
…แม้ยังไม่มีการอนุญาตชัดเจนจาก “ผู้ครองอำนาจรักษาความสงบ” ว่า “นักการเมืองเริ่มสื่อสารกับประชาชน” ได้แล้ว แต่ “ถนนการเมือง” เริ่มคึกคัก มี “นักการเมือง” เคลื่อนออกมาขาย “ความคิด ความเชื่อของเขา” ให้ “ประชาชน” ซื้อ “ความหวัง” กันต่อเนื่อง และหากโฟกัสไปที่สาระที่นำเสนอ “ผู้มีอำนาจบริหารประเทศ” ที่เคยเป็น “ฝ่ายรุก” ด้วยการ ชี้ให้เห็น “ความเลวร้ายของนักการเมือง” กลับกลายมาเป็น “ฝ่ายรับ” ในมุมมองและอารมณ์ที่ไม่แตกต่าง และดูจะหนักหนากว่าในประเด็น “ตรวจสอบไม่ได้”
…ชั่วโมงนี้ ความเป็นมาและเป็นไปของ “ผู้มีอำนาจ” คือ “วัตถุดิบชั้นเยี่ยม” ที่ “นักการเมือง” นำไปใช้ผลิตเป็น “สินค้านำเสนอให้ประชาชนได้หวัง” โดยมี “ความคิด ความเชื่อ” ของแต่ละคนเป็น “เครื่องมือการผลิต” เกิดสินค้าที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งที่ “เชิดชูเอาอำนาจนั้น” มาเป็นจุดขายด้วยการประกาศชัดเจนว่าจะ “สนับสนุนการสืบทอด” และที่นำเสนอ “การชำระล้าง ขจัดการสืบทอด” และที่เสนอ “เหยียบเรือไว้ทั้งสองแคม” ให้ “สืบทอด” และ “ไม่สืบทอด” อยู่ร่วมกันได้
…ความน่าสนใจอยู่ที่ “การเมืองสมัยอำนาจเป็นของประชาชน” นักการเมืองจะถ่ายเทบทบาท จาก “รุ่นเก่า” สู่ “รุ่นกลาง” มี “รุ่นใหม่” เป็นผู้เรียนรู้ แต่ใน “ยุคที่ประชาชนถูกมองว่าโง่เกินกว่าจะปล่อยให้ใช้อำนาจ” ขณะที่นักการเมือง “รุ่นเก่า” ถูกย้อมให้เป็น “ความเลวร้าย” และ “รุ่นกลาง” มะงุมมะงาหรา “ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิต” เพราะในด้านหนึ่งแม้จะไม่ “เปรอะเปื้อน” แต่อีกด้านหนึ่งกลับ “เลอะสีแห่งความเลวร้ายที่สาดใส่” จะพูดอะไรก็ไม่เต็มปากเต็มคำ ทำให้ “รุ่นใหม่” ที่สดสะอาดกว่า พูดถึง “ความเลวร้ายของการหมิ่นแคลนอำนาจประชาชน” ได้ฉาดฉานกว่า ด้วย “ไม่เคยมีพฤติกรรมสมคบกันเหยียดหยามความเท่าเทียมกันของประชาชน”
…หากการเมืองเป็นเรื่องของ “การแบ่งสรรผลประโยชน์” ภาพที่เห็นน่าจะเป็นการเข้าสู่ยุค “ผู้สถาปนาความเป็นคนดีให้ตัวเอง” กำลังสำราญกับ “ผลที่แสวงมาได้จากภาพคนดีของตัวเอง” ด้วยความระเริง เห็นจาก “นายทุนผูกขาด” สนุกกับการกินรวบ “ความร่ำรวย” เพิ่มสัดส่วนใน “รายได้ประชาชาติ” ไว้ที่ตัวเองและพวกพ้อง ปล่อยให้ “คนระดับล่างลงไป” แหงนคออ้าปากรอ “น้ำใต้ศอก” ในความหวังที่ “ผู้มีอำนาจบริหารประเทศ” สร้างให้เห็นด้วย “คำพูด” แต่ “ไม่เคยปรากฏในความเป็นจริง”
…ในขณะเดียวกัน “ผู้สถาปนาตัวเองเป็นคนดี” ต่างรื่นรมย์ ในการเสพเสวย “อภิสิทธิ์จากความเป็นคนดีที่สถาปนาขึ้น” นั้น โดยหลงลืมสำนึก “กระมิดเมี้ยน” เรียกเอา และเข้าอภิรมย์ใน “ความโอ่อ่า” โดยไม่ตระหนักถึง “ความเหี่ยวแห้งใจของเพื่อนร่วมแผ่นดิน” เห็น “การได้อย่างผิดปกติ หลุดจากทำนองคลองธรรมเป็นความปกติ” ขณะที่ “ผู้บริหารประเทศ” จัดการอะไรไม่ได้มากนัก เพราะ “ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ไม่เหมือนที่จัดการกับ “พวกภาพไม่ดี” ที่จะ “เด็ดขาด หนักหน่วง” ให้สะใจแค่ไหนก็ได้ ก่อให้เกิดสภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองในมุมของ “มาตรฐานที่แตกต่าง”
…และเหล่านี้เองที่เป็น “วัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม” สำหรับนำไปปรุงเป็น “ความคิด ความอ่าน” ของ “นักการเมือง” ที่จะนำมาเสนอขาย และเมื่อ “ถนนการเมือง” เริ่มคึกคัก เรื่องราวทั้งหลาย จึงเข้มข้นขึ้น ทว่าเป็นไปในทิศทาง “เสียงสนับสนุนการสืบทอด” ซึ่งดังกระหึ่มก่อนหน้านั้น ค่อยๆ ซาลง ขณะที่เสียงเสนอทางออกให้ประเทศ ในทิศทาง “ตระหนักในคุณค่าอำนาจประชาชน” เริ่มมีคนเงี่ยหูฟังอย่างใส่ใจมากขึ้น
…ความน่าสนใจอยู่ที่ “เสียงที่พูดถึงอำนาจประชาชน” นั้น “คนรุ่นใหม่ที่ก้าวสู่ถนนการเมือง” พูดได้อย่าง “ชัดถ้อย ชัดคำ” มากกว่า “นักการเมืองรุ่นเก่า” ที่ “ความหลังบั่นทอนความกล้าหาญไปมากมาย” กลายเป็น “คลุมเครือมองหาแต่หนทางเอาตัวรอดมากกว่า” ที่สำคัญกว่านั้น คือ “รุ่นใหม่” หรือ “รุ่นเก่า” ไม่ได้แสดงด้วย “อายุ” บางคนยังละอ่อนมาก กลับมี “ความหลัง” ที่จำเป็นต้อง “ปกป้องตัวเอง” จน “ความคิดความเห็นแสดงถึงอาการเหี่ยวเฉา ไม่ต่างกับรุ่นเก่า” ซึ่งดูว่าท่าจะ “สิ้นสลายไปก่อนวัยอันควร” ก็ไม่น้อย
ชโลทร



“วิถีฅน..TRSC สู่ความสำเร็จอย่างมีความสุข” ด้วยการใช้ชีวิตแบบวิถีธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างพลังทีม และพลังความสุข พร้อมส่งต่อความสุขด้วยบริการจากใจแก่ผู้เข้ารับบริการ เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมพลาญข่อย จ.อุบลราชธานี เมื่อเร็วๆ นี้

ศ.วรภัทร โตธนะเกษม, พวงแก้ว พจน์พานิช, ชนะ รุ่งแสง, ศิรินทร ซอโสตถิกุล, ขนิษฐา เทวินทรภักติ, วรรณพร กันทาธรรม, สุปรียา อึ๊งภากรณ์ และวิวัฒน์ จงพิทักษ์สวัสดิ์ ได้ร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช ณ ห้องเมธี รร.มณเฑียร



ร่วมกันจัดกิจกรรม “สวนสัตว์สู่ชุมชน” เพื่อให้ความรู้และปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักรักและหวงแหนสัตว์ป่า ปลุกจิตสำนึกให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้งานศิลปะ โดยมีน้องๆ นักเรียนในโรงเรียนวัดเจ้ามูล ร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย สมเด็จ เจริญผล ผอ.ร.ร. ต้อนรับ
ณ ร.ร.วัดเจ้ามูล
