
…แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกำหนดวันเลือกตั้งอีกครั้ง ว่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และหลายคนทำท่าจะเร่งรัด ขจัดปัญหาปลีกย่อยให้เป็นไปตามประกาศของ “ท่านผู้นำ” ทว่าเรื่องราวดูจะคอนโทรลได้ไม่ง่ายเหมือนที่อยากให้เป็น ที่สำคัญคือความกังวลว่า “กฎหมายลูก” ที่แก้จากต้นร่างไปมากมาย จะขัดกับ “กฎหมายแม่” คือ “รัฐธรรมนูญ” อันจะกลายเป็นมัด ที่เสี่ยงต่อถูกลากมาเอาผิด
ภายหลัง โดยเฉพาะ “กฎหมายที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ส. และ ส.ว.” ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “โครงสร้างอำนาจรัฐ” เป็นเรื่องอ่อนไหว ระดับละลายความกล้าเสี่ยง
…บรรยากาศการเมืองคล้ายเริ่มครึกครื้นคล้ายระฆังยกแรกเริ่มแล้ว แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ “พรรคการเมืองใหม่” แค่ยื่นขอจดทะเบียนพรรค ยังอีกหลายขั้นตอนจะเป็น “พรรคโดยสมบูรณ์” ขณะ “พรรคการเมือง” ยังโกลาหลอยู่กับการหาวิธีจัดการทะเบียนสมาชิกพรรค ซึ่งยุ่งเหยิงไม่น้อยกับการจ่ายค่าสมาชิกพรรค โดยสรุปคือยังมีปัญหามากมายทั้ง “พรรคเก่า-พรรคใหม่” และนั่นย่อมหมายถึง ยังมี “อาวุธหยุดซ่าของใครบางคน” อีกหลายอย่าง
…คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว “งบประมาณ 16,674 ล้านบาท” เคลื่อน “โครงการไทยนิยม” ปูพรม “82,371 หมู่บ้าน” ชุมชนละ 2 แสนบาท จะเป็นผลงานให้ “ประชาชนทั่วประเทศ” เทใจให้ “บิ๊กตู่” ได้หรือไม่ ไม่ต้องถึงวันเลือกตั้งคงรู้กัน ด้วยสังคมยุค “สื่อออนไลน์กระจายข่าวได้กว้างขวาง” วันไหน “เงินลงพื้นที่” วันนั้นน่าจะรู้ว่า “กระเป๋าใครตุง” ได้ทันที เพราะเรื่องราวแบบนี้ ในสถานการณ์การเมืองที่ต้องชิงความนิยมแบบนี้ “การตรวจสอบย่อมเข้มข้นยิ่ง”
…ที่ผ่านมาเรื่องราวทุจริต ดังขรม แต่ละเรื่องน่าอนาถใจ เงินช่วยเหลือ “คนไร้ที่พึ่ง-นักเรียนยากจน-งบฉีดวัคซีนหมา-งบบูรณะวัด” และอีกสารพัดที่จะเยียวยาผู้ด้อยโอกาส ถูก “กลไกราชการยุคต้านโกง” ฉกฉวยมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวกันร่ำรวยมหาศาล จนก่อความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ไม่ว่า “งบอะไร” ยิ่ง “งบที่อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส” ยิ่งอยู่ในความเป็นห่วงว่าจะเป็นช่องทางทำมาหากิน เพราะ “คนจน” ไม่ค่อยจะมีปากมีเสียง ให้เท่าไรก็เอาแค่นั้น และไม่รู้ว่าที่ทำไป “เสี่ยงต่อความผิด”
…ที่น่าประหลาดคือ ทั้งที่ “สารพัดโกงถูกเปิดโปงกันกระหึ่ม” แต่ “ผู้มีอำนาจทั้งหลาย” กลับเหมือนไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร คำประกาศกวาดล้างทุจริต ยังดังก้องอยู่ทุกครั้งจากทุกคน เหมือนกับว่า “ที่โกงก็โกงไป ที่ประกาศก็ประกาศไป” ไม่มีอะไรเกี่ยวกัน ที่สำคัญคือ “คิดว่าประชาชนเชื่อในความเป็นคนดีไม่มีทางจะแปรเปลี่ยน”
…เป็นการรับมือสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บอกกับนักข่าวที่ถามเรื่อง “ป.ป.ช.จะประชุมเรื่อง นาฬิกาหรู” ว่า “ใครจะประชุมก็ประชุมไป ไม่เกี่ยวกับผม” ซึ่งก็จริงตามนั้น เพราะ “การตัดสินเป็นของ ป.ป.ช.” ส่วน “ผลการตัดสิน” ที่เกี่ยวกับ “บิ๊กป้อม” เป็นเรื่องหลังจากนั้น ไม่เกี่ยวไรตอนนี้
…เริ่มแล้ว “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2561” สำหรับ “สำนักพิมพ์มติชน” โซนพลาซ่าปีนี้คัดสรรหนังสือดีเสนอต่อผู้อ่านเพียบ ตัวอย่างเช่น “อยากลืมกลับจำ” สารคดีชีวิตและความทรงจำของ จีรวัสส์ ปันยารชุน พิบูลสงคราม ลูกสาวจอมพล ป. ซึ่ง ภูริ ฟูวงศ์เจริญ ศรัญญู เทพสงเคราะห์ และ ณัฐพล ใจจริง เรียบเรียง กับ “พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” ที่ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ก็ทำใจให้พลาดไม่ได้แล้ว ยังมีอีกหลายปกที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
…วันที่ 21 เม.ย. จัดแสดงมุทิตาจิต 88 ปี คำสิงห์ 60 ปี ลาว คำหอม ที่ไร่ธารเกษม เชิญท่านด้วยนะครับ
ชโลทร

พร้อม พัชรี กิตติสุบรรณ หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการทดสอบ บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ร่วมพิธีเปิดงาน CEO Innovation Forum 2018 “Transforming Thailand Towards Science and Technology Frontier” โดยมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ สุวิทย์
เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมงาน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ


รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2561 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

มีอาคารเข้าร่วมโครงการ 247 แห่ง ช่วยชาติประหยัดพลังงาน 39.46 ล้านหน่วย


