ลูกชายร่ำไห้ แฉพี่เลี้ยงมหาภัย! อ้างกายภาพบำบัดล็อกคอ-กระชากแม่ป่วยติดเตียง อ้าง ‘สมองฝ่อต้องทำแรง’ พี่เลี้ยงโต้กลับเดือด ไม่มีใบอนุญาต แต่อ้างประสบการณ์ 24 ปี
กลายเป็นประเด็นร้อนคนในสังคม กรณีเคสสะเทือนใจของผู้ป่วยติดเตียงวัย 78 ปี ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย โดยอ้างว่าเป็นการ “ทำกายภาพบำบัด” ลูกชายเห็นคลิปแล้วช็อกหนัก ทนไม่ไหว ร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจสายไหมต้องรอด หวังเป็นอุทาหรณ์ไม่อยากให้เกิดกับใครอีก
รายการ โหนกระแส วันที่ 8 กันยายน 2569 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ ปั้น ลูกชายคุณแม่, วัล ภรรยา, เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
ปกติรับเคสแบบนี้มั้ย?
เอกภพ : มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ไม่ค่อยได้เจอเคสที่กระทำกับผู้สูงอายุ แล้วไม่เคยเจอการทำกายภาพแบบนี้ ถ้าเป็นคนแก่คนป่วยเขาต้องค่อยๆ ทำ จะยืดมือยืดขาก็ต้องค่อยๆ ทำ ผู้สูงอายุกระดูกจะเปลาะ ผมว่าการเอาผ้าเช็ดตัวรัดที่หัวล็อกคอ มันไม่ใช่วิสัยครับ
คุณแม่อายุเท่าไหร่ ป่วยเป็นอะไร?
ปั้น : คุณแม่อายุ 78 ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ มีภาวะสมองฝ่อด้วย ตั้งแต่เมื่อปี 67 เดือนก.พ. หลังจากคุณแม่เข้ารักษาที่รพ. พอออกมาคุณแม่ก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงเลย ได้พาคุณแม่ไปอยู่ศูนย์รับดูแลสองศูนย์ ช่วงนั้นคุณแม่มีการบอกกับผมว่าอยากกลับบ้าน ไม่อยากอยู่ศูนย์ ผมเลยพาแม่กลับบ้านและปรึกษากับภรรยา ว่าต้องการหาพี่เลี้ยงดูแลคุณแม่ระหว่างผมกับภรรยาไปทำงาน ก็เริ่มมองหา เริ่มเข้าเพจดูแลผู้สูงอายุเริ่มเข้าไปหาข้อมูล ติดต่อพูดคุย จนติดต่อได้อยู่แห่งนึง เขามีเจ้าหน้าที่มาให้ผม 1 คน แต่คนนี้ยังติดเคสเก่าอยู่ ยังมาไม่ได้ เขาเลยส่งผู้หญิงคนนี้มาทำงานจ๊อบ เป็นแบบชั่วคราว ชื่อนับเดือน เป็นชื่อเล่นนะครับ อายุ 44 ปี
เขาส่งโปรไฟล์ให้เราดู เป็นยังไง?
ปั้น : เขาบอกเขาทำได้หมด พาแม่อาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนยา สวนทหาร หัดเดิน เขาทำได้หมดเลย เราเลยตกลงรับเขามาชั่วคราวก่อน เพราะเราต้องการคนประจำ ที่เอเจนซี่เสนอมา เราให้เขาทำงานก่อน 6 วันแรก ชั่วคราวคิดวันละ 800 ทั้งวัน 24 ชม. เขามากินอยู่กับเรา หลังจากนั้นพอใกล้ครบ 6 วัน ทางผู้หญิงคนนี้เขาอ้างว่าเขาถูกให้ออกจากกลุ่มงาน เขาขอทำงานกับเราต่อเนื่องยาวเลย เลยเป็นจุดเริ่มต้นคุยค่าแรง วันหยุด วันพิเศษต่างๆ

จริงๆ มีศูนย์เป็นเอเยนต์หานักกายภาพมาให้ ตอนแรกเป็นอีกคนนึง แต่ติดเคส เลยส่งคนนี้มาแทนก่อนชั่วคราว ทำไปได้ 6 วัน นับเดือนบอกว่าถูกออกจากกลุ่ม คุณถามมั้ยว่าสาเหตุออกเป็นเพราะอะไร?
ปั้น : เขาไม่ตอบครับ
อันนี้แปลกแล้ว เพราะจริงๆ แล้วการทำอยู่ในศูนย์เขาต้องแบ่งศูนย์ด้วย แต่อันนี้น่าจะมีลับลมคมใน จะเอาเต็มๆ เลยบอกออกจากศูนย์แล้ว ขอทำยาวได้มั้ย คุณตกลง เปลี่ยนค่าจ้างเป็นยังไง?
ปั้น : ค่าแรงเดือนละ 2.6 หมื่น แบ่งจ่ายเป็น 15 วันครั้ง ครั้งละ 1.3 หมื่นบาท วันหยุดพิเศษในแต่ละเดือน จ่ายต่างหากอีกวันละ 800 บาท ถ้าบางเดือนมีวันหยุด 2 วันก็จ่ายพันหกต่างหาก เราตัดสินใจจ้างเขาต่อเนื่องเพราะว่าในช่วง 6 วันแรกเขาดูแลคุณแม่ดีมาก คุณแม่ไม่มีอาการซึมหรือมีรอยฟกช้ำตามตัว ไม่มีเลย เราจึงตัดสินใจจ้างเขาต่อ จะได้เป็นงานต่อเนื่องครับ
รูปร่างเขาโอเคเลย ตัวใหญ่ คนดูแลต้องยกอุ้ม บางทีคนตัวเล็กๆ จะอุ้มไม่ได้ รูปร่างเขาได้เลยสำหรับดูแลผู้สูงอายุจากนั้นยังไงต่อ?
ปั้น : หลังจากนั้น ม.ค. แผลแรกเริ่มขึ้นแล้วครับ เป็นแผลตรงสะบักซ้าย
คุณจ้างเขาต.ค. 68 ม.ค. 69 มีอะไร?
ปั้น : แม่มีแผลที่สะบักซ้ายครับ เขาลงไลน์กลุ่มมา ผมสอบถามเขา เขาบอกคุณแม่นั่งชักโครกแล้วพิง
คุณวัลถามว่าย่าเจ็บมั้ย เขาบอกว่าไม่ค่ะ พิงยังไงสะบักซ้ายเขียวแบบนี้ พิงฝาโถส้วม ถ้าคุณแม่โถส้วมพิง ต้องกดขนาดไหนถึงเขียวขนาดนั้นได้?
เอกภพ : ร่องรอยเหมือนถูกตีในความรู้สึกนะ มันเขียวช้ำเลย
จากนั้นยังไงต่อ?
ปั้น : พี่เลี้ยงให้เหตุผลต่างๆ พอแผลนี้เกิดขึ้น มันก็เกิดมาเป็นระยะๆ พอเกิดจุดนึงเขาก็รายงานในกลุ่ม
ทนายแก้ว : ได้ถามคุณแม่มั้ยว่าเกิดอะไร
ปั้น : คุณแม่เขาจำไม่ได้ครับ พอถามทำไมมีรอยช้ำ แม่ตอบไม่ได้ เพราะแม่เป็นอัลไซเมอร์ และหลอดเลือดสมองครับ แม่จำไม่ได้ ถามว่าเจ็บมั้ย แม่บอกไม่เจ็บ
มีกล้องวงจรปิดอยู่แล้วมั้ย เปิดทันทีมั้ย?
ปั้น : ยังไม่เปิดครับ เพราะทางพี่เลี้ยงเขาถ่ายรูปแล้วแจ้งในไลน์กลุ่มก่อนเลย แจ้งด้วยว่าคุณแม่เอาแขนไปโดนราวเตียง หรือไม่ก็โดนประตู ม.ค.เริ่มมีมาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ

เขาเป็นคนบอกก่อนตลอดเวลา?
ปั้น : ถูกต้องครับ
คุณวัลกับคุณปั้นกลับบ้านดูคุณแม่ตลอด ไม่ได้ปล่อย?
ปั้น : อย่างผมเลิกงานทุ่มครึ่งถึงสองทุ่ม บางครั้งเข้าไปหาแม่ แม่นอนแล้ว ดับไฟ ผมก็อยากให้แม่พักผ่อน ไม่ได้เข้าไปตรวจร่างกายแม่ว่ามีรอยฟกช้ำอะไร
ที่คุณฉุกคิดสุดๆ เลยคืออะไร?
ปั้น : เหตุการณ์วันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา วันนั้นเป็นภรรยาผมกำลังหามื้อเช้าให้คุณแม่ในครัว คุณแม่อยู่กับพี่เลี้ยงในห้องนอน อยู่ติดกัน แฟนผมได้ยินเสียงร้องโอ้ย เป็นเสียงคุณแม่ แฟนผมเลยมาหาที่ห้อง แต่ยังไม่เข้าไปนะครับ ยืนอยู่ข้างนอก เห็นพี่เลี้ยงกำลังใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะคุณแม่ แฟนผมเลยถามว่าแม่ร้องอะไร พี่เลี้ยงเขาตอบว่าคุณแม่ร้องเพลงชาติ
คุณตอบว่า ชาติพ่อมึงดิ?
ปั้น : วันนั้นผมออกจากบ้านไปตั้งแต่ 6 โมงเช้า แฟนผมออกจากบ้าน 7 โมงครึ่ง แฟนผมเห็นแล้วว่ามันผิดปกติ ก็จำเวลาไว้แล้วรีบออกไปทำงาน เมื่อกลับมา ก็เริ่มตรวจสอบกล้องย้อนหลัง ตั้งแต่ม.ค. คุณแม่เริ่มเปลี่ยนไปด้วย เริ่มซึม ผมหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ จะสังเกตว่าตอนเช้าแม่จะซึม ถามอะไรจะไม่ค่อยตอบโต้ บางครั้งคุณแม่นั่งสัปหงก นั่งวีลแชร์ นั่งสัปหงก คล้ายๆ ตอนกลางคืนคุณแม่ไม่ได้นอน
พอเขาบอกว่าแม่ร้องเพลงชาติ คุณทำยังไงต่อ?
ปั้น : ผมเริ่มสงสัย ก็ปรึกษากับแฟน เริ่มไล่ตรวจสอบกล้อง
คุณวัลเห็นเขาเอาผ้าขนหนูคลุมแม่?
ปั้น : วันนั้นคุณแม่สระผม ถ้าจะเช็ดผมให้แห้ง ทำไมต้องคลุมทั้งหมด ถ้าจะเช็ดผม คลุมครึ่งนึงก็ได้ แล้วขยี้ปลายผม
นอกหน้าต่างคือคุณวัล?
วัล : กระจกข้างนอกมองไม่เห็นค่ะ แต่ข้างในจะมองเห็นข้างนอก
คุณเปิดคลิปนี้ดูก่อนเลย พอเห็นภาพไปถามเขามั้ย?
ปั้น : ถามครับ วันที่ 23 ส.ค. วันนั้นทางภรรยาไปถามเขาโดยเอาโทรศัพท์ไปด้วย เอาคลิปให้เขาดูว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วมีคลิปวันที่ 18 ในห้องน้ำด้วย

ที่ได้ยินคืออะไร?
ปั้น : ผมคาดว่าเขาน่าจะมีการทารุณคุณแม่ในห้องน้ำ โดยการตี เพราะได้ยินเสียงตีเลย แล้วก็มีการข่มขู่ บังคับให้คุณแม่ยืน ยกแขน ซึ่งคุณแม่เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง ซีกซ้ายคุณแม่สั่งงานไม่ได้ มีการเกร็ง กระตุกเอง คุณแม่ทำตามที่เขาบอกไม่ได้ พอทำไม่ได้ก็มีการตี บังคับ การขู่
ไม่ใช่สองเหตุการณ์ที่เพิ่งได้เห็น มีเหตุการณ์อื่นๆ ตามมาอีกด้วย แต่นับเดือนบอกว่าไม่ใช่ เป็นการเข้าใจผิด ทั้งหมดคือวิธีการทำกายภาพบำบัด กระตุ้นให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว หลังสองเหตุการณ์ที่เห็นในคลิป คุณถามเขามั้ย?
ปั้น : ถามครับ วันที่ 23 ผมนำคลิปที่มีไปถามนับเดือนว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนผมยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู ช่วงแรกเขาไม่ตอบครับ พอพี่เลี้ยงอยู่กับผมในห้อง เขาจึงตอบว่า วันที่ 18 เขาตีขาคุณแม่ จากนั้นภรรยาผมเข้ามาและให้ออกจากงานเลย วันที่ 23 ครับ
คุณวัลให้ออกจากงานเพราะอะไร?
วัล : เริ่มจากเราได้ยินเสียงในห้องน้ำก่อน เราได้ยินเสียงเขาตี เราไม่รู้ว่าตีอะไร แต่เรารู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นตีด้วยอะไรก็ตาม เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ค่ะ ก็เลยตัดสินใจให้เขาออกวันนั้นเลย เขาก็ออกค่ะ แต่ว่าเขาจะพูดกับฝั่งแฟนมากกว่าว่าเขาดูแลคุณย่ามา เขาไม่ได้ทำ ทำนองนั้นค่ะ
ปั้น : ผมถามเขาว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น หลังจากภรรยาผมออกจากห้องไปแล้วนะครับ เขาอยู่กับผมและคุณแม่ เขายอมรับเลยว่าเขาตี มีจังหวะก่อนเขาตอบ เขาพยายามให้แม่เป็นคนตอบ ซึ่งที่ผมบอกตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าแม่สมองฝ่อ เขาจำไม่ได้หรอกครับว่าแผลต่างๆ เกิดอะไรขึ้น
มีช็อตนึง ที่นับเดือนเอามือไปหาคุณแม่ คุณแม่ดึงตัวกลับนิดนึง หรือเปล่า?
วัล : แขนขวาบวมด้วยค่ะ
ปั้น : ข้อพับระบมครับ
เอกภพ : เหมือนเอี้ยวตัวหลบ
แกคล้ายๆ ผวา จากนั้นยังไง?
ปั้น : แฟนผมก็เข้ามาและให้เขาออกจากงาน นี่เป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกกับครั้งที่สอง พี่เลี้ยงคนนี้เคยใช้วาจารุนแรง เราเคยตักเตือนเขาครั้งแรก ครั้งที่สองลูกสาวผมมาแจ้ง ตอนที่พี่เลี้ยงพาคุณแม่เดิน แบบใช้วอล์กเกอร์แล้วประคองไปด้วย มีการใช้ถ้อยคำรุนแรง มีการเร่ง มีการขู่ ลูกสาวผมอยู่ห้องรับแขก ก็มาแจ้งผมกับวัล ก็เรียกคุยเป็นครั้งที่สอง นี่เป็นครั้งที่สาม ภรรยาผมเลยตัดสินใจไม่เอาแล้ว
คุณไปดูคลิปอื่นๆ อีกมั้ย?
ปั้น : วันที่ 24 25 26 ผมไล่ดูกล้องย้อนหลังไป กล้องบันทึกได้ถึง 16 ส.ค. ก็เห็นคลิปเพิ่มมามากมายเลย พอผมไปเช็กดู ช่วงเวลาที่เขาทารุณคุณแม่ เป็นช่วงผมไปทำงานแล้ว ช่วงผมนอนหลับ บางคลิปคุณแม่ร้องด้วยความเจ็บปวด พอดูเสร็จก็เกิดคำถามว่าผมอยู่ใกล้แค่นี้ผมช่วยแม่ไม่ได้ (ร้องไห้) ผมจ้างคนมาดูแล กลับกลายเป็นทำร้ายคุณแม่ แต่ผมก็ต้องเก็บข้อมูลให้หมด แล้วบันทึกครับ จากนั้นผมกับแฟนก็ปรึกษากันว่าต้องแจ้งความ ผมก็ไปสภ.เมืองชลบุรี วันที่ 24 ช่วงห้าทุ่มกว่า ผมได้พูดคุยกับทางร้อยเวร ซึ่งกระบวนการต่างๆ ร้อยเวรแจ้งว่าคดีทำร้ายร่างกาย มีอายุความ 1 ปี และต้องมีใบตรวจสภาพร่างกายจากแพทย์นิติเวช ซึ่งกว่าเอกสารจะออก อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ผมก็เลยคิดกับภรรยาว่าอยากเอาคลิปที่ผมมี เป็นการแจ้งเตือนภัยก่อน ก็เลยติดต่อพี่เอก เพจสายไหมฯ เข้ามาครับ เพื่อทำเป็นการเตือนภัยเบื้องต้นก่อน ระหว่างดำเนินคดี

เขาบอกคุณว่าทุกอย่างคือการทำกายภาพ?
ปั้น : ครับ
เมื่อกี้ตอนเบรกลูกชายโทษตัวเองตลอด ว่าเขาทำให้แม่เป็นแบบนี้ ปั้นอยากให้เปิด เพราะอยากให้เห็นว่าคนนี้ทำอะไรกับแม่เขาบ้าง และไม่ใช่เหตุการณ์เดียว ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกในเกือบทุกๆ วัน นี่ยังไม่รวมการด่าทอแม่อีกนะ?
ปั้น : ใช่ครับ แม้กระทั่งการป้อนข้าว เขาใช้ช้อนกลางตักจนมูนลักษณะยัด คำต่อไปเขาตักรอเลย แม่ยังไม่มีโอกาสได้เคี้ยวเลย มีคลิปที่แม่สำลักด้วย พูดง่ายๆ เขาเข้าใกล้แม่เมื่อไหร่ เท่ากับแม่ถูกทารุณ เท่ากับแม่ต้องเจ็บ
เอกภพ : พอเกิดเหตุปุ๊บ เขาไล่กล้องแล้วจดเวลามาเลย ว่าแต่ละช่วงเวลาทำอะไรกับแม่เขา เช่น ตอน 07.45 น. ด่าแม่เขาสมองหมา ตีหนึ่งครั้ง เสียงแม่เขาร้อง เขาจดมาหมดเลย
ทนายแก้ว : 07.52 น. กดหน้าผู้ป่วยแก้มขวา 07.53 น. ดัดนิ้วหัวแม่เท้าด้านซ้าย 08.50 น. กดคอผู้ป่วย 10.25 น. ยกแขนซ้ายผู้ป่วย กายภาพผู้ป่วย ร้องเจ็บปวด หลังมือซ้ายกระแทกแกนพัดลมสอดคล้องรอยช้ำ
ปั้น : หัวนอนแม่มีผ้าม่าน เขายกแขนขวาไปจนสุด มือไปตีเหล็กผ้าม่านเลย เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังมือแม่มีรอยเขียว เขาให้เหตุผลว่าเป็นเส้นเลือด
เข้าไปดูยูทูปบอกว่าอย่าเปิดยาวเลย สงสาร ผมไม่มีเจตนาจะเปิดยาว แต่ลูกชายอยากให้เปิดยาวกว่านี้อีก เขาอยากให้เห็นว่าแม่โดนอะไรมาบ้าง มันจะได้ลบล้างกับสิ่งที่อีกฝั่งพูด คุณเอกรับเรื่องมายังไง?
เอกภพ : เห็นคลิปที่พี่เขาส่งมาแล้วน่าตกใจ พี่เขาบอกว่าตอนนี้ตัวคนก่อเหตุน่าจะไปสมัครดูแลผู้สูงอายุบ้านอื่นแล้ว เพราะเขาให้ออกไปแล้ว พอเขามาเห็นคลิปเขาตกใจ ผมถามว่าตอนดูคลิป ไม่เอาเท้ายันไปสักที เขาบอกทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเขาออกไปก่อน แล้วมาไล่คลิปย้อนหลังถึงเห็นพฤติกรรมทั้งหมดว่าทำอะไรกับคุณแม่มาบ้าง ก็กลัวว่าคนอื่นจะโดนเหมือนแม่เขา เขาไปหาผม เขานั่งร้องไห้นะ มีภาพข่าวตอนเขาไปหา เขารู้สึกว่าเหมือนจ้างคนเดือนเกือบ 3 หมื่นมาทำร้ายแม่เขา ถ้าเขาไม่ออกมาพูด ไม่เอาคลิปมาให้เพจสายไหมฯ เป็นสื่อกลาง เขากลัวคนอื่นจะโดนแบบนี้อีก เขาไม่อยากให้แม่ใครโดนแบบนี้ ก็ประสานทางโรงพัก วันนี้สภ.เมืองชลบุรี เขาจะเรียกไปสอบปากคำ เมื่อเช้าโทรหาผกก.ท่าไม่ได้รับสาย อาจติดภารกิจอยู่ แต่พฤติกรรมเขาทำหลายครั้งต่อเนื่องกัน ถ้าท่านเอาแค่ร่องรอยบาดเจ็บครั้งล่าสุดแล้วดำเนินคดีกับเขา ข้อหามันเบาอย่างกับปุยนุ่น แต่ถ้าท่านเอาคลิปวิดีโอ ย้อนดูแค่ไม่กี่วัน ที่ลูกชายเขาไปเปิดดู ท่านเห็นพฤติกรรมเต็มไปหมดเลย ว่าเขาทำพฤติกรรมอะไรบ้าง เยอะมาก อยากให้ผกก.สั่งการว่าให้เอาลูกชายไปสอบ แล้วเอาคลิปไปให้ดู เพื่อสอบแต่ละรายการ เพราะคุณแม่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ คุณแม่ให้การเองไม่ได้อยู่แล้ว คุณแม่จำได้ระยะเวลาสั้นๆ อยากให้ดูพฤติกรรมที่เขาทำมาทั้งหมด ลูกชายเรียงลำดับมาหมดเลย ฝากสอบปากคำตามนี้ แล้วนำเสนอให้ท่านผู้พิพากษาท่านดู เชื่อว่าท่านจะลงโทษเรียงกระทง เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอตัดคลิปแต่ละช่วงส่งให้พนักงานสอบสวน และสอบปากคำแต่ละช่วงเลยครับ

ในนี้เขียนว่ากดคอช่วงแต่งตัวให้คุณแม่?
ปั้น : มีครับ ตอนเปลี่ยนเสื้อ เขาเอาท่อนแขนกดลงไป แล้วดึงเสื้อที่ติดอยู่ข้างหลังขึ้นมา เพื่อเอาเสื้อออกจากศีรษะ ออกจากแขน
เขาทำรุนแรงจังเลย?
เอกภพ : คุณแม่ก็โอ้ยๆ อยู่
ทนายแก้ว : พฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายความผิดค่อนข้างรุนแรงพอสมควร การทำร้ายร่างกาย 295 จำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น อันนี้สแตนดาร์ดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ฝากคือทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ มาตรา 309 แบบนี้มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น เราในฐานะทายาทโดยธรรม ต้องเอาคลิปไปซัปพอร์ตพนักงานสอบสวน คดีแบบนี้เป็นอาญาแผ่นดินอยู่แล้ว ความผิดไล่เป็นกรรม เป็นครั้งๆ มาอยู่แล้ว ถ้าเขาจะแย้งว่าเป็นการกายภาพ ต้องดูว่าวิญญูชนเขาทำแบบนี้มั้ย
เพจดาวแปดแฉกลงว่าสิ่งที่ดูกันอยู่ผิดมาตรา 28 พรบ.วิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.2547 มีกำหนดโทษกรณีผิดมาตรา 28 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ?
ทนายแก้ว : เป็นอีกกรรมนึง เป็นกฎหมายเฉพาะของพรบ.กายภาพเขาเลย
นับเดือนบอกว่าเขาทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นการกระตุ้นคนป่วยให้รับรู้อย่างเช่นคนเป็นสโตรกต้องทำให้รุนแรงหน่อย?
ปั้น : เขาอ้างว่าแบบนั้นครับ
วัล : เขาอ้างว่าแม่เกร็งค่ะ ทำยาก ต้องออกแรงเยอะ ซึ่งหนูจะบอกเขาตลอดว่าไม่ต้องทำขนาดนั้น ให้เบากว่านี้ได้
ถ้าย้อนกลับไป 6 วันแรก พฤติกรรมเขาทำแบบนี้มั้ย?
วัล : ไม่ค่ะ จะทำเบากว่านี้ แต่ทุกครั้งที่ดูแล้วเริ่มรู้สึกว่าแรง ก็จะแจ้งเขาเลยว่าพี่ ทำเบากว่านี้ได้ ไม่ต้องถึง 30 เอาเท่าที่แม่ไหว แล้วตัวเขาเองจะได้ไม่เหนื่อย
เอกภพ : พี่เขาบอกว่าพอให้พี่คนนี้ออกไป เขามาดูแลแม่เอง พาแม่ไปอาบน้ำ แม่เริ่มจำได้ ว่าแม่ถูกกระทำอะไรบ้าง
ปั้น : อย่างผมพาแม่ไปอาบน้ำ ผมไม่ได้ถามคุณแม่เลยนะครับ แม่บอกว่ามันชอบกระชากหัวแม่ มันชอบเอาแขนดันคางแม่ มันชอบอุ้มแม่แล้วให้กระแทกกับรถอาบน้ำ หรือแม้แต่ตอนคุณแม่นอน ผมเข้าไปเปลี่ยนเป็นแพมเพิส คุณแม่บอกว่ามันชอบยกแม่แล้วเอาแม่กระแทกกับเตียง
พอคุณเริ่มดูแล แม่เริ่มจำได้?
เอกภพ : ถามแม่มั้ยทำไมไม่บอกตอนเขาทำ ตอนที่จำได้
ปั้น : คุณแม่บอกว่าถ้าคุณแม่ฟ้องมันจะทำแรงขึ้น มีขู่ครับ
ทนายแก้ว : บริษัทไม่ได้เข้ามาซัปพอร์ตเพราะเราจ้างตรง
ปั้น : ใช่ครับ เหมือนการตกลงกันเขา

เอกภพ : เดือน 2.6 หมื่นไม่น้อยนะ กินอยู่กับเรา กินฟรีอยู่ฟรี น้ำไฟฟรี รับเงินเดือนเต็ม 2.6 หมื่น วันหยุดต้องเพิ่มให้พิเศษวันละ 800 อีก
ทนายแก้ว : ได้เช็กใบประกอบวิชาชีพเขามั้ย
ปั้น : ไม่รู้จะพูดได้หรือเปล่า มันเป็นใบรับรองเงินเดือนครับของศูนย์ครับ
ทนายแก้ว : เราก็หลงเชื่อว่าเป็นกายภาพจริงๆ
ปั้น : ใช่ครับ
“นับเดือน” อยู่ในสาย อายุเท่าไหร่?
นับเดือน : 44 ค่ะ
ทำอาชีพนี้มานานหรือยัง?
นับเดือน : 20 กว่าปีแล้วค่ะ
มีใบประกอบมั้ย?
นับเดือน : ไม่ได้มีใบประกอบค่ะ
แล้วจบเรื่องกายภาพมามั้ย?
นับเดือน : ไม่ได้จบค่ะ คือทำกายภาพที่โรงพยาบาลแห่งนึง พาคนไข้ไปค่ะ นักภายภาพเขาสอนค่ะ
สมัยก่อนเคยดูแลผู้ป่วย รู้พักลักจำมาแบบนี้?
นับเดือน : ใช่ค่ะ ไปเรียนอยู่สองอาทิตย์ค่ะ
เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น?
นับเดือน : หนูไปรับจ๊อบคุณย่า 6 วัน แล้วพาอาบน้ำ คุณวัลก็อยากให้พาอาบน้ำ ไม่ต้องเช็ดตัวบนเตียง หนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูทำได้หมดนะคะ ยกอาบน้ำได้หมด เพราะสะอาดค่ะ หนูก็ไปดูได้ 6 วัน ไปครั้งแรก คุณย่าขาเขียวหมดเลยค่ะ แต่ว่าหนูไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หนูเจอเขาครั้งแรกเลยถามว่าทำไมเขียวแบบนี้เขากินยาละลายลิ่มเลือดค่ะ โดนอะไรนิดหน่อยก็เขียว หนูก็พยายามดูแลและทำกายภาพให้ ไปครั้งแรกคือเข่าบวม คุณยายร้องเจ็บเข่ากลางคืนทั้งคืน ร้องโอ้ย น้องนับเดือนเจ็บเข่า คือเข่าข้างซ้ายที่เป็นสโตรก บวม และไม่สามารถพลิกตัวมาข้างขวาได้ เลยแจ้งลูกว่าต้องทำกายภาพนะคะ หนูทำกายภาพจนเขาพลิกซ้ายขวาได้ ตอนมาอยู่ทีแรก คุณย่าไม่สามารถดันตัวเองขึ้นมาได้ ไม่มีแรง แข็งเลยค่ะ แต่หนูก็ค่อยๆ ทำค่ะ หนูคิดว่าเดี๋ยวทำไปให้เขาหาย คิดว่าจะออกแล้วนะคะ เพราะหนูจะไปรับเคสอื่น ทางคุณวัลบอกว่าพี่นับเดือนทำได้ก็ทำไปนะคะ หนูเลยอยู่ต่อ หนูทำตามขั้นตอนที่กายภาพสอนมาค่ะ ทำกายภาพจนให้คุณย่ายืนข้างเตียงได้ จับวอล์กเกอร์ได้ 15 นาทีต่อวัน ตอนนั้นยังเดินไม่ได้ค่ะ แจ้งลูกชายไปอยู่ว่าตอนนี้ฝึกยืนก่อนนะคะข้างเตียง พอยืนได้แข็งแรง ก็พาทำกายภาพ พาเดินค่ะ
การทำกายภาพต้องทำรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?
นับเดือน : ไม่ได้รุนแรงนะคะคุณหนุ่ม แต่คุณย่าเขาต้าน ก็ต้องใช้แรง แต่หนูไม่ได้ทำเกินมาตรฐาน เขาต้านทุกครั้งเลย มีแต่ข้างซ้ายที่คุณย่าจะไม่ต้าน ทำจนนิ่มค่ะ จากมือหงิก ศอกบวม ก็ทำจนหาย พาเดินรอบบ้านได้ หมอก็ต้องการให้คุณย่าเดินค่ะ
แล้วที่ต้องเอาแขนดันคางขึ้น กดหัวตอนเปลี่ยนชุดคืออะไร?
นับเดือน : คุณย่าชอบก้มหัว เขาจะชอบเกร็ง ไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำ เขาจะยกขาขึ้นแล้วบิดตัว แต่หนูก็พยายามบอกแล้วว่าอย่าบิดตัว อย่ายกขา คุณย่างอขาได้ เอาขาลงค่ะ อย่ายก แล้วที่บอกว่าหนูกดหัวคุณย่า ไม่มีเลยค่ะ สาบาน สระผมอะไรก็ธรรมดาค่ะ
ทนายแก้ว : แต่คลิปเห็นว่าคุณนับเดือนกดหัวคุณย่านะครับ
นับเดือน : กดหัวตรงไหนคะ

มันมีภาพคุณย่านั่งอยู่บนเก้าอี้ คุณเอาแขนข้างซ้าย ข้อศอกกดหัวลงไป ให้คุณย่าโก้งโค้ง ถลกเสื้อจากด้านหลังขึ้นมา เป็นวิธีการหรือเปล่า?
นับเดือน : หนูไม่เคยทำเขารุนแรงหรอกค่ะ ไม่งั้นไปตรวจคุณหมอคงไม่บอกหรอกค่ะว่าอาการดีขึ้น
รอยเขียวช้ำขึ้นมาเอง?
นับเดือน : บางทีเหมือนเส้นเลือดเขาค่ะ หนูถามคุณย่าแล้วทำไมเขียวแบบนี้ คุณย่าบอกมันก็เป็นแบบนี้แหละ
เอกภพ : คุณย่าพูดเองหรือคุณพูดเอง
นับเดือน : คุณย่าพูดเองค่ะ
ทนายแก้ว : ทำไมเอาแขนเขาไปฟาดกับราวหน้าต่าง ต้องแรงขนาดนั้นด้วยเหรอ
นับเดือน : โดนตรงนั้นไม่ได้แรง ผ้าม่านมันปลิวอยู่แล้ว มันไม่ได้แรงเลยค่ะ อยากบอกสังคมเหมือนกันนะ อย่าตัดสินเราแบบนี้ ถ้าเราทำไม่ดี เขาจะกลับมาเดินได้ยังไง ทั้งที่เขาพลิกตัวก็ไม่ได้ ยืนก็ไม่ได้ เดินก็ไม่ได้
เอกภพ : ที่คุณทำไม่แรงเหรอ คุณเข้าใจคำว่าแรงหรือไม่แรงมั้ย
นับเดือน : ดูดีๆ ค่ะ มือหนูกันไว้ค่ะ หนูรู้ค่ะ เพราะหนูทำ มือหนูนี่แหละค่ะโดน ดูในกล้องเลยค่ะ
ทนายแก้ว : ผมว่ามันเกินวิสัยนักกายภาพนะครับ ท่าแบบนี้
นับเดือน : หนูเอามือหนูกันไว้ค่ะ โดนมือหนูนี่แหละค่ะ
กรณีคุณทำกายภาพ คุณทำมานานแค่ไหน?
นับเดือน : 24 ปีค่ะ
ไปเรียนที่พระมงกุฎ 2 อาทิตย์?
นับเดือน : ไม่ได้เรียนค่ะ
คุณทราบได้ไงว่าต้องทำแบบนี้?
นับเดือน : พาคนไข้ไปทำค่ะ นักกายภาพสอน เป็นการกายภาพเบื้องต้นค่ะ
หมายความว่าต่อไปนี้ ใครเป็นนักกายภาพ ไม่ต้องไปเรียน หรือเข้าคอร์ส หลักสูตร เราให้นักกายภาพเขาสอนเรา แล้วก็มาทำได้ ถูกมั้ย?
นับเดือน : หนูก็ไม่รู้ แต่ที่หนูทำ ญาติยินยอมให้ทำกายภาพ แต่เคสที่หนูจบมา เกือบ 4 ปี เขาทำไม่ได้ค่ะ เขาเป็นโรคเลือด ไม่สามารถทำกายภาพได้ หนูก็ไม่ได้ทำค่ะ แค่นั่งรถเข็นขึ้นลงขึ้นลงค่ะ
ทนายแก้ว : ต้องปลุกตีสาม ตีสี่แบบนี้เลยเหรอ
นับเดือน : เปลี่ยนแพมเพิสค่ะ คนไข้ฉี่ต้องเปลี่ยนแพมเพิสค่ะ
เอกภพ : เปลี่ยนแพมเพิสแล้วมากายภาพทำไมตอนตีสามครับ
นับเดือน : หนูจะกายภาพตอนตีสามได้ไงคะ หนูต้องเปลี่ยนพลิกตะแคงขาคุณย่า จัดท่า บางวันถ้าขาเข่าแข็ง หนูแค่งอให้คุณย่าเฉยๆ ค่ะ หนูไม่ได้แกล้งคนไข้แบบนั้น มันเป็นตารางการทำงานของเราอยู่แล้ว เคสไหนก็ทำแบบนี้ ถ้าสมมติว่าเขาไม่ฉี่ห้าทุ่ม เราก็ต้องมาดูตีหนึ่ง ถ้าเขาฉี่ตีหนึ่งเราก็ต้องเปลี่ยน ไม่เคยแช่แฉ่คุณย่าเลยค่ะ ตอนแรกคุณย่ามีปัญหาคือชอบกลั้นฉี่ หนูก็ให้เขากินน้ำเยอะๆ ฉี่เหม็นมาก แจ้งญาติ ญาติก็รู้ ให้กินน้ำจนฉี่ไม่เหม็นแล้ว จากที่เคยฉี่เหม็น
เอกภพ : คุณนับเดือนทำอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 20 เลยเหรอ
นับเดือน : ใช่ค่ะ
เอกภพ : ดูแลผู้สูงอายุมาตลอดเลยเหรอ
นับเดือน : ใช่ค่ะ
เอกภพ : ดูมาแล้วกี่เคสกี่คน
นับเดือน : โห เคสแรกก็ 10 ปี
เอกภพ : เคสแรกที่ไหน
นับเดือน : อยู่บางกรวยค่ะ เป็นอัมพาตครึ่งซีกค่ะ
ที่คุณไปพูดคำว่าสมองหมา คุณพูดทำไม?
นับเดือน : วันนั้นหนูอาบน้ำให้คุณย่า บิดตัวค่ะ แล้วแจ้งให้ลูกชายว่าคุณย่าไถลตัว รถเข็นมันเปียกน้ำแล้ว หนูฟอกสบู่ เขาก็บิดตัว ไถลก้นลง หนูก็พยายามยกให้คุณย่ายกขึ้น บิดตัวแล้วศอก ก็โดนรถเข็นข้างขวา หนูพยายามยก เขาก็ทำแบบเดิม หนูก็ยกจนตัวสั่น บอกเขาว่าอย่าบิด แต่หนูไม่เคยทำเขาตกรถเข็นค่ะ อาบน้ำจนแบบ ทำไมบอกแล้วไม่ฟัง
คุณเลยพูดว่าสมองหมา?
นับเดือน : ใช่ หนูยอมรับ แต่ไม่ได้ทุกวัน ไม่มีวันเว้นวันหรอกค่ะ ไม่ได้ว่าคุณย่าสมองหมาเลยนะคะ ไม่ได้พูด หนูบอกแบบนี้ค่ะ หนูพูดภาษาคนนะคะ ไม่ได้พูดภาษาหมา ไม่ได้พูดว่าสมองหมา
ของคุณเขาเรียกว่าเป็นอะไร เป็นนักกายภาพหรืออะไร?
นับเดือน : ไม่ได้เรียกว่านักกายภาพนะคะ หนูก็เรียกว่าดูแลผู้สูงอายุทั่วไป
แล้ววิธีการต้องดูแลแบบไหน?
นับเดือน : มันแล้วแต่เคสค่ะ
ถ้าเคสที่เขาฟังไม่รู้เรื่อง ต้องมีคำพูดนี้ออกไป ถูกมั้ย?
นับเดือน : ไม่ใช่ค่ะ ไม่มี
แล้วคุณพูดทำไม เพราะคุณทนไม่ไหวเวลาผู้สูงอายุเขาไม่ฟังคุณ?
นับเดือน : ใช่ค่ะ
การเป็นนักดูแลผู้สูงอายุต้องมีความอดทน ถูกมั้ย?
นับเดือน : ค่ะ
แสดงว่าคุณไม่สามารถควบคุมเรื่องภาวะอารมณ์คุณได้ถูกมั้ย?
นับเดือน : หนูก็อดทนมาตลอดเลยนะคะ
ถามแค่ใช่หรือไม่ใช่?
นับเดือน : ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายค่ะ ไม่มีค่ะ

ทนายเดือน : คุณยอมรับกับลูกชายเขาไม่ใช่เหรอว่าคุณตีขาเขา
นับเดือน : ไม่ได้ยอมรับค่ะ ไม่ได้พูดเลยค่ะ แค่ขอโทษไว้ก่อนเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้พูดสักคำเลยค่ะ คุณวัลบอกว่าควรไปพักผ่อนนะคะ
วัล : พูดค่ะ หลังให้คุณออกจากงาน คุณก็พูดกับพี่ปั้น คุณบอกเองว่าคุณตีขา
นับเดือน : ไม่ได้พูดเลยค่ะ ไปดูในกล้องเลยค่ะ ทำไมคุณพูดแบบนี้คะ ไม่ใช่เลยค่ะ คุณใส่ร้าย คำนี้ก็ไม่เคยพูด แล้วที่บอกว่าไม่ให้คุณย่าไปฟ้องลูก หนูก็ไม่ได้พูดค่ะ ขอความเป็นธรรมกับตัวเองเหมือนกันค่ะ
ตอนคุณนั่งคุยกับคุณย่า คุณปั้นนั่งคุกเข่าอยู่ คุณเอามือตีๆ ขาคุณย่าคุณอธิบายว่าอะไร?
นับเดือน : ไม่ได้อธิบายว่าอะไร แค่บอกว่าขอโทษนะคะคุณปั้น พูดแค่นี้
แต่ลักษณะคุณเหมือนตีขา?
นับเดือน : หมายถึงว่าไม่ได้ตีแรง ไม่ได้ทำอะไรค่ะ
คุณพยายามอธิบายว่าคุณตีแต่ตีเบาๆ?
นับเดือน : ใช่ค่ะ ใครจะไปฟาดขนาดนั้นค่ะ
ตกลงตีหรือไม่ตี เอาให้แน่ๆ?
นับเดือน : หนูตีเบาๆ ค่ะ พิสูจน์ออกมาเลยค่ะ หนูมั่นใจเหมือนกันว่าหนูไม่ได้ทำ ถ้าหนูทำ หนูก็ทำตั้งแต่แรกแล้วค่ะ
แล้วเสียงที่เกิดในห้องน้ำมีเสียงตีคืออะไร?
นับเดือน : ขนาดกลืนน้ำยังเสียงดังเลยค่ะ หนูรู้อยู่แล้วค่ะว่ามีกล้อง
ทนายแก้ว : แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณไปดุไปว่าคุณย่าในห้องน้ำ
นับเดือน : เวลาอาบน้ำ คุณย่าชอบบิดตัวค่ะ หนูก็บอกทุกครั้งให้นั่งให้ตรง ไม่ต้องบิด
ทนายแก้ว : คุณอยู่กับคุณย่ามากี่เดือน
นับเดือน : 11 เดือนค่ะ
ทนายแก้ว : คุณก็คลุกคลีอากัปกิริยาคุณย่ามาตลอดไม่ใช่เหรอ
นับเดือน : เป็นแบบนี้มาตลอด เราต้องบอกทุกครั้งค่ะ บอกคุณวัลแล้วว่าพี่ไม่พูดได้มั้ย ก็บอกว่าต้องพูดบ้างค่ะ
เอกภพ : อธิบายตอนเช็ดหัวคุณย่า ว่าคุณทำอะไรบ้าง
นับเดือน : คุณย่าชอบก้มและตะแคงคอค่ะ
เอกภพ : การเอามือแขนสองข้างไปบิดล็อกคอคืออะไร
นับเดือน : ถ้าทำแรงจริงๆ คุณย่าคอเคล็ดค่ะ ไม่ได้ทำแบบเกินค่ะ หนูอยู่ตรงนั้นไม่ได้ทำเกิน หนูเห็นคลิปแล้ว
ปั้น : มีเตะขาด้วย
นับเดือน : ไม่ได้เตะขานะคะ
เอกภพ : คุณอธิบายตามคลิป คุณทำอะไร คุณนับเดือนมีแม่อยู่มั้ย
นับเดือน : มีค่ะ
เอกภพ : แล้วคุณทำกับแม่คุณแบบนี้มั้ยเอาผ้าเช็ดตัวคลุมหัว ทำมั้ย
นับเดือน : ไม่ทำค่ะ
เอกภพ : แล้วคุณไปทำกับแม่คนอื่นทำไม
นับเดือน : ก็หนูเช็ดหัวค่ะ หนูเช็ดหัวสระผม
เอกภพ : คุณเอาผ้าขนหนูเช็ดหัวแล้วล็อกคอเขางี้เหรอ
นับเดือน : หนูไม่ได้ล็อกคอค่ะ
ทนายแก้ว : คุณดูในคลิปสิ
เอกภพ : นักกายภาพทุกคนเขาทำแบบนี้กันมั้ย
นับเดือน : หนูยืนยันว่าไม่ได้ล็อกคอค่ะ
เอกภพ : คุณผลักหน้าคุณทำอะไร
นับเดือน : เช็กตัวค่ะ
เอกภพ : เตะขาอีก คุณทำอะไร
นับเดือน : หนูเช็ดหัวค่ะ
เอกภพ : เช็ดหัวแล้วเอาผ้าคลุมดันหน้าล็อกคอทำไม
นับเดือน : คุณย่าเขาชอบก้มคอค่ะ หนูแจ้งญาติอยู่ค่ะ
เช็ดทำไมต้องโน้ม?
วัล : คุณย่าชอบก้ม แต่สิ่งที่เขาทำ เขากดค่ะ
นับเดือน : ไม่ได้กดค่ะ ก็เช็ดหัวปกติค่ะ
วัล : หลักฐานขนาดนี้
นับเดือน : ถ้าหนูทำ คุณย่าคงบาดเจ็บแล้วค่ะ หนูไม่ได้เตะขาค่ะ ขาคุณย่ายกเกี่ยวขาหนูค่ะ ดูให้ดีๆ นะคะ ดูใหม่นะคะ ขาที่เขาชอบยกด้านซ้าย
คุณเอาขาขึ้นข้างบนแล้วกด?
นับเดือน : รถเข็นมันล็อกไม่อยู่ค่ะ
คุณทำทุกอย่างถูกต้อง?
นับเดือน : ค่ะ ถ้าหนูพยายามฆ่าคุณย่าจริงๆ
ไม่มีใครว่าคุณพยายามฆ่าคุณย่านะ?
นับเดือน : รถไม่ได้ล็อกค่ะ รถมันเสีย แจ้งญาติอยู่
ใครสอนคุณให้ทำกับผู้ป่วยแบบนี้?
นับเดือน : หนูดูแลผู้สูงอายุมาค่ะบางคนทำแบบนี้ บางคนไม่ได้อาบน้ำเช็ดตัวบนรถเข็นแบบนี้ บางคนสระผมบนเตียง ก็ไม่ได้ยกขึ้นยกลงแบบนี้
คุณถือสาย แล้วไม่ต้องพูดนะ ผมจะต่อสายหาเลขาธิการสภากายภาพบำบัด จะได้ฟังอีกมุม?
ทนายแก้ว : แต่เขายอมรับว่าเขาทำ
ปั้น : เขายอมรับครับ ตอนผมนั่งคุยกับเขา

ต่อสายหา “ศ.ดร.กภ.รัมภา บุญสินสุข” เลขาธิการสภากายภาพบำบัด กายภาพที่ใช้การกระแทกแรงๆ เป็นวิธีของนักกายภาพ ทำแบบนั้นถูกแล้วหรือยังไง?
รัมภา : ได้เห็นวิดีโอที่ทีมงานส่งมาให้ ก็ได้ข้อมูลประมาณนึง การทำกายภาพบำบัดเราทำด้วยความนุ่มนวล ไม่ได้กระแทกอะไร เพราะผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง เขาไม่มีกล้ามเนื้อช่วยพยุงข้อต่ออยู่แล้ว ถ้าเราทำแรงไป มันจะเสี่ยงกับการทำให้ข้อต่อบาดเจ็บ เอ็นข้อต่อต่างๆ บาดเจ็บค่ะ ก็ต้องทำด้วยความนุ่มนวลค่ะ จากภาพที่เห็น น่าจะเอาหลักวิธีการทำกายภาพบำบัดไป แต่วิธีการทำยังไม่ถูกต้องค่ะ
การยกขาฉีกแบบแรงๆ กระแทกแรงๆ มันส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอะไรเพิ่มเติมได้มั้ย?
รัมภา : ได้ค่ะแต่ละข้อต่อเขาจะมีช่วงการเคลื่อนไหวที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย เวลาเราทำให้ผู้ป่วย ต้องไม่ทำเกินช่วงการเคลื่อนไหวนั้น การไปยกขาที่สูงเกินไป สามารถทำให้เอ็นของกล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บได้ด้วยค่ะ
เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า นักกายภาพเขาทำแบบไหน จับผู้ป่วยนั่งกับเก้าอี้ เอาแขนศอกลงถลกเสื้อ เป็นวิชากายภาพบำบัดที่ถูกต้องมั้ย?
รัมภา : ไม่ใช่แน่นอนค่ะ โดยปกติแล้วเวลาเราสอนให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก เราจะมีกระบวนการสอนที่อาจทำจากการใส่แขนเข้าไปก่อน แต่ส่วนใหญ่แนะนำให้ใส่เสื้อที่มีกระดุมเพื่อที่ว่าจะได้แต่งตัวง่าย แต่จะไม่มีไปดันคอ เพราะเราต้องระวังไม่ให้การทำกายภาพบำบัดทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บเพิ่มขึ้นค่ะ
การสระผมต้องใช้การบิดคอ โน้มคอ เอาเข่ากดที่หน้าตักระหว่างเขานั่ง แล้วใช้ผ้าคลุมหัวบิด อันนี้ถือว่าถูกมั้ย?
รัมภา : ไม่ถูกต้องค่ะ เวลาเราดูแลผู้ป่วยเราพยายามให้เขาอยู่ในท่าทางที่เหมาะสม ไม่มีการไปยืดส่วนใดส่วนนึงมากเกิน หรือมีการบิด นักกายภาพจะไม่เอาร่างกายตัวเอง เช่นเข่าไปกดค่ะ เพราะมันอาจทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออก หรือเกิดการบาดเจ็บต่างๆ ตามมาด้วยค่ะ
ผู้ป่วยสมองฝ่อ หลอดเลือดตีบ การที่บิดคอเขามากๆ หรือกดคอเขามากๆ จะส่งผลเรื่องสมองที่เขามีอาการอยู่มั้ย?
รัมภา : บริเวณคอมีเรื่องหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหลายๆ มัดด้วยกัน การที่เราไปทำให้ศีรษะอยู่ในท่าไม่ได้ตั้งตรง หรือบิดมากเกินไป ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เหล่านั้นถูกกดทับได้ด้วยค่ะ
การเป็นนักกายภาพต้องมีใบ?
รัมภา : ใช่ค่ะ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดค่ะ
ถ้าคนไม่มีใบอนุญาตแล้วไปทำแบบนี้ถือว่าผิดมั้ย?
รัมภา : ในตัวของพรบ.วิชาชีพกายภาพบำบัดเอง เรามีการระบุไว้นะคะว่าไม่ให้ผู้อื่น ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ทำการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ถ้าเกิดว่ามีการทำเหล่านั้นมา ก็ถือว่ามีความผิดค่ะ ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปค่ะ
ความผิดมีอะไรบ้าง?
รัมภา : จะมีตั้งแต่การปรับ จนถึงการจำคุก ต้องขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยเขาได้รับบาดเจ็บ ได้รับอันตรายมากน้อยแค่ไหนค่ะ เป็นมาตรา 28 ค่ะ พรบ.เฉพาะค่ะ
ทนายแก้ว : ตอนอาบน้ำ นักกายภาพควรปฏิบัติยังไง ควรมีอารมณ์มั้ย เพราะมีการด่าผู้ป่วยอยู่บ่อยๆ
รัมภา : โดยปกตินักกายภาพบำบัด เรามีหน้าที่ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้เขากลับมาเคลื่อนไหวได้ กลับมาช่วยตัวเองได้ ซึ่งส่วนใหญ่เราดูเรื่องการเคลื่อนไหว การยืน การนอน การเดิน เรื่องการแต่งตัว อาบน้ำ เราแค่สอนอย่างเดียว แต่เราไม่ได้เป็นคนเข้าไปดู ตรงนี้จึงมีการนำผู้ดูแลซึ่งอาจเป็นญาติผู้ป่วยเข้ามาเรียนรู้วิธีการ นักกายภาพบำบัด ไม่ได้เข้าไปช่วยเรื่องการอาบน้ำสระผมเลยนะคะ
กรณีบุคคลใดบุคคลนึงไปรพ.พร้อมผู้ป่วย มีนักกายภาพสอน เข้าคอร์ส 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นบุคคลนี้สามารถไปเป็นพี่เลี้ยงทำกายภาพได้หรือเปล่า?
รัมภา : ถ้าเรียนสองสัปดาห์แล้วบอกว่าจะไปเป็นนักกายภาพบำบัด ไม่ได้แน่นอนค่ะเพราะการเป็นนักการภาพบำบัดได้ต้องเรียนจากสถาบันศึกษา ซึ่งหลักสูตรในการผลิตนักกายภาพบำบัดของประเทศไทยเราคือ 4 ปี ต้องสอบให้ผ่านด้วยเพื่อรับใบประกอบอนุญาตวิชาชีพ แต่ว่าการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง เนื่องจากว่าบางทีผู้ป่วยต้องการการดูแล 24 ชม. นักกายภาพบำบัดไม่สามารถอยู่กับผู้ป่วยได้นานขนาดนั้น เราก็จะยอมที่จะให้มีการนำผู้ดูแลหรือว่าญาติที่เป็นคนดูแลเข้ามา เรามีการสอนเรื่องการดูแลเกี่ยวกับกายภาพบำบัด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการช่วยขยับแขนขา พลิกตะแคงตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ นำผู้ป่วยขึ้นมานั่งบนเตียง แต่ไม่ได้สอนเหมือนที่มาทำแบบที่นักกายภาพบำบัดทำได้ค่ะ
กรณีที่อาจารย์บอกว่าสอนให้ญาติรู้จักวิธีอาบน้ำกับทางผู้ป่วย ผู้ป่วยมีเรื่องเส้นเลือดตีบ หรือสมองฝ่อ การสื่อสารอาจไม่ได้เหมือนคนทั่วไปอยู่แล้ว เรื่องยกตัว บิดแขนเขาอาจทำไม่ได้ เรื่องแบบนี้นักกายภาพมีการสอนมั้ยว่าต้องใจเย็นๆ ไม่ใช่ไปด่าคนป่วย ว่าพูดภาษาคนไม่ใช่ภาษาหมา มันมีแบบนี้ในนักกายภาพมั้ย?
รัมภา : ปกติเราสอนกันมาตั้งแต่มาเรียนกายภาพบำบัด เรื่องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยด้วยความสุภาพ ใจเย็น เราสอนผู้ดูแลเรื่องการสื่อสารว่าต้องสื่อสารด้วยความสุภาพ น่าจะไม่ได้มีพฤติการณ์อะไรตามที่คุณหนุ่มบอกในเรื่องการสอนค่ะ
อยากฝากอะไร?
รัมภา : ในปัจจุบันมีการใช้คำว่ากายภาพบำบัดอย่างแพร่หลาย การออกกำลังกาย กายฟื้นฟูก็บอกว่าเป็นกายภาพบำบัด หลายคนอาจพูดว่าทำกายภาพ แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นแค่นำวิธีการดูแลผู้ป่วยตามหลักกายภาพบางส่วนเท่านั้นเอง แต่เขาไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ก็อยากให้ดูและระวังตรงนี้นิดนึงค่ะ
คุณนับเดือนได้ยินหมดนะ สิ่งที่คุณตอบมาทุกอัน ผิดทุกข้อเลย?
นับเดือน : ค่ะ
ทนายแก้ว : ต้องเริ่มต้นจากความนิ่มนวล ไม่ได้ว่ากระแทกกระทั้น
แบบนี้
เอกภพ : ถึงวันนี้ยังยืนยันอยู่ใช่มั้ยว่าสิ่งที่ทำถูกต้องตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ
นับเดือน : ก็นักกายภาพบอกว่าเราทำไม่ถูก ก็คือไม่ถูกค่ะ
เอกภพ : แล้วคุณนับเดือนคิดว่าทำถูกอยู่มั้ย ทำมาแล้วหลายครั้ง คิดว่าถูกต้องมั้ย ในความรู้สึกคุณนับเดือน
นับเดือน : ก็ทำตามหน้าที่ ทำจนคุณย่าเขาเดินได้ค่ะ ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน ตอนไปดูครั้งแรกต้องฟังหนูบ้างนะคะ เพราะตอนแรกไม่สามารถพลิกตัว ตะแคงได้ ทำอะไรไม่ได้ แข็งเหมือนไม้ พวกคุณก็ตัดสินหนูอย่างนั้นไปแล้ว
เอกภพ : ไม่ได้ตัดสิน ผมเห็นว่านับเดือนยืนยันว่าสิ่งที่ทำถูกต้อง ผมขอให้รายการเอารูปหน้าคุณนับเดือนกับชื่อนามสกุลขึ้นหน้าจอได้มั้ย เผื่อใครเขาดูอยู่ เขาเห็นวิธีการของคุณเขาเกิดชอบ คุณจะได้มีงานเข้าเยอะๆ เอามั้ย
นับเดือน : ได้ค่ะ
คุณยินดีใช่มั้ย?
นับเดือน : แล้วแต่จะทำเลยค่ะ
ถ้าคุณบอกว่าไม่เหมาะสมก็ไม่ทำนะ?
นับเดือน : ได้ค่ะ คนที่หนูดูแลมา กี่เคสที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำเสียหายค่ะ
ทนายแก้ว : การอนุญาตให้เอารูปคุณขึ้นหน้าจอ คุณอนุญาตเหตุ
นับเดือน : ได้ค่ะ
เอกภพ : เพื่อความเป็นธรรมเขาไงพี่ อาจมีคนชอบก็ได้
นับเดือน : ทำดีหรือไม่ดี หนูก็ทำจนคุณย่าเดินได้ค่ะ
คุณมีลูกเปล่า?
นับเดือน : มีค่ะ ลูกทำงานและเรียนเพิ่งจบค่ะ
ไม่เป็นไร ไม่เอาขึ้นดีกว่า?
ทนายแก้ว : ตามกฎหมายพรบ.กายภาพ วางหลักไว้เลย บุคคลใดก็ตามไม่มีใบอนุญาตเขาห้ามกายภาพ
นับเดือน : หนูขอพูดในข้อของหนูบ้างนะคะ ญาติเต็มใจให้ทำกายภาพ ถ้าญาติไม่ให้ทำ หนูก็ไม่ทำค่ะ ไม่ใช่ว่าหนูเต็มใจทำฝ่ายเดียวนะคะ ญาติไม่ให้ทำหนูก็ไม่ทำ
จริงๆ แล้วญาติอนุญาตหรือไม่อนุญาต คุณก็ทำไม่ได้ เพราะหนึ่งคุณไม่มีใบประกอบวิชาชีพ สองคุณไม่ใช่นักกายภาพ ต้องฝากเตือนถึงคนไทยที่มีญาติพี่น้องเป็นผู้สูงอายุ บางครั้งต้องจำแนกให้ดีด้วย อาจต้องมีการดู สอบถามประวัติให้มันมากกว่านี้สักนิดนึง เป็นไปได้ว่าคุณปั้นอาจไม่ทราบว่าเขามีใบหรือไม่มีใบ ตอนนี้คนตกงานเยอะ สุดท้ายอาจมายึดอาชีพแบบนี้ ฉันก็ทำได้ มันไม่ดีกับผู้ป่วย?
เอกภพ : ถูก ในรายการนับเดือนไม่ได้เปิดหน้าไม่ได้โชว์ชื่อนามสกุล เขาพูดอะไรก็พูดได้หมด ถึงบอกว่าถ้าคุณคิดว่าคุณทำถูก คุณเปิดหน้าเลยมั้ย จะได้บ่งบอกว่าสิ่งที่คุณมั่นอกมั่นใจ ไม่ใช่ว่าคุณพรางตัวอยู่ในหลุมดำๆ แล้วพูดเรื่อยเปื่อย ขณะที่มันไม่ถูกต้อง ขนาดแม่เขา เขายังไม่ทำแบบนี้ แต่ไปปฏิบัติกับแม่คนอื่น มันไม่ถูกต้องนะ

ทนายแก้ว : ญาติอนุญาตแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไปทำเกิน หรือรุนแรงแบบนี้ เขาอนุญาตให้คุณดูแล เขาไว้ใจ เขาเห็นว่า 6 วันแรกคุณโอเค แต่คุณมีอารมณ์ คุณทำด้วยความดุเดือดเกินไป ฝืนแข้งฝืนขาเขาเกินไปแบบนั้นมันไม่ได้ครับ กฎหมายบอกเลยว่าคุณข่มขืนใจให้เขาตกใจกลัว จำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น ทำร้ายร่างกายผู้ป่วย 2 ปี ปรับ 4 หมื่น มีคดีอาญาเข้ามาจับทุกการกระทำของคุณ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาครับ
นับเดือน : หนูไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยค่ะ หนูอยากดูแลให้เขาหาย หนูก็พูดอยู่
ทนายแก้ว : แต่พูดว่าใช้ภาษาหมาก็ไม่เหมาะนะครับ
การเช็ดผม เช็ดหัว มันผิดหมดเลยนะ การเอาอวัยวะในร่างกายไปกดทับผู้ป่วย?
นับเดือน : หนูไม่ได้กดทับนะคะ หนูวางไว้ตรงหว่างขาคุณย่า รถเข็นไม่ได้ล็อกค่ะ
ที่เช็ดหัว ภาพมันฟ้อง มันเห็นชัดๆ ถ้าไม่มีภาพ ผมพอจะฟังคุณบ้างนะ แต่พอเห็นภาพ ไม่รู้จะไปแก้ให้คุณยังไง?
นับเดือน : หนูไม่ต้องการให้มาแก้ให้หนูค่ะ
ไม่รู้ว่าคุณเอาวิธีคิดมาจากไหนว่าการยกขาแรงๆ กระชากแขนแรงๆ ดึงแรงๆ มันคือการกระตุ้น เพราะนักกายภาพเขาบอกว่าทำไม่ได้เลยแบบนั้น?
นับเดือน : หนูทำมันไม่ได้แรงค่ะ ในภาพที่หนูทำกับคุณย่ามันไม่ได้แรงเลยค่ะ ถ้าแรงแขนเขาต้องหัก
โอ้ยตายห่x ถ้าจะหักแบบนั้นมันไม่ได้หรอก?
นับเดือน : ไม่ค่ะ ถ้าเราทำเกินขอบเขต หนูทำทุกวันค่ะ ไม่ได้ทำวันเว้นวัน
ปั้น : ผมเคยให้คุณแม่เขาอยู่ศูนย์ มีนักกายภาพจริงๆ มาดูแลคุณแม่ เทียบกับสิ่งที่คุณทำให้แม่ผม มันต่างกันเหลือเกิน มันแรง ที่ผมเจ็บปวดคือแม่เขาร้องเจ็บ ทำไมคุณไม่หยุด คุณยังทำต่อ
นับเดือน : ขอพูดบ้างนะคะ คุณปั้นหรือคุณวัลบอกว่าจ้างนักกายภาพไป ก็ไม่ดีขึ้น แพง ก็เลยยกเลิกตอนหนูไปทำค่ะ ก็บอกพี่แบบนี้
วัล : หนูพูดกับเขาก่อนหน้านั้น ยังไงดี พูดไม่ออกเลยค่ะ
ปั้น : เขายังมั่นใจว่าเขาทำถูก
นับเดือน : ขอโทษนะคะ นักกายภาพบอกแล้วว่าพี่ทำไม่ถูก พี่ก็ยอมรับ แต่คุณบอกว่าจ้างนักกายภาพมา ไม่ได้หาย แพง ไม่ดีขึ้น คุณเลยยกเลิกไป ใช่มั้ยคะ พี่พูดผิดมั้ยคะ
เขาไว้ใจคุณไง?
ทนายแก้ว : แต่เขาไม่ได้มอบสิทธิ์ให้คุณทำร้ายนะ
นับเดือน : พี่ทำร้ายตรงไหนคะ
ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วนักกายภาพที่คุยกับอาจารย์ แกบอกว่าการไปดูผู้ป่วยเองต่อที่บ้าน เขามีการสอนการอาบน้ำพื้นฐานขั้นต้นไป ฉะนั้นคุณอาจเป็นคนดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ คุณทำได้ แต่ต้องใช้วิธีที่ละมุนละม่อม เบาๆ นุ่มนวล พอคุณบอกว่าคุณทำรุนแรง คุณบอกช่วยไม่ได้คุณมาจ้างฉันเอง คุณโยนแบบนี้เลย?
นับเดือน : ไม่ได้โยนค่ะ
ไม่ต้องเหลี่ยมกันเยอะ พูดกันตรงไปตรงมา?
นับเดือน : ไม่ได้เหลี่ยมค่ะ นักกายภาพบอกว่าเราทำไม่ถูกต้อง เราก็ยอมรับว่าทำไม่ถูกต้อง ญาติเขาอยากให้ทำ เราทำจนหายแล้วเดินได้ หนูผิดทุกอย่างเลยเหรอคะ อยากถามกลับเหมือนกัน หนูผิดทุกอย่างเลยเหรอคะ
วัล : จริงๆ เขาเดินไม่ได้นะคะ
ถ้าถามผม ผิด ผมตอบเลยว่าผิด?
นับเดือน : ตอนหนูมาอยู่ เขาเข่าบวม ร้องโอดโอยตลอด ตอนแรกไม่ได้ทำแรงตลอด อยู่ในกล้องเหมือนเราทำเร็วก็ไม่รู้
ทำแรงแล้วเขาดีขึ้นมั้ย?
นับเดือน : ดีขึ้นค่ะ
ถ้าดีขึ้นแล้วทำไมไม่ทำเบาๆ เขาดีขึ้นนี่?
นับเดือน : แล้วหนูทำไม่ดีเหรอคะ ที่เขาหาย
คุณบอกว่าคุณทำเบาๆ เขาดีขึ้น ก็ไม่เห็นต้องทำแรงนี่?
นับเดือน : มันไม่ได้แรงค่ะ ไม่ได้เกินองศาที่จะง้างขาออก
คุณรู้ได้ไงองศา คุณไปเรียนมาจากไหน คุณมีใบหรือเปล่า คุณเป็นนักกายภาพเหรอถึงได้รู้ว่าไม่เกินองศา?
นับเดือน : ก็ประสบการณ์ที่ทำงานค่ะ

คุณเอกคุยสิ ผมเหนื่อยมาก ผมกลับไปคุยกับป้าดาดีกว่า ไปทำกายภาพป้าดาหน่อยสิ?
เอกภพ : เขาไม่ได้มานั่งในรายการ ไม่ได้เปิดเผยตัวตน เขาจะพูดอะไรก็พูดได้หมด แต่กรรมจะไปตกกับคนในอนาคต การที่เขาทำแบบนี้ อนาคตคนไม่รู้เขาคือใคร เสิร์จหาคนดูแลผู้สูงอายุแล้วไปโดนเขาเข้า กรรมก็ไปตกกับคุณแม่เขาที่จ้างไปเรื่อยๆ ถ้าคิดว่าทำรุนแรงแบบนี้แล้วถูกต้อง ก็เปิดหน้ามาเลย บางคนเขาชอบ เขาจะได้เอาไปดูแลคุณแม่ แต่ถ้าให้นั่งพูดกับเขาเขาเถียงกลับมาได้หมด สีข้างถลอกเขาไม่ได้สนใจ เพราะเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน ไม่เหมือนมานั่งในรายการแบบนี้
ทนายแก้ว : คุยกับตร.ดีกว่า เพราะสิ่งที่เขาเถียงกับเรามันขัดแย้งกับคลิปที่เห็น
เขามีอยู่มุมเดียวว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว ทำให้หายแล้ว คุณจ้างเขาก็ช่วยไม่ได้ จะมาบ่นอะไร ออกลูกนี้ ไม่เป็นไร?
วัล : ตอนนี้คุณย่าเดินไม่ได้ค่ะ การเดินที่เขาบอก คือต้องมีอีกคนช่วยประคอง
ปั้น : คุณแม่จับวอล์กเกอร์แล้วประคองพาเดิน
วัล : เดิมอยู่ศูนย์ ศูนย์ดูแลจนคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ด้วยความที่คุณแม่เขาอยากกลับบ้าน แฟนเลยเลือกจ้างผู้ดูแลแบบนี้ ณ ตอนที่จ้างโปรไฟล์มีในสิ่งที่เราต้องการเช่นอาบน้ำแม่ได้ เพราะเราอยากให้แม่อาบน้ำ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงเป็นแผล เขาชูเลยว่าเขากายภาพได้ หนูมองว่าเสียเท่านี้ แม่ได้อยู่ที่บ้าน หนูกับแฟนคือโอเค
ทนายแก้ว : นับตั้งแต่เขาไม่อยู่ อาการเขาดีขึ้นมั้ย
วัล : ดีขึ้น ยกขาเองได้
ปั้น : ตอนเขาดูแล แม่หยิบแก้วน้ำเองไม่ได้ วันนั้นผมพาแม่อาบน้ำ จะให้แม่อาบน้ำบ้วนปากแปรงฟัน แม่เขาจับแก้วเองและยกขึ้นบ้วนปาก ทำให้ผมรู้ว่าคุณแม่เขาสบายใจขึ้น คุณแม่เล่าว่าตอนเขาอยู่ เขาเปิดประตูมา คุณแม่กลัว ระแวงแล้ว เพราะรู้ว่าเขาเข้ามาทีไรก็ทารุณแม่ ผมเข้าไปหาแม่ตอนเขานอน เขาจำภาพซ้ำๆ ได้ เขาก็มาบอกผมแบบนี้ ตอนนี้คุณแม่ดีขึ้นตามลำดับพูดจาเยอะขึ้น นอนยาวๆ ขยับแขนขยับขาได้มากขึ้น จากเมื่อก่อนเขาสั่นเลย ขาขวา ขาซ้ายยกไม่ได้ ตอนนี้ยกได้มากขึ้น เวลายกขาแม่จะถามตลอด แม่เจ็บมั้ย ตึงมั้ยก็ยกแค่นี้ เขาจะทำข้างละ 30 ผมเหลือ 10 ที ทำเบาๆ ไม่ได้บังคับทุกวันด้วย ถ้าแม่ไม่อยากกายภาพ ผมก็ไม่ทำ
เอกภพ : อยากให้ยกทุกวัน แต่ไม่ต้องฝืน ต้องปรึกษาคุณหมอรพ. ต้องพาคุณแม่ไปเจอ วันที่พี่เขามา ผมถามว่าค่าจ้างนับเดือน 2.6 หมื่น สูงนะ เขาก็ไม่ได้เงินเดือนเยอะนะ แต่เอาเงินเดือนสองคนมาหารกัน จากตอนแรกเอาคุณแม่ไปอยู่ที่ศูนย์ พอคุณแม่อยากกลับบ้านก็เอาคุณแม่กลับมา แต่เขาต้องทำงาน ตอนแรกคิดว่าเงินเดือนเป็นแสน แต่ไม่ เงินเดือนไม่กี่ตังค์ เขาจ้าง 2.6 หมื่น คิดว่าจะได้มืออาชีพมาดูแลแม่ ได้คุณนายนับเดือนมาเลย
ทนายแก้ว : ตอนนี้แจ้งความกี่ข้อหา
ปั้น : เบื้องต้นลงว่าทำร้ายร่างกาย แต่เมื่อวานได้คุยกับผู้หมวด เขาจะลงว่าหลายกรรม ต่างวาระ
ทนายแก้ว : 309 ทำให้ตกใจเกิดความกลัว รวมถึงพรบ.กายภาพ มาตรา 28 ลองเอาไปประสานกับพนักงานตร.ดู
เอกภพ : ผมมองว่าพฤติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอาจารย์หมอบอกว่าสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง ต้องเอามาบังคับใช้หมด จะได้ไปถึงคนอื่นๆ ที่ทำแบบนี้กับผู้ป่วยรายอื่น ฝากถึงศูนย์กายภาพ อย่างน้อยๆ สภาวิชาชีพเขาต้องไปดูเรื่องแต่ละศูนย์ที่มาดูแลแบบนี้ เพราะนักกายภาพเยอะไปหมดเลย โดยที่เราก็ไม่รู้



