
…ประชุม ครม.เมื่อวันอังคาร อีเวนต์ก่อนเพื่อประชาสัมพันธ์ เป็น “โครงการไทยนิยม สายตรงลุงตู่” ที่เกือบจะทุกหน่วยราชการในประเทศนี้ “ช่องสารสื่อสารโดยตรงถึงนายกรัฐมนตรี” เพื่อให้ประชาชนได้ส่ง “ข้อมูล-เรื่องร้องเรียน” โดยเฉพาะ “การประพฤติมิชอบของข้าราชการ” ไม่ว่าจะเป็น “ความไม่เอาใจใส่ในงาน ข่มเหงรังแกประชาชน” หรือ “การทุจริตคดโกง” เปิดมา “เป็นร้อยเป็นพันสายตรง” เพื่อให้ภาพ “นายกฯลุงตู่เป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหา” ซึ่งน่าคิดว่า “หากข้าราชการ” ซึ่งใกล้ชิดประชาชนมากกว่ามองไม่เห็น “ความเป็นปกติของงานคือแข็งขันช่วยเหลือประชาชนให้พ้นปัญหา” กลับรอเอาอกเอาใจ ทำตาม “สั่งการของข้างบน” เป็นหลัก บ้านนี้เมืองนี้จะเสียภาษีจ้างบุคคลากรแบบนี้ไว้ ก็พิลึก
…แม้มีหลายคนที่ “ร้อนเป็นไฟ” เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แสดงตัวเหมือนเป็นแขกคนสำคัญของ “องค์กรใหญ่ในญี่ปุ่น” มีภาพข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่เมื่อ พล.อ.เฉลิมชัย
สิทธิสาท ในฐานะ “ผู้บัญชาการทหารบก” ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศ “ไม่มีปัญหา ไม่ได้ประเมินอะไร คิดว่าไม่ได้มีอะไรสลักสำคัญ” ก็คงจะคลายความร้อนในใจของใครต่อใครจากเรื่องนี้ไปได้บ้าง
…เรียงแถวกันออกมายืนยันว่า “สภาวะเศรษฐกิจไทย” มีแนวโน้มดีขึ้นแทบทุกตัวดัชนีชี้วัด ล่าสุด เจน นำชัยศิริ ในฐานะ “ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย”
…พูดไปตามประสา “ผู้อาวุโส” ว่า “เศรษฐกิจของคนระดับกลางระดับล่างเดือดร้อน จากรวยกระจุก จนกระจาย รัฐบาลต้องใจกว้าง ประชาชก่นด่าอะไรก็ต้องทน” น่าจะเป็นคำเตือนที่ไม่มีโทษกับใครด้วย เสนาะ เทียนทองนั้น ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมายาวนาน และถือว่าเป็น “ผู้หนึ่งที่อ่านการเมืองขาด มองโอกาสการเข้าสู่อำนาจไม่ได้ไม่ค่อยพลาด” จึงควรเปิดใจฟังมากกว่า “ปิดหู”
…แม้หลายคนไม่อยากให้จบ หรือคิดว่ามันไม่น่าจบ แต่ในเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันว่า “นาฬิกาเรือนแพง” ทั้งหลายนั้น ไม่ใช่ “ทรัพย์สินของตัวเองที่ต้องแสดงเมื่อเข้ารับตำแหน่ง” แต่เป็นที่ “เพื่อนให้ยืมมาใช้ชั่วคราว” ในทาง “กฎหมาย” ที่ไม่เป็นไปตามความคิด ความอยากให้เป็นของคน ก็ไม่มีประเด็นติดค้าง แปลว่า “จบ” ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ย่อมเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ที่เห็นแตกต่างกันไป
…ประกาศกร้าวของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ว่า “ใครสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้ไปที่อื่น” อันถูกตีความว่าน่าจะหมายถึง “พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้อนรับ” แม้จะดูชัดเจน แต่การวิเคราะห์ในแวดวงการเมืองยังเสียงแตกเป็นอย่างน้อย 2 ทาง โดยเห็นว่าเป็น “เกมช่วงชิงการนำ” ใน “พรรคประชาธิปัตย์” เอง เพราะมีกระแสรุกคืบจากกลุ่มสนับสนุน “นายกฯคนนอก” เพราะเห็นว่าโอกาสของ “อภิสิทธิ์” ไม่มีอีกแล้ว ทางหนึ่ง กับอีกทางหนึ่งที่มองว่า เป็นแค่ “เกมกู้ชีพ” ของ “อภิสิทธิ์” ที่ตกต่ำจากภาพ “เลือกตั้งแพ้แล้วสนับสนุนรัฐประหารมาทำลายคู่ต่อสู้”
…และยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่า เป็น “ธรรมดาของประชาธิปัตย์” ที่จะเดินไพ่ 2 หน้า ที่สุดแล้วหาก “ชนะเลือกตั้งไม่ได้” ก็แค่ให้ “อภิสิทธิ์” รับผิดชอบด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค แล้วให้ “ผู้ที่สนับสนุนนายกฯคนนอก” ขึ้นมานำพรรคแทน “เพื่อเข้าร่วมรัฐบาล” โดยอ้างว่า เป็น “ความต้องการของผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์” สำหรับโอกาสที่จะ “จับมือพรรคเพื่อไทยเป็นการเฉพาะกิจเพื่อต่อต้านอำนาจนอกระบบ” นั้นไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เรื่องราวเหล่านี้เวลาจะพิสูจน์ว่าจะจบแบบไหน
…เห็นคลิป “แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารในกลางดึกคืนฝนตก” แล้วอนาถ เห็นผู้มีหน้าที่เสียงแข็งมาหลายครั้งว่าจะเอาผิดเด็ดขาด “แท็กซี่ไร้มารยาทในอาชีพ” แต่จนถึงวันนี้ยังจัดการอะไรไม่ได้ แถมเมื่อมี “บริการแบบอื่น” อย่าง “UBER” หรือ “GRAB” เข้ามาอุดช่องว่าง ก็ถูกต่อต้าน โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้พวกไม่พร้อมบริการประชาชน ทั้งที่เรื่องแบบนี้ควรเอา “การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเป้าหมาย”
…งาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ที่ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” จะมีไปถึงวันที่ 8 เมษายน “สำนักพิมพ์มติชน” อยู่โซนพลาซ่าเหมือนเดิม ปีนี้หนังสือเกี่ยวกับ “ประวัติศาสตร์ครบเครื่องอย่างยิ่ง” ด้วยราคาพิเศษในงาน อย่าพลาดเชียว
ชโลทร







“แบรนด์ซุบไก่สกัด เคล็ดลับความสำเร็จ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” ซึ่งมีครอบครัว “วรรธนะสิน” เป็นพรีเซ็นเตอร์โดยมี ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน, เจ-เจตริน วรรธนะสิน, อรญา หอมเศรษฐี, ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร, คุณน้ำอบ-ม.ล.อรณิช กิติยากร ณ Infinite Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
