

มอบเครื่องผลิตออกซิเจน – ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ก่อตั้งทีมเพื่อนชัชชาติ พร้อมคณะทีมงานร่วมส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนให้กับโรงพยาบาลโรงแรม (Hospitel) ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 25 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการทำงานสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจ โดยมีทีมแพทย์โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เป็นผู้รับมอบ ณ RPP Hospitel พร้อมกันนี้ ทีมเพื่อนชัชชาติยังได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจนให้กับกลุ่มคลองเตยดีจัง จำนวน 5 เครื่อง เมื่อเร็วๆ นี้

เยี่ยมศูนย์พักคอย – พอฤทัย ณรงค์เดช กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ทินกร ปลอดภัย นายกสโมสรกีฬามีนบุรี และทวีศักดิ์ คิ้วทอง
ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เยี่ยมชมพื้นที่ของวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีที่ได้ปรับมาเป็นศูนย์
พักคอย (Community Isolation) รองรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว โดยมีโรงพยาบาลนวเวชเป็นผู้บริหารจัดการผู้ป่วย เมื่อเร็วๆ นี้

มอบหน้ากาก – รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับมอบหน้ากากอนามัย N95 จาก กมลนัย ชัยเฉนียน ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมี ผศ.นพ.ประกาศิต สงวนจิต ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและแผน ร่วมรับมอบ ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้

ช่วยหมอ – กุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (สวทช.) รับมอบอาหารจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในโครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19 เพื่อสนับสนุนทีมแพทย์และผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ โดยมี ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และชาวซีพีเอฟ จิตอาสา เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมส่งมอบ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เมื่อเร็วๆ นี้

หนุนวิจัย – ผศ.นสพ.ดร.ขวัญชาย เครือสุคนธ์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับมอบเงินจำนวน 100,000 บาท จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี ประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) เป็นผู้แทนบริษัทฯมอบ เพื่อร่วมสนับสนุนการวิจัย การปลูกพืช อาหารช้างที่มีคุณภาพเพื่อความยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้
…ในวันที่ประเทศไทยยอดคนป่วยโควิดทะลุไป 20,000 กว่า คนตาย 188 หมอบุญ วนาสิน ประกาศยกธงขาว ล้มดีลการซื้อวัคซีน mRNA 20 ล้านโดส ที่พยายามอย่างหนักหน่วงมายาวนาน ทิ้งเงินมัดจำไป 2 รอบ ด้วยเหตุผลไม่มีอะไรมากกว่าข้อจำกัดที่ว่า ต้องจัดซื้อโดยหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ลงตัวว่าหน่วยงานไหนจะช่วยเป็นเจ้าภาพให้ ท่ามกลางสถานการณ์ประเทศ ขาดแคลนวัคซีนคุณภาพ ระดับ ชนชั้นนำ ต้องวิ่งกันขาขวิด เพื่อแย่งโควต้า วัคซีนที่ได้รับบริจาคมา โดยที่ อำนาจล้นฟ้า ช่วยอะไรเรื่องนี้ไม่ได้ เก่งแค่ คำสั่งปิดปาก ไม่ให้พูดเรื่องที่ทำให้ ตื่นกลัว
…ที่แย่งกันหัวจะขวิดกันตายคือ ไฟเซอร์ ซึ่งมีแต่ที่ได้รับบริจาคมา การจัดหาโดยซื้อเอง ยังมองไม่เห็นอนาคต ที่น่าอเนจอนาถคือ ซิโนแวค ที่ขนซื้อกันมาบานตะไท หาคนไปฉีดไม่ได้ แม้จะรู้ว่า
ที่ไหนเปิดฉีด ผู้คนจะแห่กันไปหาทางรอดให้ชีวิตกันมืดฟ้ามัวดิน แต่พอรู้ว่าเป็น ซิโนแวค ต่างพากันส่ายหน้า ฉีดให้ฟรียังไม่อยากยินยอมพร้อมใจ
…ประหลาดเกินความเข้าใจคือ การบริหารวัคซีน ที่พูดกันมา ปีกว่า จนป่านนี้ ยังไม่มีอะไรที่ให้ความรู้สึกว่า เป็นความหวังมากขึ้น ที่ดูจะลดลงไปบ้างก็เป็น ความอวดเก่ง ปากดี ที่ทำให้เสียเวลาคิดแก้ปัญหา แต่ก็อีกนั่นแหละ มันก็ ลดลงไปแค่นิดหน่อย
…หากใครติดตามการโพสต์ของ อาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์แบบรายวัน จะค่อยเข้าใจ อาการหมดสภาพของ ระบบสาธารณสุขที่จะรับมือกับความป่วย
ความตาย ของประชาชน ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ที่ชวนให้ตื่นกลัว ยิ่งกว่าอย่างอื่นคือ ความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่จนป่านนี้ยังพลิกขึ้นมาเป็น ความหวัง ให้การอยู่รอดของประชาชนไม่ได้ มีแต่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมทุกเรื่อง
…งบ 16,000 ล้าน ที่ เพื่อไทย ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล มาเป็น งบกลาง ให้สิทธิขาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งใช้ แม้จะพยายามอธิบายด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องทุ่มช่วยความเดือดร้อนจากโควิด และ จะตรวจสอบการใช้อย่างเต็มที่ น่าจะยากที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ เพราะกลายเป็น ยืนอยู่คนละจุด กับเป้าหมายที่ กระแสที่เกิดจากความอึดอัดของประชาชน ไปแล้ว การตัดสินใจ เรื่องนี้ของ เพื่อไทย อ่อนไหวยิ่งต่อกระแสประชาชน ที่ ระอาเต็มที กับ ผู้นำ
…เมื่อเป้าหมายหนึ่งเดียวของการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ประยุทธ์ต้องออกไป นั้นหมายถึงหากจะเคลื่อนเป็นกระแสเดียวกัน เพื่อไทย ต้องปิดทุกโอกาสของ ประยุทธ์ ส่วนใครจะใช้งบช่วยความเดือดร้อนจากโควิดเป็นเรื่องที่ต้องหาทางออก โดยไม่ขัดกับเป้าหมายของภาคประชาชน การตัดสินใจอย่างไม่ยึดมั่นในเป้าหมาย ย่อมเสี่ยงต่อความไม่เข้าใจกันและกัน
…เชื่อกันว่า วิกฤตโควิด และ การบริหารจัดการที่ล้มเหลว การใช้อำนาจที่นอกลู่นอกทางจาก ปัญหาที่ควรจะแก้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมือง เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่า อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ที่ไม่ได้มาจากพลังบริสุทธิ์ของประชาชน ไม่สามารถคลี่คลายความเดือดร้อนได้ เพราะ คิดถึงความอยู่รอดของประชาชนน้อยกว่าความอยู่รอดของตัวเองและพวกพ้อง การแสดงออกของ นักการเมือง ที่สะท้อนถึงความคลุมเครือทางความคิด จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการวิเคราะห์ลึกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
ผลประโยชน์เบื้องหลัง และ ระบบคิดที่แท้จริง
ชโลทร
