
…ถือว่าเคลื่อนผ่าน “4 ปีรัฐประหาร” ได้ราบรื่น แม้จะมีความเคลื่อนไหวกดดันบ้าง แต่ที่สุดแล้วเป็นเพียงปรากฏการณ์ ที่ก่อโอกาสให้คนทั่วไปเห็นผลสะท้อนทางด้านกลับ ว่ายังมี “คนในกลไกพร้อมจะรับใช้อำนาจอย่างแข็งขัน” เพื่อสื่อให้รู้สึกกันเสียบ้างว่า แม้จะไม่พอใจมากมายเพียงใด การสร้างเรื่องที่ก่อความกระทบกระเทือนต่อ “ผู้มีอำนาจปัจจุบัน” ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้ทำกันง่าย แม้จะผ่านมา 4 ปี แต่ “ศักยภาพของคำสั่งใช้อำนาจยังเต็มร้อย”
…ไม่ว่าจะ “อยากเลือกตั้ง” กันมากมายแค่ไหน แต่การแสดงออกเป็นได้อย่างมากแค่ “เชิงสัญลักษณ์” ว่า “ความต้องการประชาธิปไตย” ยังมีอยู่ในแผ่นดินนี้เท่านั้น สำหรับ “แรงดัน” ที่จะก่อให้เกิดผลไปมากกว่านั้น ยังเป็นเรื่อง “เป็นไปไม่ได้” อยากให้เลือกเมื่อไร “ก็ต้องเมื่อนั้น” ใครที่ไป “หวังมากกว่าที่ให้” ล้วนเป็น “พวกประเมินสถานการณ์แห่งอำนาจผิดพลาด”
…ที่สุดความเด็ดขาดอยู่ที่ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อประกาศ “เคลื่อนไหวไม่ได้ ก็คือไม่ได้” ทุกอย่างก็จบ เป็นมือเป็นไม้ให้อย่างแข็งแรงที่สุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ฝากชื่อไว้ให้ “จดจำ” อีกครั้ง งานการเมืองที่เอาตัวเข้าเสี่ยง ไม่มีใครทำได้ “เข้าตาผู้มีอำนาจมากกว่านี้”
…เป็นความภาคภูมิใจของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปลุกปล้ำกับการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศจนประสบความสำเร็จ ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกทะลุ “4.8%” เท่ากับ “เติบโตสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส” หรือ “5 ปี” งานนี้ “หัวหน้า คสช.-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ยิ้มแก้มปริ ประกาศเสียงดังฟังชัด “ถ้าเคลื่อนไหวกันวุ่นวาย จะโตไม่ได้ขนาดนี้” ดังนั้น “การชุมนุมประท้วง” ย่อมเสี่ยงต่อการถูกประณามว่า “ทำลายเศรษฐกิจ” ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
…เศรษฐกิจเติบโตระเบิดระเบ้อขนาดนั้น “สวนดุสิตโพล” ไปสำรวจที่ไหนมาว่า “4 ปีรัฐประหาร” ประชาชนส่วนใหญ่ “ผิดหวัง” กับ “สภาวะเศรษฐกิจ ข้าวของแพง ทำให้เดือดร้อน” ด้วยแม้จะเป็นโพลที่ตรงกับเสียงบ่นที่ได้ยินได้ฟัง แต่ไปคนละทางกับ “ความภาคภูมิใจของรัฐบาล” จนกลายเป็นว่า “รัฐบาลไปดีใจกับภาพที่ไม่จริง” ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้
…อย่างไรก็ตาม ที่จะทำให้ความไม่ลงร่องเดียวกันระหว่าง “ตัวเลขจีดีพี” กับ “ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่” คือ การรวบรวมข้อมูลมาเขียนรายงานเรื่อง “50 มหาเศรษฐีไทย” ของ “นิตยสารฟอร์บส์” ที่ระบุว่า “มหาเศรษฐีทั้งหลายร่ำรวยเพิ่มขึ้นมหาศาล” อันหมายถึงคำตอบว่า “ผลประโยชน์จากเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้นนั้นไปตกกับใคร” ปัญหา “รวยกระจุก จนกระจาย” ในยุค “ประชารัฐไทยนิยมยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เรื่องเล่ากันไปโดยไม่มีมูล ทำนอง “เพิ่มโอกาสให้มหาเศรษฐี” แต่มีข้อเท็จจริงมายืนยัน
…คำถามของ “หัวหน้ามาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ว่า “หากพรรคเพื่อไทยแถลงว่า คสช.ทำงานมา 4 ปี ดีมากๆ จะผิดหรือไม่” แม้ไม่รู้ว่าถามเพื่อให้ใครตอบ แต่คนที่ได้ยินแล้วอยากให้เป็นผู้ตอบมากที่สุดน่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และที่อยากให้แสดงความเห็นเรื่องนี้คือ สุเทพ เทือกสุบรรณ
…ปฏิรูปอย่างอื่นสำเร็จไม่สำเร็จก็ว่ากันไป เดือนหน้า “มิถุนายน” จะจัดโชว์ครั้งใหญ่ที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” แต่วันนี้ “นายกรัฐมนตรี” สั่ง “ปฏิรูปข้างถนน” ก่อน ให้ “ปลูกดอกไม้สีเดียวกันตลอดทั้งสาย” งานนี้ “ฝ่ายจัดซื้อจัดหาต้นไม้ของกรมทางหลวง” น่าจะคึกคักเป็นพิเศษ
…ให้รู้ซะบ้างว่า “วิสัยทัศน์ไม่ธรรมดา” การประชุมคณะรัฐมนตรีวันก่อน “นายกฯตู่” สั่งให้แนวทางกระทรวงอุตสาหกรรมไปหาทางสนับสนุนสตาร์ตอัพ “ด้านอวกาศ” ด้วยเจตนาแน่วแน่ว่า “วันข้างหน้าเราจะดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ให้ได้” ความฝันธรรมดาเสียที่ไหน “ผู้นำยุทธศาสตร์ 20 ปี” ที่คนไทยต้องเดินตาม
ชโลทร




ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา กรรมการผู้จัดการ นำทีมผู้บริหารทำพิธีวางศิลาฤกษ์ “ไทย เอวิเอชั่น อคาเดมี” สควอดรอน 101 สถาบันฝึกอบรมด้านการบินคุณภาพมาตรฐานสากลสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักบิน ณ บ้านหนองพอก ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด




อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
