เรียงคนมาเป็นข่าว : ประจำวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2564

31.12.21 | 13:05 น.
พิธีเปิดอุทยาน - สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี พร้อมด้วย อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีต อสส. พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี เเละไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดอุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เเละข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ร่วมงานคับคั่ง เมื่อเร็วๆ นี้

แจกโชคใหญ่ – ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดงาน ออกรางวัล เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคระดับประเทศ ประจำปี 2564Ž แจกโชคครั้งยิ่งใหญ่ รับปีใหม่ มูลค่ารวม 29 ล้านบาท ปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ธ.ก.ส.ทวีโชคปีทอง ยิ่งออม ยิ่งลุ้นŽ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องการออม ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

กำลังใจ – ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบเครื่องดื่มสมุนไพรสกัดซุปเปอร์ไฟต์ จำนวน 52,800 ขวด ให้แก่ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, อนุศาสตร์ สระทองเวียน และ กัญญ์วรา กิรติเสวี ร่วมในพิธีด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเร็วๆ นี้

Advertisement

คนสำคัญ – นลินัส มัคคพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายจิวเวลรี่ชั้นสูงแห่ง Van Cleef & Arpels ประเทศไทย
จัดเลี้ยงขอบคุณให้กับลูกค้าคนสำคัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ พร้อมฉลองวันเกิดให้กับ
เอกภัทร พรประภา โดยมี จรรยา สว่างจิตร, พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจและอรรณพ – อรพินธุ์ พรประภา ร่วมอวยพรด้วย ที่ ห้องเลอ นอร์มังดี บาย อลัง รูซ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
เมื่อเร็วๆ นี้

เวทีเสวนา – นราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดเวทีหารือสาธารณะ เพื่อพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตชาวสวนมะม่วง ในหัวข้อ การขยายตัวตลาดใหม่ของมะม่วงไทยŽ ภายใต้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมชาวสวนมะม่วงไทยร่วมกับสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทยและหน่วยงานพันธมิตร กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดี เมื่อเร็วๆ นี้

คว้ารางวัล – ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับมอบรางวัลระดับดีเยี่ยม (Gold Level) ในโครงการส่งเสริมสำนักงาน สีเขียว (Green Office) จาก ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อเร็วๆ นี้

ครบรอบ 13 ปี – เรเน่ บาล์มเมอร์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ และแดเนียล เคอร์
ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ นำคณะผู้บริหาร ฉลองครบรอบ 13 ปีของโรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยผู้เข้าร่วมงานทุกท่านปฏิบัติตามหลัก Chatrium Promise มาตรการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของโรงแรม เมื่อเร็วๆ นี้

 

⦁…ผ่านไปอีก 2564 เริ่ม 2565 เป็นอีกฉากของ 7 ปีภายใต้อำนาจนิยมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนบริหารจัดการอยู่หัวแถว ภาพรวมสะท้อนให้เห็นความเลวร้ายขึ้นเรื่อย “ไม่เห็นความรู้ความสามารถ-ชัดเจนสอพลอ-เศรษฐกิจทรุด-ประชาธิปไตยเสื่อมทราม-สังคมเส็งเคร็งด้วยความเหลื่อมล้ำขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” ความหวังคนรุ่นใหม่ถูกบีบอัด กดข่มให้สยบจำนนต่อ “รอรับเศษความสำเร็จจากผู้ครองอำนาจและทุนผูกขาด” แม้ทุกหัวใจที่รักในเสรี เสมอภาค จะไม่ยินยอม แต่ดูว่าพลังจะถูกทำลายจนไม่เพียงพอจะโงหัวขึ้นได้

⦁…ดูจาก “ฉายา” สื่อมวลชนซึ่งถือเป็น “ผู้ใกล้ชิด” ซ้ำยังต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ต่อ “แหล่งข่าวสำคัญ” ยังตั้งให้ “รัฐบาล” ได้ชื่อว่า “ยื้อยุทธ์” และ “นายกรัฐมนตรี” ได้ชื่อ “ชำรุดยุทธ์โทรม” เป็นความหมายของ “ความสิ้นหวัง” ที่วางทาบบน “อนาคตของประเทศ” ยิ่งคำอธิบาย “ยื้อให้อยู่เพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง” และ “เสื่อมโทรมจนหมดสภาพ สิ้นศักยภาพที่อย่าว่าแต่จะมีความสามารถในการพัฒนาประเทศเลย แค่รับมือไม่ให้ทุกสิ่งอย่างพังทลายไปกว่านี้ก็ยังยาก”

⦁…กลับยังไม่มีคำตอบว่าอีกกี่ “ชีวิตประชาชน” จะพ้นไปเสียจาก “ความสิ้นหวัง” เช่นนี้ได้เสียที “รัฐธรรมนูญ” ที่ “ดีไซน์ให้ยัดกลไกการสืบทอดอำนาจมาใส่ไว้” และ “พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล” ที่เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าสิทธิที่เท่าเทียมของประชาชน “หน้าไหว้หลังหลอก” เล่นกลจน “สถาบันรัฐสภาเสื่อมจากศรัทธาผู้คน” กระทั่ง “สื่อประจำรัฐสภา” ผู้แสนจะเข้าอกเข้าใจแหล่งข่าว ยังตั้ง “ฉายา” เป็น “สภาอับปาง” ซึ่งเป็นความหมายของ “ความสิ้นสภาพ” ไม่เหลือคุณค่าราคาอะไร
“ผู้มาจากอำนาจประชาชน” สยบยอม เป็น “ฝักถั่ว” ตาม “วุฒิสภา” ที่ได้ฉายาว่า “ผู้เฒ่าเฝ้ามรดก(คสช.)” โดยไม่รู้สึกว่าต้องละอายอะไร

⦁…ที่รออยู่ในปีหน้าคือ “การเลือกตั้ง” เริ่มด้วย “เลือกซ่อม” ที่ “สงขลา-ชุมพร และหลักสี่ กทม.” แม้ผลจะไม่มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทางการเมือง แต่กลับมีความหมายยิ่งต่อความเป็นไปในบางมิติ เริ่มจาก “สงขลา” ที่จะสะท้อนการดำรงอยู่ของ “ประชาธิปัตย์” ทั้ง “ความขัดแย้งภายใน” ที่คุกรุ่นมาเนิ่นนาน และ “ท่าทีต่อการร่วมรัฐบาล” ด้วยคู่แข่งสำคัญคือ “พลังประชารัฐ” ซึ่งมุ่งรุกตีฐานปักษ์ใต้

⦁…ตามด้วย “ชุมพร” ที่จะสะท้อน “พลังประชารัฐ” ไว้วางใจได้แค่ไหนกับการยืนหยัดอยู่กับ “สมาชิกก่อนเก่า” ให้การสนับสนุน “ทนายแดง” ให้แข่งกับ “ตระกูลจุลใส” อย่างเต็มที่หรือไม่ หรือแค่ “ส่งแล้วปล่อยให้เดียวดาย” ให้แห้งตาย เพื่อไม่เหลือโอกาสให้มาโวยวายช่วงชิงพื้นที่อีก อันเป็นความจริงใจต่อการดูแล “คนของตัวเอง”

⦁…สำหรับที่ “เขตหลักสี่ กทม.” แม้จะเป็นเลือกซ่อม แต่การต่อสู้จะดุเดือดยิ่ง เพราะความหมายไม่ใช่แค่ ได้ “ส.ส.ที่มาทำงานอย่างมากแค่ปีกว่าๆ” ทว่ากลับหมายถึง “สัญลักษณ์” ว่า “คน กทม.” มีแนวโน้มความคิดอย่างไรต่อ “การเมืองในปัจจุบัน” เสียงประชาชนคนเมืองหลวง จะยังชมยินดีกับการ “สนับสนุนอำนาจนิยม” อยู่หรือไม่ หรือหากเลือกที่เอนเอียงไปทาง “ฝ่ายประชาธิปไตย” จะเป็น “ประชาธิปไตยในจุดยืนแบบไหน” การทดสอบก่อนเลือกตั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นอย่างแหลมคม

⦁…และหากไม่มีอะไรผิดพลาด การ “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” น่าจะตามมากลางปี “การปกครองพิเศษ” ที่มีรายได้ของตัวเองมหาศาล แต่การตั้งงบประมาณยังต้องขึ้นกับ “รัฐบาลกลาง” ทำให้การวางนโยบายพัฒนามีอุปสรรคในทุกด้าน เมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อน ประชาชนหวังในวิชั่นของ
“ผู้บริหารที่เลือกเข้าไป” คำถามสำคัญของการ “ดีเบต” หลังประกาศนโยบายด้านต่างๆ ที่จะประสานให้ “รัฐบาลกลางไม่เป็นอุปสรรคของการปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างไร”

⦁…แต่ที่จะต้องเผชิญก่อนหลังหยุดยาวปีใหม่ คือการกลับมาระบาดหนักของ “โควิด-19” โดยสายพันธุ์ “โอมิครอน” ซึ่งหากตีความว่า “รุนแรง” ก็ต้องเสี่ยงถูก “ล็อกดาวน์” อีกครั้ง ถ้ามีข้อมูลที่ “ไม่รุนแรง” และเป็นผลดีต่อ “การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่” ก็โล่งใจไป

ชโลทร