
⦁…หากใครยังข้องใจว่า ที่พูดกันมายาวนานว่าประเทศไทยเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” นั้น เป็น “เปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร” ถ้าได้ฟังปาฐกถาของ อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล น่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน ว่าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนผ่าน “โครงสร้างอำนาจ” จาก “ระบอบ” ที่ “นักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน” เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ มาเป็น “นักการเมืองที่มาจากข้าราชการ” กลับมาเป็นใหญ่ ว่าไปไม่ใช่เรื่องใหม่ “ระบอบนี้” เป็นมาอย่างยาวนาน ก่อน “เหตุการณ์ 14 ตุลา 16” เป็น “เปลี่ยนผ่านไปสู่วันเก่าๆ”
⦁…ที่ประหลาดสุดคือ หลายคนที่เคยร่วมต่อสู้ให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงช่วงตุลา 16” กลับเป็น “คนสำคัญ” ที่ต่อสู้เพื่อนำประเทศกลับสู่ “โครงสร้างอำนาจแบบก่อนตุลา 16” อีกครั้ง เรื่องราวเหล่านี้น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง” จริงแท้ ไม่เว้นแม้แต่ “ความคิด อุดมการณ์” หรือกระทั่ง “สัจธรรม” ที่เคยแสวงหา
⦁…จาก “รัฐธรรมนูญ” มาถึง “พ.ร.บ.พรรคการเมือง” ยิ่งเห็นเจตนาแห่งการรุก “นักการเมืองจากการเลือกตั้ง” ให้ถอยออกไปเป็นเพียง “ส่วนประกอบที่ไม่น่าไว้วางใจของโครงสร้างอำนาจแบบใหม่” ซึ่งไม่เพียงบั่นทอนพลังให้อ่อนแอ แต่ยังไปยืนอยู่ในจุดที่ต้องถูกตรวจสอบเข้มข้นพร้อมด้วย “บทลงโทษที่รุนแรง” ด้วยกรอบกติกาแบบนี้ นักการเมืองที่เหลือจะมีเพียง 2 ประเภท คือ “อุดมการณ์สูงส่งพร้อมเสี่ยงเข้าไปเดินหน้าชน” กับอีกกลุ่มที่ “พร้อมจะเป็นอะไรก็ได้ขอให้ได้สวมหัวโขนในศูนย์กลางอำนาจ” ซึ่งคงพอคาดเดากันได้ว่า “พวกไหนจะมากกว่ากัน”
⦁…เพราะ “พรรคการเมือง” ไม่มีความหมาย จึงใช่เรื่องแปลกเมื่อถูกถามว่า “จะตั้งพรรคหรือไม่” คำตอบจาก “บิ๊กตู่” จึงคล้ายผู้เข้าถึง “รสพระธรรมขั้นสูง” คือ “วางจิตไว้ใจปัจจุบันขณะ” ด้วยคำตอบแบบว่า “ทำวันนี้ให้ผ่านไปก่อน สถานการณ์จะเป็นตัวชี้ชัดต่อไปเองว่าเราควรทำอย่างไรในอนาคต” ในฐานะ “ประชาชนคนธรรมดา” จะทำอะไรได้นอกจากเปล่งวาจา “สาธุ”
⦁…ยังยืนยันจากทุกฝ่ายว่า “จะเคลื่อนไปตามโรดแมปที่วางไว้” แต่เพราะเป็น “โรดแมปที่ไม่เคยประกาศชัดเรื่องห้วงเวลา” ดังนั้นที่ “นักการเมืองจากการเลือกตั้ง” ทั้งหลายพึงเข้าใจคือ “สาระสำคัญของโรดแมป” ไม่ได้อยู่ที่ “เลือกตั้งกันเมื่อไร” แต่เป็นเรื่อง “สร้างปัจจัยที่จะบรรลุในเป้าหมายได้ครบถ้วนหรือยัง” เป็น “เป้าหมาย” ของการทำให้ “โครงสร้างอำนาจแบบเก่าสถาปนาขึ้นมาใหม่” จะต้องมีเครื่องมือรับประกันได้ จะอยู่ได้อย่าง มั่นคง ถาวร อันเป็นความหมายของ “ไม่เสียของ”
⦁…อาจจะเพราะเป็นผู้เริ่มต้นวิชั่น “ไทยแลนด์ 4.0” นำประเทศสู่ “ยุคขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ดูเหมือนว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นาทีนี้มี “ภาพ” เป็น “สัญลักษณ์ 4.0” ไปแล้ว ขนาดวันก่อนไป “ปรุงลาบเป็ด” แจกจ่ายให้ ครม.กิน แล้วประกาศว่าเป็น “ลาบ 4.0” ใครต่อใครขานรับด้วยความชื่นชมกันกระหึ่ม น่าจะเป็นที่น่าปลาบปลื้มว่า “ทุกสิ่งอย่างในประเทศเรา” สู่พัฒนาการของ “4.0” ด้วยฝีมือ “หัวหน้า คสช.” ไปอย่างสงบ ไม่มีอะไรวุ่นวายยุ่งยาก
⦁…หลายเรื่องราวเป็น “ผลงานรีบสร้าง” ด้วยใช้โอกาสของ “อำนาจเต็ม” สะท้อนความมั่นใจอย่างสูงยิ่งของ “ผู้มีอำนาจ” ว่า “ไม่มีแรงกดดันอะไรที่จะมาสั่นสะเทือนได้” อาจบางที “ความแตกแยกของคนในชาติ” ที่พร้อมจะ “เห็นต่างอย่างเอาเป็นเอาตาย” นั่นแหละ เป็นที่มาของ “ความมั่นใจที่จะกล้าใช้อำนาจอย่างไม่สนว่าใครจะคิดอย่างไร” เพราะมั่นใจว่า “ปริมาณของคนที่เห็นต่างจะมีไม่น้อยกว่ากัน”
⦁…ขอแสดงความยินดีกับ “เลขาธิการ กสทช.” นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ที่ได้รับรางวัล “ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นด้านทรัพยากรมนุษย์ประเภทบุคคลภาครัฐ” ของ “สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” จาก นายพลากร สุวรรณรัฐ ที่โรงแรมเดอะสุโกศล เมื่อเร็วๆ นี้
ชโลทร





