ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้าน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท.พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารีย์รัตนะธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.2 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการสะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
พล.ต.ต.ทินกร กล่าวว่า สำหรับในรายแรก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 มีผู้เสียหายเป็นหญิงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม พบเพจเฟซบุ๊กชื่อ “บ้านหนังสือ” โพสต์ข้อความ แจกฟรี ชุดหนังสือ การเงิน ขณะผู้กล่าวหาสนใจจึงส่งข้อความ สอบถามวิธีรับหนังสือ โดยมีข้อความตอบกลับให้กดรับสิทธิทางไลน์ของของฝ่ายจัดส่งชื่อ เกรช นันทิกานต์ จากนั้นได้ส่งลิงก์ไลน์มาให้กดเพิ่มเพื่อน ซึ่งแจ้งว่าจะได้รับหนังสือภายใน 5-6 วัน ระหว่างนั้นคนร้ายได้ชักชวนชักให้ทำกิจกรรมหลายอย่าง อาทิ งานสร้างยอดหมุนเวียนในแพลตฟอร์ม ,กดซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งทางผู้เสียหายเห็นว่าทำไม่ยาก และใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งได้ค่าตอบแทนสูง จึงตกลงรับกิจกรรมทำงาน โดยโอนเงินเข้าร่วมลงทุนทำกิจกรรม รวม 17 ครั้ง รวมเป็นเงินท้้งสิ้น 2,495,636 บาท สุดท้ายไม่ได้รับค่าตอบแทนจริง จึงรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอก ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้
พล.ต.ต.ศรายุทธ กล่าวว่า ต่อมา พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ายอดเงินของผู้เสียหายโอนไปยังบัญชีของนายพิทักษ์ พักเรือง อายุ 36 ปี ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้ารองรับการโอนเงินจากเหยื่อที่ถูกหลอก โดยทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอายัดเงินในบัญชีได้ทันเป็นเงินจำนวน 1,164,660 บาท
โดยออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กหรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยอมให้บุคคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์ สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
ส่วนอีก 4 ราย มีทั้งอ้างต้วเป็นพนักงาน AIS แจ้งว่าเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ,ชักชวนลงทุนเทรดหุ้น และชักชวนลงทุนเทรดทอง โดยรวมความเสียหายทั้ง 5 ราย มีความเสียหายรวม23,849,121 บาท โดยทางตำรวจสามารถอายัดเงินที่ผู้เสียหายโอนไปยังบัญชีม้าทั้ง 5 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,184,840 บาท ก่อนจะนำเงินที่ติดตามมาได้บางส่วนนำมามอบคืนให้ผู้เสียหายในแต่ละราย ตามโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”



