตต์ ผู้แทนโรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ ร่วมด้วย ณ โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก เมื่อเร็วๆ นี้
⦁…ตัวเลขรายวัน “ติดเชื้อจ่อหมื่น-ตายจ่อร้อย” ทำให้ “ผู้มีอำนาจ” สงบปากสงบคำกันเป็นแถว แต่โลกยุุครื้อคำพูดเก่าๆ มาเผยแพร่ได้ง่าย แต่ละคำที่พล่ามกันไว้จึงย้อนมา “ตีแสกหน้าคนพูด” แบบรัวๆ เพราะเอาเข้าจริงที่พูดมาแทบทั้งหมด “ทำตรงกันข้าม” เสียเป็นส่วนใหญ่ อย่าง “ผมไม่ยอมให้เป็นประเทศทดลอง ผมต้องมั่นใจก่อนว่าวัคซีนนั้นปลอดภัย ถึงนำมาฉีดกับคนไทยได้” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าไว้ เช่นเดียวกับที่ อนุทิน ชาญวีรกูล บอก “ผมไม่ยอมให้ไทยเป็นหนูทดลองยา” วันนี้คำสั่งฉีดวัคซีนเข็มแรก กับเข็มสอง “คนละยี่ห้อ” ซึ่งไม่เคยมีผลการทดสอบที่เป็นทางการจากประเทศทั่วโลก และ “องค์การอนามัยโลก” ออกมาเตือนว่า “อันตราย” เป็นคำถามว่า “คนไทยถูกทดลองยา” หรือไม่
⦁…ความพยายามลดการระบาด ด้วย “ควบคุมการเดินทาง” และ “เวลาชีวิตช่วงกลางคืน” ดูจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนนักว่าจะแก้ปัญหาได้ ด้วยข้อเสนอก่อนหน้านั้นคือ “ตรวจเข้ม” แยกคนติดเชื้อกับไม่ติดออกจากกันให้สำเร็จ แล้ว “ซีลคนติดเชื้อ-ฉีควัคซีนให้คนไม่ติด” ไม่ได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจ การปล่อยให้เชื่อกระจายด้วยคำสั่ง “ปิดเมือง” ยิ่งทำให้ผู้คนส่ายหัวแม้จะพลิกกลับ “อนุมัติให้ใช้การตรวจแบบเร่งด่วนด้วยตัวเองได้” และ “ปรับแผนฉีดวัคซีน” ลดการใช้ “ยี่ห้อที่มีปัญหา” แต่ดูเหมือน “ไม่ทันกาล”
⦁…สภาพโกลาหล คำสั่งสร้างความอึดอัดให้ผู้ปฏิบัติ เพราะ “คำตอบทางวิชาการสับสน” เสี่ยงต่อการ “ถูกฟ้อง” หากเกิดความเสียหายต่อชีวิตผู้คน เข็มแรก “ซิโนแวค” เข็มสองเป็น “แอสตร้าเซนเนก้า” เข็มสามเป็น “โมเดอร์นา หรือไฟเซอร์” ไม่มีข้อมููลยืนยันความปลอดภัย กลับกลายเป็นปรับกฎหมายให้ “คนที่นำเสนอข้อมูลที่ทำให้กลัวมีความผิด” แม้ข้อมูลนั้นจะ “เป็นความจริง” แบบนี้ ถ้าไม่เรียกว่า “บ้าไปแล้ว” จะเรียกว่าอะไร
⦁…เพราะทุกข์ที่ท่วมแผ่นดิน ประชาชนตื่นกลัว แต่หา “วัคซีน” มาฉีดไม่ได้ ที่ลงทะเบียนไว้ เลื่อนแล้วเลื่อนอีกแบบ “ไม่รู้อนาคต” ข่าวคนป่วยทุรนทุราย “ตายอย่างสิ้นหวังคาบ้าน” เกิดขึ้นทั่วไป ต่อหน้าต่อตา “คู่ชีวิต” และ “ลูกหลาน” เป็นที่น่าสลด ขณะ “สัปเหร่อ” ขอให้เพื่อนต่างวัด “ช่วยรับศพไปเผา” เพราะ “เมรุใช้งานหนัก” เสี่ยงที่จะรับไม่ไหว ภาพคนรอตรวจ รอเตียงมากมาย น่าเวทนา ท่ามกลาง “คลิปสนุกสนานรื่นเริง” ของ “คณะรัฐมนตรี” แพร่ไปทั่ว ยืนยัน “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน”
⦁…เสียง “ไม่ไหวแล้ว” และกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ “พล.อ.ประยุทธ์” โดนหนักสุด จนแบบจะ “ไม่มีหน้าโผล่มาแสดงความโอ่อ่าของบารมี” เหมือนก่อนหน้านั้น แต่ที่หนักไม่แพ้กันคือ “พรรคร่วมรัฐบาล” โดยเฉพาะ “ประชาธิปัตย์” ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุด เนื่องจากได้รับการคาดหวังว่าจะเป็น “หลักให้ประชาชนอาศัยแอบอิง” ต่างกับ “พรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่น” ที่ประชาชนรู้อยู่ว่า “ตั้้งขึ้นเพื่อแสวงอำนาจ” ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้แต่เริ่มต้น จึงน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งต่อท่าทีของ “ประชาธิปัตย์” ที่ดูจะปฏิเสธความหวังของประชาชนอย่างสิ้นเชิง ยอมถอยไปเป็น “พรรคที่หวังอะไรไม่ได้” อย่างหน้าตาเฉย
⦁…โควิดระลอกนี้ ไม่ใช่แต่ “บริษัท ห้างร้าน ตลาดสด ร้านรวงต่างๆ” ทำมาหากินไม่ได้ แม้แต่ “รัฐสภา” ยังต้องหยุดทำหน้าที่ ต้อง “ปิดประชุม” ขณะ ครม. ตกสภาพ “รัฐบาลเรือแป๊ะรั่ว” เรียกร้องให้ทุกคนช่วยกัน “วิดน้ำ” ทำให้ “ความหวังที่จะรอดของประชาชน” ฝากไว้กับ “ข้าวล้านกล่อง” โปรเจ็กต์ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มี รมต.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขับเคลื่อน
⦁…แม้สารพัดเรื่องราวจะสับสนอลหม่าน แต่มีแนวโน้มเรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนจะไปในทางที่เป็นความหวัง “ความเป็นหนึ่งเดียวของกระแสประชาชน” เริ่มกระชับให้เห็นพลังร่วมมากขึ้น แน่นอนว่า “ความเห็นต่าง” ยังมี แต่เริ่ม “กระเซ็นกระสาย” ชนิดที่แอบหยอดกันเฉพาะกลุ่ม เฉพาะวง ปรากฏการณ์นี้เป็นนิมิตหมายได้ว่า “เรือแป๊ะ” ที่ถูกลาก “ถอยหลังเข้าคลอง” ไม่น่าจะเข้าถ้ำลึกไปกว่านี้ได้แล้ว
⦁…“ยอดผู้ติดเชื้อ–เสียชีวิต เพิ่มทุกวันจนกลายเป็นภาวะวิกฤตด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถ้าใครถึงคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ชนิดไหนก็ฉีดไปก่อนเลย เพราะถึงจะป้องกันการติดเชื้อได้ไม่เท่ากัน แต่ป้องกันป่วยหนัก เสียชีวิตได้ทุกชนิด ฉะนั้นฉีดเถอะ..ไม่ต้องรอ”
ชโลทร
