

สนับสนุน – พูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินสมทบทุน 100,000 บาท แก่โครงการ “พึ่งพา เพื่อแบ่งปัน” สุขที่ได้แบ่งปัน ปีที่ 2 โดยมี ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจด้านการบริหารจัดการเพื่อเฝ้าระวังและบรรเทาภัยพิบัติน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชน ณ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เมื่อเร็วๆ นี้

ร่วมใจ – ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา, ภีม ธงสันติ เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, ฉันทนา เจริญศักดิ์ เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, พินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น บ.ย.ส.26 ร่วมกิจกรรม “ศาลยุติธรรมและแพทย์อาสาร่วมใจ สนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กไทย เพื่อความอบอุ่นที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ รับมอบเงินและสิ่งของ ณ หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ เมื่อเร็วๆ นี้

กระชับมิตร – ทีมฟุตบอล VIP มติชน-ข่าวสด ร่วมฟาดแข้งกับทีมรวมดาราออลสตาร์ นำโดย เกรท
วรินทร, กิก-ดนัย จารุจินดา, คิงก่อนบ่าย, กอล์ฟ อนุวัฒน์, จอน บราโว่, เก่ง ชัชวาล, ป๊อก โฆษวิส, นนท์ ชานนท์ ฯลฯ ที่สนามฟุตบอลประชานิเวศน์ 1 เมื่อเร็วๆ นี้

สู้ภัยเศรษฐกิจ – แม็คโครจัดงาน “แม็คโคร วันโชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” เพื่อเสริมศักยภาพ
ผู้ประกอบการโชห่วยให้พร้อมแข่งขันได้ โดยมี ชาญยุทธ วันดี พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย สรวิทย์ จิตรธรรม ประธานการจัดงานกิจกรรม วันโชห่วยไทย ให้การต้อนรับ ณ แม็คโคร สาขาขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้

แลกเปลี่ยน – รศ.นวรัตน์ วราอัศวปติ รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ ม.ขอนแก่น พร้อมคณะ
ผู้บริหาร ร่วมประชุมหารือ กับคณะผู้แทนจาก Universitat Muhamadiyah Yogyakarta สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นำโดย Dr. Fitri Arofiati, Director of Cooperation and International Affairs เพื่อหารือความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา การแลกนักศึกษาและบุคลากร ร่วมทั้งด้านวิจัยและงานบริการชุมชน ณ กองการต่างประเทศ ม.ขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้

ร่วมยินดี – ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ปธ.จนท.บห. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นำทีมผู้บริหารบำรุงราษฎร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.พญ.ศิรินธรา สิงหรา ณ อยุธยา แพทย์ผู้ชำนาญการด้านหลอดเลือดสมองและไขสันหลัง ศูนย์รังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในฐานะแพทย์ไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ สหพันธ์สมาคมรังสีวิทยาระบบประสาทโลก ในงานประชุมวิชาการว่าด้วยรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (Symposium NeuroRadiologicum-SNR) ครั้งที่ 22 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้
…แค่ หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพิจารณาคำร้อง เพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่ง ศูนย์กลางอำนาจ กลับคล้ายว่าการไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทำให้เกิดความรู้สึกอะไร เป็นแค่ ความว่างเปล่า ที่ไม่จำเป็นต้องมี ตรงกันข้ามกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยตอกย้ำมาตลอดด้วย ความเชื่อของตัวเอง ทำนอง ไม่มีผมแล้วจะเป็นอย่างไร และนี่เองที่เชื่อกันว่า ดัชนีที่จะชี้ว่า ตู่จะกลับมาหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ชัดเจนคือ ความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีนี้ เกิดขึ้นหลังความรู้สึกดีที่พ้นไปเสียได้ด้วยซ้ำ
…ต้องยอมรับว่าเกมกระชับอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินได้อย่าง สุขุมคัมภีรภาพ ยิ่ง ไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า ลิงโลด แต่ ไม่เหนียม ที่จะแสดงออกอย่างชัดเจนถึง ความพร้อม แถมเปิดการรุกอย่างฉับไว ด้วยแผนงานที่วางจังหวะก้าวไว้เป็นระบบ เชื่อว่าอีก ไม่นาน เรื่องราวของน้องตู่จะหายไปจากความรู้สึก นึก คิดของผู้คน โดยมี ผลงานที่เข้าตาประชาชนมากกว่า ของ พี่ป้อม มาให้พูดถึงแทน
…หากถามว่า ยากไหมกับการสร้างภาพผู้นำที่หวังได้ ต้นทุน ระบอบ 3 ป. อาจจะเป็น อุปสรรค แต่ด้วยความเป็น ป.เดียว ที่ คลุกกับนักการเมืองที่โยงถึงประชาชน น่าจะทำให้เข้าถึง สามัญสำนึกที่เห็นหัวประชาชน ได้มากกว่า และการแสดงออกจากความเข้าใจนี้ จะเป็น เครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ก้าวข้ามอุปสรรคสู่การเป็น ความหวัง ได้
…ภาพ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับ อนุทิน ชาญวีรกูล ควงแขนกันไปเยี่ยมเยียน ผู้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ถึงห้องทำงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุมหนึ่งเป็นการแสดงถึง มิตรภาพ ที่ต้องแสดงออกต่อกันเป็นธรรมดา แต่ช่วยไม่ได้หรอก หากจะมีใครมองกว้างไปกว่านั้น ถึงทิศทางอำนาจหลังจากนี้ ที่ เกมการเมืองจะเข้มข้นขึ้น แบบไม่อนุญาตให้ ความไม่ชัดเจน ยังยืนอยู่ได้
…เมื่อ การแต่งตั้งผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เป็นประเด็นที่ แพทย์ชนบท ซึ่งคือ พลังทางการเมือง ที่ล้อเล่นไม่ได้ ตั้งคำถามถึง หลักการดั้งเดิม อันเน้นย้ำ ทำในเรื่องที่ควรทำ ไม่ทำในเรื่องที่ไม่ควรทำ
แล้ว ศุภชัย ใจสมุทร โดดเข้าใส่ ด้วยการประกาศสงครามกับ หมอที่เสียสละเพื่อวิชาชีพ ไม่ใช่ หมอพาณิชย์ ที่ทำมาหากินกับ ความป่วยไข้ของประชาชน ถูกแล้วที่ อนุทิน ชาญวีรกูล จะรีบถีบตัวฉากออก
มายืนในจุดที่ พอหลบกระสุนได้
…เกิดเหตุทุกครั้งก็ เศร้าสลดรุนแรง ทุกที แต่เหตุการณ์ โรงเรียนลืมเด็กไว้ในรถรับ-ส่งจนเสียชีวิตอย่างทรมาน กลับเกิดได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนหมดปัญญาจะหาวิธีแก้ไขเพื่อป้องกัน ทั้งที่ถ้าทำกันจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรเลย ด้วยเห็นแค่ สำนึกในหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง และ ความห่วงใยต่อสุขภาพและชีวิตของเด็ก แต่ก็อย่างว่า การบริหารการศึกษาประเทศนี้ ไม่เคยมีความหวังว่า ทำอะไรสำเร็จบ้าง ในทุกเรื่อง จน ความสิ้นหวังกลายเป็นความเคยชิน ไปแล้ว
…พอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งว่าไปวันละ 300 กว่าบาท ยังเป็นรายได้ที่ ยากจะประคองชีวิตและครอบครัวให้อยู่ได้ แต่ยังมีเสียงโวยวายว่าก่ออุปสรรคให้การลงทุน โดยเอาประเด็นทุนไหลไป เวียดนาม เพราะค่าแรงถูกกว่ามาโจมตี เป็นห่วงเรื่องต้นทุนค่าจ้าง เงินเดือนจะทำให้ อุตสาหกรรมย้ายประเทศ ความน่าสนใจอยู่ที่ทำไมไม่มอง สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ว่า เขาแข่งขันด้วยอะไร ทำไมเอาแต่กลัวเงื่อนไขที่อยู่ใน เกณฑ์ประเทศด้อยพัฒนาด้วยกัน เคยคิดถึงหัวใจ
คนรุ่นใหม่ ที่เป็น ลูกหลาน หรือไม่ ว่ารู้สึกอย่างไรกับ การบริหารที่เอาแต่กดไม่ให้เห็นโอกาสของการลืมตาอ้าปาก เช่นนี้
…ชะตากรรมของ ทหารสาว ที่ถูก ตำรวจหญิง เมียน้อย ส.ว. กระทำเยี่ยง ทาสในเรือนเบี้ย สะท้อน อำนาจนิยม ของ อภิสิทธิ์ชน ล่อนจ้อน ว่าสร้างความเลวร้ายที่สุดแสนวิปริตอย่างไรให้กับ ชีวิตผู้คนในประเทศนี้ ท่ามกลางความตื่นตัวในการจัดการของผู้เกี่ยวข้องแทบไม่มีให้เห็น การตรวจสอบกันเองของประชาชนกลับ ลงลึก เข้มข้น และกล้าที่จะท้าทายความไม่ชอบธรรม ขึ้นเรื่อยๆ และคนที่ดูเหมือนจะมีเสียงท้าทายให้พิสูจน์ว่า สามารถเป็นผู้นำที่เป็นที่พึ่งได้หรือไม่ ดังขึ้นเรื่อยๆ คือ บิ๊กป้อม
ชโลทร
