

มอบลูกฟุตบอล – อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และจุลจิตต์ บุณยเกตุ ที่ปรึกษา กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ส่งมอบลูกฟุตบอล คิง เพาเวอร์ จำนวน 1,000 ลูก ให้แก่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้กรุงเทพมหานครนำลูกฟุตบอลไปใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยมี วิศณุ ทรัพย์สมพล, เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์, ภิมุข สิมะโรจน์, สมบูรณ์ หอมนาน, ศุภร คุ้มวงศ์ ร่วมงาน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เมื่อเร็วๆ นี้

ปิดอบรม – สิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง หลักสูตรการอบรมอธิบดีอัยการ รุ่นที่ 13 โดยมี ศิริมาศ ตัญจพัฒน์กุล, กุสุมา
เมฆเมฆา และขวัญเรือน เหลียวตระกูล ร่วมให้การต้อนรับ ที่ห้องบอลรูม 1 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์
เมื่อเร็วๆ นี้

โครงการใหม่ – บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ นำโดย รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว ร่วมด้วย
พิมพรรณ ปรีชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารแบรนด์ และพัฒนาสินค้าบ้านเดี่ยว แถลงข่าวเปิดแผนธุรกิจบ้านเดี่ยวเอพี ยืนหนึ่งครองแชมป์ซุปเปอร์สตาร์แห่งปี ด้วยมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 เปิดแผน 18 โครงการใหม่ ณ โรงแรม พาร์ค ไฮแอทแบงค็อก ถนนวิทยุ เมื่อเร็วๆ นี้

อวดโฉม – จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารเกษรวิลเลจ ไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจ จัดงาน อิลลูมิเนทติ้ง อาร์ติซาน (Illuminating Artisan) พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่ายสุด เอ็กซ์คลูซีฟ โดยมี
ฐิติกร ธีรพัฒนวงศ์, ทิพย์วิภา จันทภาษา ศรีวิกรม์, ชาญ ศรีวิกรม์, ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ, กุลฉัตร
ชาญเศรษฐิกุล, มัญชุมาศ นำเบญจพล ร่วมงาน ที่บริเวณชั้น 3 ของเกษรวิลเลจ เมื่อเร็วๆ นี้

ฉลองความสำเร็จ – อุทัย ธเนศวรกุล กก.ผจก.ใหญ่ บจก.ไอ.พี. วัน จัดงาน ไอ.พี.วัน ฟิฟตี้เวิร์สซารี ฉลองความสำเร็จครบรอบ 50 ปี โดยมี ธิติ ธเนศวรกุล รอง กก.ผจก.ใหญ่ กลุ่มงาน National Distribution Network, สิรินารถ ธเนศวรกุล รอง กก.ผจก.ใหญ่ กลุ่มงาน Corporate Services,
ภัชรี ธรรมวีระพงษ์ รอง กก.ผจก.ใหญ่ กลุ่มงานบริหารอุตสาหกรรม, ชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รอง กก.ผจก.ใหญ่ กลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์และคอมเมอร์เชียล ร่วมด้วย เบลล่า-ราณี แคมเปน ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ โบว์-เมลดา สุศรี เมื่อเร็วๆ นี้
⦁…ใครจะมาว่า “ประชาชนเดือดร้อนกันทุกหัวระแหง” จาก “ข้าวของแพงรายได้ต่ำ” คนในรัฐบาล และที่เชียร์รัฐบาลสวนทันควันว่าไม่จริง ยืนยันว่า “เศรษฐกิจดีขึ้น-ความเดือดร้อนน้อยลง” แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติ “คนละครึ่ง เฟส 5” ทั่วทุกหัวระแหงดีใจน้ำตาไหล ทั้งที่ได้แค่คนละ “800 บาท” โอ้ว! ไม่ใช่เดือดร้อนจนแทบเอาตัวไม่รอดเลย
⦁…รับเงินเดือนกันเป็นแสนๆ พร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมาย แต่ทั้งที่ “การประชุม เป็นหน้าที่” แต่ “รัฐสภา” ยุคนี้ “ฝักถั่ว” ตามคำสั่งผู้มีอำนาจก็เรื่องหนึ่ง ที่หนักกว่านั้น เมื่อต้อง “นับองค์ประชุม” เพื่อลงมติอะไรสักเรื่อง กดสัญญาณเรียกกันซ้ำซาก เสียงขรม “เสียเวลาการประชุมมากมาย” ไม่มีสำนึกว่า “ไม่เห็นความสำคัญของหน้าที่แทนประชาชน ก็ไม่ควรรับเงินเดือนและประโยชน์อื่นจากภาษีประชาชน”
⦁…ไม่เพียงโชว์วาทะเด็ด ตอบโต้ฝ่ายค้านใน “ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ว่า “เอาแต่พูดถึงความไม่ดีของรัฐมนตรี ทำไมไม่พูดเรื่องดีๆ กันบ้าง” จนน่าสงสัยว่า “เข้าใจการทำหน้าที่ในสภาหรือไม่” เท่านั้น แต่การ “หมอบราบกับถนนกราบตีน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” น่าจะเกิดคำถามไม่เฉพาะให้ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก ตอบว่า “สำนึกแบบไหนที่ดลใจทำให้ทำเช่นนี้” เท่านั้น แต่ “ชาวสมุทรปราการ” ทั้งหลาย คงต้องเช็กตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรที่ “เลือก ส.ส.แบบนี้เข้ามาทำหน้าที่”
⦁…มันหยดติ๋งกว่านั้น คือทั้งที่ “6 ส.ส.ปากน้ำ” โหวตหักหน้า “น้องรัก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ
“มือทำงานหลักในพรรค” สุชาติ ชมกลิ่น ด้วยเหตุผลที่ยืนยันภายหลังว่าเป็น “ความไม่พอใจส่วนตัวของกลุ่ม” ไม่เกี่ยวกับ “ผลการอภิปรายอะไร” แต่ “พี่ใหญ่-บิ๊กป้อม” กลับเหมือนเห็นดีเห็นงาม เสนอให้เก้าอี้ “รัฐมนตรี” กับ “กลุ่มปากน้ำ” เป็นการตอบแทน ทั้งๆ ที่แสดงออกชัดว่า “ต้องการเปลี่ยน มท.1”
จาก “น้องป๊อก”
⦁…แต่ว่าไป หากมองในมุมของ “พลังประชารัฐ” เหตุผลของ “กลุ่มปากน้ำ” นั้น “ฟังขึ้นอย่างหนักแน่น” ด้วยรับรู้ว่า “พี่ป้อม” หนักอึ้งกับภาระดูแลลูกพรรค ขณะที่ “มหาดไทย” นั้นเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้คอนโทรลพื้นที่เลือกตั้ง แต่การอยู่ในมือ “น้องป๊อก” ไม่ทำให้ “ส.ส.ในพื้นที่” อุ่นใจเท่ากับได้ “พี่ป้อม” มาดูแล ไม่ใช่เฉพาะ “กลุ่มปากน้ำ” ที่อยากแบบนั้น หากถามไถ่ “ส.ส.พลังประชารัฐ” ให้ทั่วถึง ผลน่าจะออกมาไม่แตกต่าง
⦁…แต่ก็นั่นแหละ “พี่ป้อม” เหมาะกว่าหรือไม่ ผู้มีอำนาจตัดสินไม่ใช่ “ส.ส.” ต่อให้เห็นดีเห็นงามกันทั้งพรรค หาก “น้องตู่” ยังมั่นใจในตัว “พี่รอง” มากกว่า “พี่ใหญ่” เห็น “ผู้แทนราษฎร” เป็นเพียง “ลิ่วล้อ” ที่ไม่เคยหืออือกับคำสั่ง จะให้ “ซ้ายหัน” หรือ “ขวาหัน” โดยไม่สนใจความรู้สึก นึก คิดของประชาชนอย่างไร ก็ได้เสมอ ความเปลี่ยนแปลงย่อมเป็น “ฝันกลางวัน” ของ “ส.ส.ที่ไร้สิทธิไร้เสียง” ที่จะ “เห็นต่าง”
⦁…เพราะเสื้อตัวหนึ่งเป็น “หัวหน้าภูมิใจไทย” พรรคที่เอาเป็นเอาตายกับนโยบาย “เปิดเสรีกัญชา” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนที่สิ้นหวังกับ “ระบบดูแลสุขภาพของชาติ” แต่เสื้ออีกตัวเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข” บริหาร “การทำงานของแพทย์” ที่ยึดมั่นในความรู้จาก “การแพทย์แผนปัจจุบัน” และรู้ถึงอันตรายของ “กัญชา” ท่าทีของ อนุทิน ชาญวีรกูล จึงสำคัญยิ่ง ด้วยความเห็นต่างที่ปะทะกันอย่างตอนนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายล้วนมี “อนุทิน” ยืนอยู่หัวขบวน ความไม่ชัดเจนว่าจะเล่นบทไหน ย่อมก่อความสับสนให้ประชาชนที่จะต้องปฏิบัติตาม
⦁…รัฐบาลเมียนมา แถลง “ประหารนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม” ว่า “เพื่อความยุติธรรม” ดูเหมือน “ผู้มีอำนาจในประเทศไทยเรา” ไม่รู้สึกรู้สาอะไรว่าเป็นการ “ให้ความหมายคำว่ายุติธรรมด้วยเหตุผลประหลาด” บางทีอาจเกิดจากคุ้นชินกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศจนเห็น “ความรุนแรงในเรื่องไม่ควรรุนแรงเป็นความปกติ” กระทั่งไม่เฉลียวใจว่า “แบบนี้ยุติธรรมกับมนุษย์ด้วยกันหรือไม่”
ชโลทร
