
…เพราะไม่เพียงจะดึง “คุณปลื้ม” แห่ง “ชลบุรี” มาผนึกเป็น “ทีมเดียวกัน” เท่านั้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ “ผู้นำปฏิวัติไม่เสียของ” ยังมีกำหนดการที่จะไปเยือน “บุรีรัมย์” อันเป็นถิ่นของ เนวิน ชิดชอบ อันเป็นเหตุให้โลกของ “ข้อมูลข่าวสาร” รื้อย้อนไปสู่ก่อนหน้านั้นที่ “คสช.” ผู้จำต้องเข้ามา “ยึดอำนาจ” เพราะ “ความเลวร้ายของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” พากันยกทัพเดินสายในภารกิจ “ครม.สัญจร” ไปตามจังหวัดต่างๆ โดยมี “นักการเมืองเจ้าของพื้นที่เป็นผู้ให้การต้อนรับใกล้ชิด” ทำให้มุมมองของนักวิเคราะห์ทั้งหลาย เริ่มเชื่อมั่นวิธีการ “สืบทอดอำนาจ” ในระดับ “ฟันธง”
…ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ที่ทุกคนต้องรอเงี่ยหูฟังว่า “จะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อไร” ได้บอกคลุมๆ โดยไม่มีรายละเอียดว่า “มิถุนายนจะชัดเจน” แม้ไม่รู้ว่าจะชัดเจนในเรื่องอะไร ต่อคำถามไหน “ผู้นำปฏิวัติไม่เสียของจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่” หรือ “จะปลดล็อกให้นักการเมืองที่มาจาการเลือกตั้งของประชาชน ได้ทำกิจกรรมเหมือนที่นักการเมืองที่ไม่ได้มาจากประชาชนทำกันคึกคักบ้าง” หรือ “จะประกาศวันเลือกตั้งให้รับรู้กัน” ก็ตาม แต่ถึงวันนี้ “นักวิเคราะห์การเมือง” ต่างทุบโต๊ะกันไปเรียบร้อยว่า
น่าจะชัดเจนในความหมายที่ว่า “ท่านผู้นำ” จะเดินในสนามการเมืองในสถานะไหน “ยอมให้พรรคใดพรรคหนึ่งเสนอชื่อเป็นนายกฯ” หรือสถาปนาโอกาสในสถานะ “นายกฯนอกรายชื่อที่นักการเมืองเสนอ”
…มีการประเมินกันว่า “ความชัดเจน” ใน “การเดินต่อในสนามการเมืองหลังเลือกตั้ง” ของ “หัวหน้า คสช.” นอกเหนือจาก “คุณปลื้ม” แล้ว การตัดสินใจของ “ตระกูลใหญ่ที่คุมพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ” ทั้งที่เดินสายไปพบแล้ว และจะไปสัมผัสพื้นที่ต่อไป รวมถึงที่ “ส่งสัญญาณขอความร่วมมือไป” จะตอบรับแค่ไหน เนื่องจากเป้าหมาย “ไม่เสียของ” นั้น การจะเดินไปข้างหน้า โดยเฉพาะจังหวัดเปลี่ยนผ่านสู่ “การเลือกตั้ง” จะต้องรอบคอบใน “หลักประกัน” แบบพลาดไม่ได้
…แม้ “กติกาโครงสร้างอำนาจ” จะได้ “นิติบริกรมือเซียน” ระดับ มีชัย ฤชุพันธุ์ มาจัดการให้อย่างเชื่อมั่นได้ว่า “ทุกเรื่องที่คำอธิบายที่พาเข้าทางส่งสู่อำนาจได้หมด” จนเชื่อมั่นได้ว่า “การขึ้นสู่อำนาจหลังการเลือกตั้ง” ไม่ใช่ “ปัญหาที่ต้องกังวลมากนัก” ที่ชวนให้ต้องวิตก อยู่ที่ “จะอยู่อย่างไรในรัฐสภาที่มาจากตัวแทนประชาชน” ไม่ใช่ “รัฐสภาที่ทำหน้าที่แค่ยกมือโหวตตามโพย” จำนวน “ส.ส.” ที่ให้การสนับสนุนเป็น “หลักประกัน” ที่จำเป็นจะต้องสร้างขึ้นให้เพียงพอให้ได้
…ช่วงแรกๆ อาจจะเดินไปด้วยความเชื่อที่ว่า “ใช้อำนาจ” ในการเข้าไปจัดการในพื้นที่ ทั้งเคลียร์ “ผู้มีอิทธิพลเก่า” ทั้ง “สร้างโครงข่ายเข้าไปควบคุมแทน” โดย “กลไกราชการทุกฝ่ายเข้าบูรณาการ” ด้วยการอำนวยความสะดวก ด้าน “งบประมาณอย่างเต็มที่” น่าจะสร้างเครือข่ายสนับสนุน “พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาโดยภารกิจเฉพาะ” นี้ในระดับที่เป็นหลักประกันได้ แต่จากโครงการ “ประชารัฐ” จนถึง “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่ระดมทั้ง “คน” และ “เงิน” ลงพื้นที่มหาศาล ทว่าเหมือนไม่มีแนวโน้มว่า “โอกาสจะเป็นของพรรคการเมืองทั้งความหวังไว้” ไม่ว่าจะเป็นที่เดินนำโดย ไพบูลย์ นิติตะวัน หรือ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผลสำรวจที่ทำโดย “หน่วยงานจิตวิทยามวลชนมืออาชีพ” ประชาชนส่วนใหญ่ “ยังเลือกนักการเมืองคนเดิม” ศรัทธาต่อ “ผู้มีบารมีในท้องถิ่น” ไม่เปลี่ยนแปลง
…จึงมีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาว่าจากท่าที “จะเอามั้ย เลือกแล้วก็คนเดิมๆ แบบเก่าๆ นักการเมืองเลวๆ” กลับมาเป็น “นักการเมืองส่วนใหญ่นั้นเป็นคนดีที่ไม่ดีนั้นเป็นส่วนน้อย” และ “มุมมองที่เปลี่ยนไปนี้” นำสู่ “การเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี” ด้วย ความจำเป็นหนึ่งที่ทำให้ต้องเปลี่ยนคือ “4 ปี” ทำท่าจะสร้างแรงกดดันว่า “ยื้อต่อยากเสียแล้ว” การ “เลื่อนเลือกตั้ง” เพื่อจัดการเคลียร์ “อิทธิพลท้องถิ่น” ทิ้ง เป็นไปไม่ได้ หนทางที่เหลืออยู่จึงมีเพียง “ดึงดูดเข้ามาเป็นพันธมิตร” และนั่นหมายถึง ต้องทิ้ง “แนวร่วมเดิม” ไปก่อน ซึ่งหากสังเกตให้ดี “เสียงที่โวยวายอันอื้ออึงอยู่ในเวลานี้” เมื่อลงไปเจาะเป็นคนๆ จะพบว่าล้วนแล้วแต่อยู่ในเครือข่ายที่ “เลิกใช้แล้ว” เสียเป็นส่วนใหญ่
…อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจอยู่ที่ “ยุทธศาสตร์ 20 ปี” ที่ตั้ง “คณะกรรมการมาสารพัดด้าน” ด้วยการโหมประโคมว่า “จะปฏิรูปประเทศสู่ความรุ่งเรือง” นั้นน่าจะเกิดคำถามว่าแค่เปลี่ยน “หัวขบวน” จาก “นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” มาเป็น “คนจากกองทัพ” ขณะที่ “อำนาจ” ยังต้องแบ่งสรรปันส่วนให้ “ผู้มีบารมีในท้องถิ่น” เหมือนเดิม แน่ใจได้แค่ไหนว่า “ความเชื่อมั่นต่อยุทธศาสตร์ 20 ปี” จะเกิดขึ้นในความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้ “หรือว่าใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป ไม่มีความหมายอะไรที่จะต้องไปสนใจ”
ชโลทร

เป็นประธานจัดกิจกรรม “ชุมชนจิตอาสาร่วมใจ พระจอมเกล้าลาดกระบัง” ณ ชุมชนหัวตะเข้ เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีเจต-เขมสิริ ประภามนตรีพงศ์ และสุรศักดิ์ ศรีน้อย ร่วมกิจกรรม



อนัคพล อิงคะกุล รอง ปธ.กก.บห.มิราเคิล กรุ๊ป, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล รอง ปธ.กก.บห.
มิราเคิล กรุ๊ป, มยุรี ลาภศฤงคาร ผช. ปธ.กก.บห.มิราเคิล กรุ๊ป, ปริญญา หงส์เลิศลักษณ์
ผอ.กลุ่มประสานงานภายนอก สิริพงษ์ กองเกตุ ผจก.ทั่วไป ท่าอากาศยานดอนเมือง ร่วมยินดี ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง

วันสงกรานต์ ของสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย กรุงเทพ-ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมี สร้อยเพชร เรศานนท์, จตุพร ลิ้มปิยะศรีสกุล, มรกต โชติกุล, ณฐพร ชลายนนาวิน,
ร่วมงาน ณ โรงแรมชาโตเดอแบงคอก



วีไอพีและเซเลบริตี้ร่วมงาน ณ ร้านอาหารวังหิ่งห้อย (สนามกอล์ฟเก่า RCA)
