<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998]]></link><pubDate>2026-07-07T18:08:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795998</guid><description>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 3,535 ราย ขณะที่ยังมีประชาชนเกือบ 18,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์หลังภัยพิบัติถล่มกรุงการากัสและพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮอร์เฆ โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา เผยตัวเลขทางการล่าสุดว่า แผ่นดินไหวซึ่งมีขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,740 คน และมีผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย 17,854 คน ตัวเลขความสูญเสียดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงการากัส และแถบชายฝั่งลาไกวรา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาก็กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาปกป้องการทำงานของภาครัฐ โดยชี้แจงว่ารัฐบาลได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าพื้นที่ในทันทีหลังเกิดเหตุ พร้อมทั้งประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อยกระดับการรับมือภัยพิบัติในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การชี้แจงดังกล่าวสวนทางกับความไม่พอใจของประชาชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ รวมถึงคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) ก็วิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลเวเนซุเอลาในวิกฤตครั้งนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานรองประธานาธิบดีฝ่ายสังคมของเวเนซุเอลาระบุว่า มีประชาชนอย่างน้อย 12,800 คน ที่กำลังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 80 แห่ง ทั่วกรุงการากัสและลาไกวรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ดร.เมาริซิโอ เซอร์ปา คาลเดรอน ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินขององค์การอนามัยแพนอเมริกัน (PAHO) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความแออัด การระบายอากาศที่จำกัด การขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด ตลอดจนระบบสุขอนามัยและการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาลเดรอนระบุว่า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการเฝ้าระวังโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคอุจจาระร่วง โรคผิวหนัง โรคการติดเชื้อที่บาดแผล โรคไข้เลือดออก รวมถึงโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาทิ บาดทะยัก หัด คอตีบ ไอกรน และโปลิโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ความสูญเสียในพื้นที่ชายฝั่งก็ยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤต โดยผู้สื่อข่าวรายหนึ่งในเมืองลาไกวรารายงานว่า พบเห็นเจ้าหน้าที่นิติเวชและรถบรรทุกกำลังเร่งขนส่งโลงศพ ท่ามกลางเครื่องจักรที่กำลังขุดหลุมฝังศพขนาดใหญ่ในพื้นที่โล่งซึ่งมีไม้กางเขนสีขาวปักไว้ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากหนังสือพิมพ์ El País ของสเปน ยังเผยให้เห็นว่า หลุมศพบางแห่งมีการระบุชื่อผู้เสียชีวิตชัดเจน ขณะที่บางแห่งมีเพียงหมายเลขกำกับไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อรองรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดร.เซอร์ปา เปิดเผยว่า PAHO และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เข้ามาสนับสนุนการจัดการศพตามแนวทางปฏิบัติทางเทคนิค พร้อมทั้งส่งมอบถุงบรรจุศพ และจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นจำนวน 3 ตู้ สำหรับเก็บรักษาศพที่ท่าเรือลาไกวรา รวมถึงสนับสนุนเมรุเผาศพอีก 2 แห่งในพื้นที่อื่น ส่วนในด้านการควบคุมโรคนั้น หน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติกำลังเร่งประเมินเพื่อเตรียมดำเนินโครงการฉีดวัคซีนแบบมุ่งเป้าในศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยพิจารณาตามระดับความเสี่ยงและความพร้อมของวัคซีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางด้านสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยประสานงานร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN แถลงว่า ในขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยบางส่วนยังคงปักหลักปฏิบัติงานในพื้นที่ภัยพิบัติ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญรวมถึงทีมสนับสนุนทางการแพทย์ชุดอื่นๆ ก็กำลังทยอยเดินทางเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องเพื่อคลี่คลายวิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:59:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:59:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982]]></link><pubDate>2026-07-07T18:07:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795982</guid><description>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง อิหร่าน &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อิหร่าน&lt;/strong&gt; &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองตะวันออกกลาง เมื่อผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถูกลอบสังหาร ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค ในสายตาของนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อย เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความอ่อนแอของรัฐอิหร่าน การแตกแยกภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งการสั่นคลอนของระบอบการเมืองที่ดำรงอยู่มากว่าครึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ภาพที่ปรากฏระหว่างวันที่ 4–8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 กลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมหาศาลออกมาร่วมพิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพของผู้นำสูงสุด ขณะที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคต่างเดินทางเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ภาพดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความเศร้าโศกต่อการสูญเสียผู้นำ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของสังคมอิหร่านและความต่อเนื่องของอุดมการณ์ที่ดำรงอยู่เหนือบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้จำเป็นต้องก้าวข้ามการวิเคราะห์เชิงการเมืองแบบรัฐชาติสมัยใหม่ และหันไปทำความเข้าใจอิหร่านในฐานะรัฐอารยธรรมที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนานหลายพันปี อิหร่านมิได้เป็นเพียงรัฐที่มีพรมแดนและสถาบันทางการเมือง แต่เป็นสังคมที่หล่อหลอมขึ้นจากความทรงจำร่วม ศรัทธาทางศาสนา และวัฒนธรรมแห่งการอดทนและการเสียสละ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหลายวัฒนธรรม ความตายเป็นสัญลักษณ์ของการสูญเสียและการสิ้นสุด แต่ในวัฒนธรรมของอิหร่าน โดยเฉพาะในโลกทัศน์ของอิสลามนิกายชีอะห์ ความตายมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ความตายสามารถเป็นการแสดงออกถึงศรัทธา เป็นการยืนยันคุณค่าของความยุติธรรม และเป็นการเดินทางสู่ความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ โดยเฉพาะการเสียชีวิตในฐานะ “ชะฮีด” หรือผู้พลีชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดเรื่องชะฮีดมีรากฐานสำคัญมาจากเหตุการณ์กัรบาลาเมื่อกว่าพันสามร้อยปีก่อน เมื่ออิหม่ามฮูเซ็น หลานของศาสดามุฮัมมัด ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจที่ชาวชีอะห์มองว่าไม่ชอบธรรม แม้จะทราบว่าการต่อสู้นั้นจะนำไปสู่ความตายของตนและครอบครัวก็ตาม เหตุการณ์กัรบาลาจึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่ได้กลายเป็นความทรงจำร่วมที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ทางศาสนาและการเมืองของชาวชีอะห์ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับชาวอิหร่านจำนวนมาก การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดจึงมิได้เป็นเพียงการสูญเสียผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำทางศาสนา หากแต่เป็นการเดินตามแบบอย่างของอิหม่ามฮูเซ็น เป็นการเสียชีวิตในฐานะผู้พลีชีพเพื่อศรัทธา ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีของชาติ ความตายเช่นนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะทางศีลธรรมและเป็นการต่ออายุความทรงจำแห่งกัรบาลาในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ พิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพในสังคมอิหร่านจึงมีความหมายมากกว่าการอำลาผู้เสียชีวิต น้ำตา การเดินขบวน และการรวมตัวของผู้คนจำนวนมหาศาลมิใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่เป็นกระบวนการทางสังคมที่ทำหน้าที่ยืนยันความเป็นชุมชนแห่งศรัทธา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังทางการเมืองและความเป็นเอกภาพของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนข้อจำกัดของยุทธศาสตร์ที่เชื่อว่า การกำจัดผู้นำสามารถทำลายรัฐและอุดมการณ์ได้ หากการลอบสังหารมีเป้าหมายเพื่อทำให้อิหร่านอ่อนแอ ภาพที่ปรากฏในพิธีฝังศพกลับสะท้อนผลลัพธ์ในทิศทางตรงกันข้าม เพราะความตายของผู้นำได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมพลังทางสังคมครั้งใหม่ และยิ่งตอกย้ำความชอบธรรมของอุดมการณ์แห่งการต่อต้านการครอบงำจากภายนอก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ พิธีฝังศพครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง การเข้าร่วมของตัวแทนจากประเทศและขบวนการพันธมิตรสะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านยังคงมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางทางอุดมการณ์และการเมืองของภูมิภาค แม้จะเผชิญกับการสูญเสียผู้นำสูงสุดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตะวันออกกลางถูกกำหนดโดยระเบียบที่ตั้งอยู่บนการครอบงำของมหาอำนาจภายนอก การใช้กำลังทางทหาร การคว่ำบาตร และการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองจากภายนอก แต่เหตุการณ์ในอิหร่านกำลังแสดงให้เห็นข้อจำกัดของระเบียบดังกล่าว เพราะแม้ผู้นำจะจากไป แต่อุดมการณ์ยังคงอยู่ แม้บุคคลจะเสียชีวิต แต่ความทรงจำร่วมและศรัทธาของประชาชนยังคงดำรงอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความหมายเชิงสัญลักษณ์ พิธีฝังศพของผู้นำสูงสุดอิหร่านจึงมิใช่เพียงการสิ้นสุดของชีวิตบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นการประกาศว่าการเมืองของตะวันออกกลางกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่อัตลักษณ์ทางอารยธรรม ศรัทธาทางศาสนา และพลังของสังคมภายในภูมิภาคมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากกัรบาลาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเสียสละในอดีต เตหะรานในวันนี้ก็กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ความทรงจำนั้นถูกทำให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง จากกัรบาลาสู่เตหะราน ความตายของผู้พลีชีพจึงมิใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และบางที สิ่งที่กำลังสิ้นสุดลงอาจไม่ใช่อิหร่าน แต่คือระเบียบโลกเดิมในตะวันออกกลางที่เชื่อว่าอำนาจทางทหารและการกำจัดผู้นำเพียงอย่างเดียวสามารถกำหนดชะตากรรมของรัฐและสังคมได้ เพราะในอิหร่าน ความตายอาจไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธา ชาติ และวิสัยทัศน์ต่อระเบียบใหม่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ผศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร&lt;br /&gt;
ผู้อำนวยการศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา&lt;br /&gt;
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-large wp-image-5796002&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;683&quot; height=&quot;1024&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg 683w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-200x300.jpg 200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-768x1152.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1024x1536.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1366x2048.jpg 1366w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-728x1092.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1068x1602.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-280x420.jpg 280w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-400x600.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-250x375.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472.jpg 1707w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:alternative><dc:abstract>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:09:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:09:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1707</mi:x1><mi:y1>2560</mi:y1><mi:x2>1707</mi:x2><mi:y2>2560</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893]]></link><pubDate>2026-07-07T17:13:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795893</guid><description>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าทหารไทยได้ขว้างระเบิดมือเข้าไปยังที่ตั้งของกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บในสื่อสังคมออนไลน์นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพบกและศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (Joint Information Center on the Thailand-Cambodia Situation: JIC) ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยทหารในพื้นที่พบว่า เป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยตามที่กล่าวอ้าง และประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากการที่กำลังพลชุดใหม่ของกัมพูชาขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยพื้นที่ จนอาจประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยอยู่ภายใต้คำสั่ง กฎการใช้กำลัง กฎหมายระหว่างประเทศ และถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในหลักความอดกลั้น ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งนอกจากถือเป็นการขาดวิจารณญาณ บิดเบือนข้อมูลซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและแสดงถึงความไม่จริงใจ ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:alternative><dc:abstract>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T10:13:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T10:13:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868]]></link><pubDate>2026-07-07T16:56:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795868</guid><description>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbo [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbox จะได้รับผลกระทบจากการปลดพนักงานครั้งนี้มากที่สุด เนื่องจากตำแหน่งงานมากกว่า 1,600 ตำแหน่งใน Xbox ได้ถูกยกเลิกทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอมี่ โคลแมน รองประธานบริหารของไมโครซอฟท์ แจ้งพนักงานผ่านบันทึกภายในว่า บริษัทจำเป็นต้องมุ่งเน้นการลงทุนและทรัพยากรไปยังธุรกิจที่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนระบุว่า ความต้องการของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องปรับลดพนักงานทั้งบริษัท เพราะบริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถเลือกได้ว่าอุตสาหกรรมของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สิ่งที่เลือกได้คือพวกเขาจะปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนยังย้ำว่า แม้ตำแหน่งงานที่ถูกยกเลิกจะไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอาชา ชาร์มา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Xbox ได้ส่งบันทึกถึงพนักงานว่า นี่คือจุดเริ่มต้นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Xbox&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาร์มายังบอกด้วยว่า สตูดิโอพัฒนาเกมของ Xbox 4 แห่ง ได้แก่ Compulsion Games, Double Fine Productions, Ninja Theory และ Undead Labs จะถูกแยกออกไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ Xbox จะลดตำแหน่งงานลงอีกประมาณ 1,600 ตำแหน่ง อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ชาร์มาระบุในข้อความผ่าน X ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าให้กับ Xbox ไม่ใช่ทำให้อนาคตของ Xbox เล็กลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยบริษัทที่เข้าใจผิดว่าการอยู่รอดมายาวนานหมายความว่าจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน เราจะไม่เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้น&amp;#8221; ชาร์มากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศปลดพนักงานของ Microsoft ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญความยากลำบาก หลังจากสตูดิโอเกมจำนวนมากยังคงได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปี 2024 Xbox ได้ปลดพนักงานมากกว่า 2,000 คน และปิดสตูดิโอเกม 4 แห่งที่บริษัทเคยเข้าซื้อกิจการไว้ ก่อนการซื้อกิจการครั้งใหญ่ของ Activision Blizzard ผู้พัฒนาเกม Call of Duty เพียงหนึ่งปีเศษหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์ก็ประกาศแผนลดพนักงานเพิ่มเติมอีกสูงสุด 9,000 ตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ด้าน AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูงขึ้นยังทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึง Microsoft ต้องปรับขึ้นราคาคอนโซลเกมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางรุ่นจะวางจำหน่ายมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยหลายฝ่ายมองว่า สาเหตุสำคัญมาจากศูนย์ข้อมูล AI ที่ต้องการชิปและฮาร์ดแวร์จำนวนมาก จนทำให้อุปทานไม่เพียงพอกับความต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:alternative><dc:abstract>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:56:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:56:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832]]></link><pubDate>2026-07-07T16:41:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795832</guid><description>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ใน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ในเช้าวันอังคาร(7 ก.ค.) ที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส พบปะกับภาคประชาสังคมอยู่ ในระหว่างการเยือนประเทศซีเรียอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสปลอดภัยดีและได้เดินทางเข้าพบกับประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชาราของซีเรียไม่นานหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในย่านที่พลุกพล่านระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวของซีเรียกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมโฟร์ซีซันส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายมาครงพบหารือกับกลุ่มภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย รวมถึงตำรวจ 4 นาย โดยเหตุระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นไม่นานหลังจากขบวนรถของผู้นำฝรั่งเศสออกเดินทางไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากถังขยะ ในขณะที่กล้องสามารถบันทึกภาพเหตุระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรได้ โดยระเบิดขึ้นใกล้กับรถพยาบาลคันหนึ่งที่จอดอยู่ ซึ่งมีผู้คนอยู่ในจุดดังกล่าวประมาณ 20 กว่าคน แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้และกลุ่มควันลอยขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินระดมกำลังดับไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอที่รอยเตอร์บันทึกไว้ยังแสดงให้เห็นขบวนรถของมาครงกำลังมุ่งไปหน้าไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรียก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น และยังมีรูปถ่ายที่ประธานาธิบดีมาครงถ่ายร่วมกับประธานาธิบดีชารา เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ทางการซีเรีย ขณะพบกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงดามัสกัสเผยแพร่ออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังฝ่ายความมั่นคงภายในของซีเรียได้เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ และมีการปิดกั้นถนนและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่หลังเกิดเหตุระเบิดอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่าไม่ได้ยินเสียงระเบิดจากขบวนรถของประธานาธิบดีมาครง และนักข่าวรอยเตอร์ที่ติดตามมาครงก็ไม่ได้ยินเสียงระเบิดหรือเห็นความวุ่นวายใดๆ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในช่วงเช้าของผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งมีรายงานว่าเขาจะยังปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการที่ไว้วางสำหรับวันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุระเบิดที่เกิดครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซีเรียยังเผชิญอยู่ หลังจากประเทศตกอยู่ในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง เป็นผู้นำมหาอำนาจชาติยุโรปคนแรกที่เยือนซีเรีย นับตั้งแต่กลุ่มกบฎที่นำโดยชาราโค่นล้มระบอบอำนาจบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียลงได้ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนยังเกิดเหตุระเบิดโจมตีคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 20 ราย โดยยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้ลงมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:alternative><dc:abstract>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:41:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:41:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586]]></link><pubDate>2026-07-07T15:48:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795586</guid><description>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กรุงอังการาในวันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อแสดงให้เห็นว่านาโตรับฟังข้อเรียกร้องของสหรัฐ ที่ต้องการให้สมาชิกนาโตเพิ่มงบประมาณในการป้องกันยุโรปให้มากขึ้น ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโตร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลต่างๆ ของยุโรปซึ่งเป็นสมาชิกนาโตเตรียมประกาศข้อตกลงเหล่านี้ในเวทีการประชุมเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของนาโต ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางมาพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี และเข้าร่วมกับเหล่าผู้นำนาโต ซึ่งจะเริ่มต้นการประชุมด้วยการจัดเลี้ยงอาหารค่ำในช่วงเย็นวันอังคานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า รัฐบาลของชาติในยุโรปได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของรัสเซียซึ่งเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนในปี 2022 และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะทรัมป์ได้ ‘กดดันอย่างมหาศาล’ ให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้  เนื่องจากทรัมป์วิจารณ์ยุโรปว่ามักพึ่งพาสหรัฐในการป้องกันประเทศผ่านนาโตมากเกินไป และว่า “ขณะนี้เรากำลังสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืน และสหรัฐรู้ดีว่านี่เป็นข้อตกลงที่เป็นธรรม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อตกลงด้านอาวุธที่จะประกาศออกมายังคงไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งเป็นความพยายามของนาโตในการปลุกความสนใจก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดิลาน เยซิลโกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์จะประกาศข้อตกลงและแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับเบลเยียมในด้านการป้องกันภัยทางอากาศและกับอังกฤษในด้านเรือรบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังบอกกับรอยเตอร์ว่า นาโตยังวางแผนประกาศถึงแผนการเปลี่ยนเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS ซึ่งมีอายุการใช้งานนานแล้วและผลิตโดยสหรัฐ เป็นเครื่องบิน GlobalEye ของ Saab จากสวีเดนอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:alternative><dc:abstract>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T08:50:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T08:50:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574]]></link><pubDate>2026-07-07T15:25:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795574</guid><description>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษในอัตราสูงจากสำนักข่าวและผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) ที่เผยแพร่เฟคนิวส์หรือข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนขององค์กรสื่อที่มองว่ากฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็นสาธารณะและเปิดช่องให้มีการเซ็นเซอร์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มนักข่าวและกลุ่มสิทธิพลเมืองชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าข้อมูลประเภทใดเป็นสิ่งต้องห้าม อีกทั้งยังขาดมาตรการคุ้มครองสื่อที่เพียงพอ จึงอาจทำให้การรายงานข่าวเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายใหม่นี้เปิดทางให้ศาลสั่งให้องค์กรสื่อและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้สร้างคอนเทนต์บนยูทูบ จ่ายชดเชยค่าเสียหายสูงสุดถึง 5 เท่าของความเสียหายที่พิสูจน์ได้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือแสวงหาผลกำไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ที่ยังเผยแพร่ข้อมูลเดิมมากกว่า 2 ครั้ง หลังจากศาลมีคำชี้ขาดยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน อาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ ปรับเป็นเงินสูงสุด 1,000 ล้านวอน หรือประมาณ 21.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนบริษัทอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน จะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น ลบเนื้อหาที่ถูกร้องเรียน หรือระงับบัญชีผู้ใช้งาน เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมิชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอี แจมยอง และพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะบอยคอตการลงมติก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายรัฐบาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นในการต่อสู้กับข่าวปลอมและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะทำให้เกิดความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังในสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีท่าทีจากสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุว่า เพียงแค่มีความเป็นไปได้ที่องค์กรข่าวจะต้องเผชิญกับการถูกเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาล หรือข้อพิพาททางกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้วัตถุประสงค์ของกฎหมายจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่หากมีการบังคับใช้ในลักษณะที่ทำให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบผู้มีอำนาจ กฎหมายดังกล่าวก็อาจบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยได้&amp;#8221; แถลงการณ์ของสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำกรุงโซล แสดงความกังวลเช่นกันว่า กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนและการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี ได้ลดทอนความกังวลที่ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจถูกรัฐใช้เป็นเครื่องมือในการเซ็นเซอร์ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ของภาคเอกชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเนื้อที่มีการรายงานเข้ามานั้น เข้าข่ายเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล อีกทั้งกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดข้อยกเว้นไม่ให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับการรายงานข้อมูลที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:alternative><dc:abstract>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:51:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:51:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149]]></link><pubDate>2026-07-07T12:27:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795149</guid><description>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีน หลังเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตคอรัปชัน รวมถึงใช้อำนาจโดยมิชอบ ฟอกเงิน และข้อหาอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลประชาชนกลางเมืองฉางโจว ในมณฑลเจียงซู เผยแพร่คำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ระหว่างปี 1993-2023 หยาง โหย่วหลิน ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการหลายตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รับเงินรวมถึงทรัพย์สินต่างๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.2 พันล้านหยวน หรือกว่า 1.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินจากการทุจริตที่สูงที่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลระบุว่า หยางซึ่งรับราชการมานานถึง 30 ปี รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมืองหนานจิง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการบริหารคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจนครหนานจิง ได้กระทำความผิดที่มีความร้ายแรงอย่างยิ่ง และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน โดยเจ้าตัวได้ยอมรับผิดและแสดงความสำนึกผิดในการปรากฎตัวครั้งสุดท้ายต่อศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำให้เจ้าหน้าที่หลายล้านคนในระบบราชการจีนถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต แต่ส่วนใหญ่จบลงที่การดำเนินมาตรการทางวินัย ขณะที่คดีที่ถูกส่งฟ้องต่อศาลและลงโทษด้วยการประหารชีวิต รวมถึงการนำโทษประหารไปบังคับใช้จริงในคดีทุจริตถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนเป็นเงินจำนวนมากมักถูกตัดสินให้รับ โทษประหารชีวิตแบบรอลงอาญา ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต หากผู้ต้องโทษไม่มีความผิดเพิ่มเติมในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากย้อนดูคดีทุจริตสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ศาลจีนมักพิจารณาลงโทษประหารชีวิตในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือยักยอกเงินที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านหยวน หรือราว 4.8 พันล้านบาทขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T06:07:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T06:07:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026]]></link><pubDate>2026-07-07T11:54:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795026</guid><description>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ขณะที่ในวันจันทร์(6 ก.ค.) มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายจากเหตุน้ำท่วม ในเมืองหนานหนิง ทางตอนใต้ของประเทศ อันเป็นผลจากฤทธิ์ของไต้ฝุ่นไมสักที่พัดถล่ม ซึ่งก่อฝนตกหนัก จนทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งของจีนมีระดับน้ำสูงขึ้นจนเอ่อทะลักท่วมหลายพื้นที่ ท่ามกลางคำเตือนของนักพยากรณ์อากาศที่กำลังเฝ้าระวังพายุอีกลูก คือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ไต้ฝุ่นไมสัก ซึ่งพัดถล่มประเทศเวียดนามและเกาะไห่หนานทางตอนใต้ของจีนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะปล่อยปริมาณน้ำฝนจำนวนมหาศาลที่ดูดซับมาระหว่างเคลื่อนตัวข้ามทะเลจีนใต้ ขณะที่พายุอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเว่ย เจียง รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เปิดเผยเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า มีประชาชนราว 55,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองกว่างซีแล้ว โดยระดับน้ำได้ล้นหรือทะลุแนวกั้นของอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการได้ยกระดับการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการควบคุมน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุด เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เมืองกุ้ยกัง น้ำท่วมได้ทำให้ถนนสายใหญ่กลายเป็นทะเลสาบ รถยนต์หลายคันจมอยู่ใต้น้ำ และกระแสน้ำสีน้ำตาลขุ่นไหลบ่าลงจากเนินเขาเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ขณะที่กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่า ระดับน้ำที่สถานีอุทกวิทยาเมืองกุ้ยกังเพิ่มสูงถึง 42 เมตร เมื่อเวลา 12.30 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่ม ซึ่งนักพยากรณ์อากาศเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนราว 200 ล้าน โดยเพียง 4 ชั่วโมงในช่วงเย็นวันจันทร์ ลมกระโชกแรงที่มีความเร็วสูงสุด 149 กม./ชม. ได้พัดถล่มเมืองหวงสือ, หวงกัง, เอ้อโจว และ เซียนหนิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนยังเตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกว่างซีและพื้นที่ทางตะวันออก ได้แก่ มณฑลเจียงซูและซานตง ควรเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณสูงสุด 260 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชม.ข้างหน้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดดินถล่มขึ้นได้ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของจีนมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุทอร์นาโด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จีนยังคงเฝ้าระวังซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน ซึ่งสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 290 กม./ชม. ขณะเคลื่อนผ่านเกาะกวม, ทิเนียน, ไซปัน และ โรตา เมื่อวันจันทร์ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อลมแรงและฝนตกหนักทางตะวันออกของจีนตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นักอุตุนิยมวิทยาจีนระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กำลังคุกคามจีนด้วยการสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายแก่หลายเมือง ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม และทำลายผลผลิตทางการเกษตรของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>460</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>460</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871]]></link><pubDate>2026-07-07T10:31:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794871</guid><description>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิดดินถล่มเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CCTV ระบุว่า ในตอนแรกมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังทั้งหมด 33 คน และขณะนี้ได้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 17 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเขตตันชาง อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของดินถล่มครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:alternative><dc:abstract>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:31:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:31:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779]]></link><pubDate>2026-07-07T10:20:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794779</guid><description>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกใส่เรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในคืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ทำให้เรือพาณิชย์ 2 ลำได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) เผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน บริเวณทางตะวันออกของเมืองลิมาห์ ในประเทศโอมาน ช่วงเช้าของวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวถูกวัตถุปริศนาพุ่งชนบริเวณกราบซ้ายของเรือ ขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าลงใต้ ห่างจากเมืองลิมาห์ไปทางตะวันออกราว 15 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายงานข่าวจาก Axios ได้ในทันที และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรือที่ Axios รายงานว่าถูกโจมตีนั้น เป็นเรือลำเดียวกับเรือบรรทุกน้ำมันที่ UKMTO แจ้งเตือนหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยังไม่ได้มีคำตอบเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานดังกล่าวเน้นย้ำเห็นถึงความเสี่ยงต่อการเดินเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่ในช่วงสงครามที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล เรือพาณิชย์หลายลำตกเป็นเป้าหมายการโจมตี แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงชั่วคราวที่รวมถึงการรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัยก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐและอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ต่อสาธารณะว่ามีความคืบหน้าไปสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาว แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้การทูตดำเนินต่อไป หลังจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลที่จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือไม่ก็จะจัดการให้เสร็จสิ้น” ซึ่งเป็นการตอกย้ำคำขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีท้าทาย ภายหลังพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า IRGC ได้ส่งคำเตือนผ่านวิทยุสื่อสารทางทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ว่า &amp;#8220;ขีปนาวุธและโดรนของเราพร้อมที่จะยิงใส่พวกคุณ&amp;#8221; โดยอ้างอิงจากบันทึกเสียงที่ได้รับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า หนึ่งในเรือที่ถูกโจมตีดูเหมือนจะเป็น Al Rekayyat ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่บริษัท Nakilat ที่มีบริษัทขนส่งก๊าซกาตาร์จำกัดเป็นเจ้าของและผู้บริหาร โดยบริษัทแห่งนี้ดำเนินงานกองเรือบรรทุก LNG ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเรือถูกโจมตีบริเวณกราบซ้าย เหนือห้องเครื่องยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังอ้างข้อความจากบันทึกเสียงว่า ห้องเครื่องยนต์เกิดเพลิงไหม้และเต็มไปด้วยควัน ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายเพิ่มเติมได้ ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและรวมตัวกันอยู่บริเวณกราบขวาของเรือ ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวอยู่บริเวณปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวโอมานเมื่อถูกโจมตี ขณะที่บริษัทต่างๆ ยังไม่ตอบสนองใดๆ เมื่อถูกตามความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:alternative><dc:abstract>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:20:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:20:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762]]></link><pubDate>2026-07-07T08:33:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794762</guid><description>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเป็นประมาณ 1,800% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงคาดการณ์ว่า เพียงแค่ช่วงไตรมาสเดียวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 89 ล้านล้านวอน หรือ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ เช่น ซัมซุง มักจะประกาศตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า ก่อนเปิดเผยผลประกอบการฉบับเต็มอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการและใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคาดการณ์ผลประกอบการล่าสุดของซัมซุง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีประกาศผลประกอบการฉบับเต็มในช่วงปลายเดือนนี้ มีขึ้นในขณะที่ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังคงสูงกว่าปริมาณอุปทานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงระบุในเอกสารคาดการณ์ผลประกอบการ หรือ earnings guidance ว่า บริษัทมียอดขายในช่วงไตรมาสดังกล่าวประมาณ 171 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดขายในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงกว่าสองเท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ค ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Counterpoint Research กล่าวว่า ตัวเลขกำไรที่ซัมซุงคาดการณ์ไว้นั้นถือเป็น &amp;#8220;หนึ่งในผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;#8221; และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสถิติของบริษัทเทคโนโลยี Nvidia ที่ทำไว้เมื่อต้นปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอน์สไตน์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลโดยตรงจากกระแสความนิยมของ AI เพราะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำยังคงได้รับอานิสงส์จากคลื่นความต้องการขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการกลับสูงเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซัมซุงได้ปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำของบริษัท เนื่องจากอุปทานยังคงตึงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation (IDC) ระบุว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ นั้น แตกต่างจากทุกสิ่งที่อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเคยเผชิญมา และยังส่งผลกระทบต่ออุปทานของชิปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน มา นักวิจัยด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีของ IDC คาดว่า อุปทานชิปจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตชิปให้กับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia และ Google ควบคู่ไปกับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นของซัมซุงกลับปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคารที่กรุงโซล แต่ในภาพรวม มูลค่าหุ้นของซัมซุงก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่บริษัทคู่แข่งในเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 200%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% นับตั้งแต่ต้นปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Nvidia รายงานยอดขายและกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมสูงกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Nvidia กลับปรับตัวลดลงหลังการประกาศผลประกอบการ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมชิป AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้เผยแผนการลงทุนมูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการต่างๆ ที่นำโดยซัมซุงและ SK Hynix เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตชิปของประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทคู่แข่งในเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ต่างก็เร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:alternative><dc:abstract>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T01:33:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T01:33:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439]]></link><pubDate>2026-07-06T18:27:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794439</guid><description>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนกว่า 10,000 คน ออกจากพื้นที่ในเมืองและหมู่บ้านกว่า 24 แห่งของฝรั่งเศสที่ติดกับพรมแดนของสเปน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ากระแสลมแรงในวันนี้จะยิ่งโหมกระพือให้เปลวเพลิงรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสหภาพยุโรป(อียู)ประกาศในวันเดียวกันว่าจะส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำสำหรับดับไฟป่าจำนวน 4 ลำ จากไซปรัสและสวีเดนไปยังฝรั่งเศสเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่โดยรอบเมืองเปร์ปินญองซึ่งกำลังเผชิญกับไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่บริเวณเชิงเขาพีเรนิสในฝรั่งเศสไปแล้วประมาณ 46 ตารางกิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโลรองต์ นูเนซ์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ TF1 ว่าเช้าวันนี้สถานการณ์กลับมาเลวร้ายลงอีกครั้ง แต่การต่อสู้กับไฟป่าจะเริ่มต้นขึ้นอีกรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อนในฝรั่งเศสและทั่วภูมิภาคยุโรปตะวันตกตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ได้แผดเผาพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มไฟป่าที่ลุกไหม้ที่เมืองเทรวิลลัคซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 5 ราย กำลังลุกลามอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางการแข่งขันจักรยานทางไกล &amp;#8220;ตูร์เดอฟรองซ์&amp;#8221; (Tour de France) ช่วงที่ 3 โดยทางการท้องถิ่นได้สั่งปิดเส้นทางดังกล่าวไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานฉุกเฉินในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ แม้การแข่งขันจะยังคงดำเนินต่อไป แต่จะมีการจำกัดจำนวนขบวนรถของทีมแข่งที่ติดตามขบวนนักกีฬาให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนทางฝั่งประเทศสเปน ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วคิดเป็นขนาดประมาณ 22 ตารางกิโลเมตร โดยร้อยละ 97 ของพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตคุ้มครองทางธรรมชาติ Les Gavarres อย่างไรก็ตาม ทางการแคว้นกาตาลุญญาของสเปนระบุมื่อคืนวันเสาร์ว่าสถานการณ์ไฟป่าเริ่มทรงตัวแล้วและคาดว่าจะสามารถดับไฟได้สนิทภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T11:27:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T11:27:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312]]></link><pubDate>2026-07-06T17:30:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794312</guid><description>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งของประเทศศรีลังกา ในเหตุการณ์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย และได้รับบาดเจ็บราว 100 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวในวงการตำรวจเปิดเผยว่า เหตุการณ์ตะลุมบอมกันของนักโทษเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ระหว่างนักโทษเด็ดขาดที่ถูกตัดสินความผิดแล้วกับกลุ่มนักโทษที่อยู่ระหว่างการฝากขังภายในเรือนจำเมืองเนกอมโบ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศไปทางตอนเหนือราว 35 กม.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปิดศึกตะลุมบอนกันครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์พื้นที่ภายในเรือนจำพร้อมทั้งตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพลจัตวา วารูนา กาเมจ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า มีการร้องขอให้กองทัพเข้ามาสนับสนุนการทำงานของตำรวจ แต่ในขณะนี้กำลังพลยังคงเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์เดเรนายังเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากวางกำลังกันอยู่บริเวณหน้าประตูเรือนจำ ขณะที่รถบัสของตำรวจซึ่งบรรทุกนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บโดยบางคนนอนกองอยู่กับพื้นรถกำลังแล่นออกจากพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:alternative><dc:abstract>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T10:37:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T10:37:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>497</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>497</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139]]></link><pubDate>2026-07-06T16:40:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794139</guid><description>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA) ได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธติดหัวรบจำลองไปยังน่านน้ำสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้ตกลงในพื้นที่ทางทะเลที่กำหนด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบอกเสียงทางการปักกิ่งระบุว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการตามปกติในการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีของจีน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมุ่งเป้าไปที่ประเทศหรือเป้าหมายใดเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบอาวุธครั้งนี้ของกองทัพจีนได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลให้กับชาติมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อความพยายามที่จะขยายขีดความสามารถทางทหารของกองทัพจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่าแม้จีนได้แจ้งต่อรัฐบาลออสเตรเลียถึงแผนการทดสอบยิงขีปนาวุธดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่การกระทำเช่นนั้นจะสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบขีปนาวุธของจีนยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออสเตรเลียและฟิจิได้ลงนามเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศครั้งสำคัญในวันนี้ โดยทั้งสองประเทศต่างให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นิวซีแลนด์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการทดสอบครั้งนี้ โดยนิวซีแลนด์ได้รับแจ้งถึงแผนการดังกล่าวเพียงมีกี่ชั่วโมงก่อนการทดสอบยิง เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระบุว่าได้รับแจ้งเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธดังกล่าวและได้เรียกร้องให้จีนทบทวนการกระทำนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของกองทัพจีน&amp;#8221; ทางการญี่ปุ่นกล่าว และว่า ทางการจีนได้แจ้งต่อหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ว่าอาจมีเศษซากชิ้นส่วนจากอวกาศที่อาจตกลงมาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันจันทร์อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ขีปนาวุธของจีนได้ตกลงนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:alternative><dc:abstract>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:40:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:40:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894]]></link><pubDate>2026-07-06T15:19:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793894</guid><description>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ปรับการรับมือน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นระดับ 3 จากเดิมที่ระดับ 1 หลังฝนตกหนักหลังพายุไต้ฝุ่นไมสักพัดผ่าน ทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำมีระดับน้ำสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานว่า คันกั้นน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมืองเหิงโจว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของนครหนานหนิงเกิดการพังทลาย และกำลังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นไมสักขึ้นฝั่งครั้งแรกที่มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกที่ขึ้นฝั่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในปีนี้ พายุลูกนี้ได้ขึ้นฝั่งเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาของจีนคาดว่า พายุไต้ฝุ่นไมสักจะอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน แต่หย่อมความกดอากาศที่หลงเหลือจากพายุ ประกอบกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ตามฤดูกาล จะยังคงทำให้หลายพื้นที่ ได้แก่ กว่างซี กุ้ยโจว หูหนาน และพื้นที่อื่นๆ เผชิญกับฝนตกหนักต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:alternative><dc:abstract>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:20:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:20:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1212</mi:x1><mi:y1>2159</mi:y1><mi:x2>1212</mi:x2><mi:y2>2159</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891]]></link><pubDate>2026-07-06T15:08:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793891</guid><description>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลในวันแรกของการเปิดฉากสงคราม ซึ่งถูกคลุมด้วยธงชาติอิหร่านและนำขึ้นรถบรรทุกที่ได้รับการประดับตกแต่ง แห่ไปตามถนนทั่วกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยฝูงชนที่ออกมาร่วมอาลัยอดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนศพของคาเมเนอีจะมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเมห์ราบัด โดยใช้เวลาเดินทางราว 12 ชั่วโมง จากการเปิดเผยของพล.อ.ฮาซัน ฮาซันซาเดห์ แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งรับหน้าที่กำกับดูแลขบวนแห่ศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอิหร่านคาดหวังว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เพื่อแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาล โดยขณะนี้มีประชาชนหลายแสนคนมารวมตัวกันตามจัตุรัสต่างๆ ในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งโบกธงและชูป้ายเพื่อแสดงการสนับสนุนคาเมเนอี&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในพื้นที่รายงานว่า เส้นทางที่ขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงตะโกนกึกก้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่นสาปแช่งว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ อิสราเอลจงพินาศ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ คลิปวิดีโอจากสำนักข่าวรอยเตอร์ยังเผยให้เห็นชาวอิหร่านส่วนหนึ่งกำลังเผาธงชาติสหรัฐและสหราชอาณาจักร ขณะที่บางส่วนชูป้ายภาพผู้นำสหรัฐปรากฎอยู่บนเป้าเล็งด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับพิธีศพของคาเมเนอีที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม จะดำเนินไปถึงวันที่ 9 กรกฎาคม หลังจากการเคลื่อนไปประกอบพิธีศพทางศาสนามที่เมืองกุมของอิหร่าน เมืองนาจาฟและเมืองคาร์บาลาของอิรัก ก่อนจะนำไปฝังที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอี ในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T08:09:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T08:09:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805]]></link><pubDate>2026-07-06T14:39:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793805</guid><description>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มากกว่า 100 คน ก่อนการประชุมสุดยอดพันธมิตรนาโตที่จะจัดขึ้นในกรุงอังการาในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ตุรกีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำจาก 32 ประเทศพันธมิตรนาโต รวมถึงผู้แทนจากประเทศหุ้นส่วนนาโต ในการประชุมที่จะจัดขึ้น วันที่ 7-8 กรกฎาคม ณ กรุงอังการา ส่งผลให้ทางการเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงอังการาก่อนการประชุม โดยสั่งห้ามการประท้วง  ปิดกั้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง และปิดถนนหลายสาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพรรค TKP ออกมาชี้แจงในแถลงการณ์ว่า ทางพรรคเป็นผู้จัดการชุมนุมประท้วงที่จตุรัสคิซิไล ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงอังการา และกล่าวเสริมว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคกว่า 100 คน รวมถึงผู้บริหารกำลังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในนครอิสตันบูล การประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจัดโดย TKP ผู้คนหลายร้อยคนเดินขบวนจากจัตุรัสทักซิมไปยังโดลมาบาห์เช และยังมีการประท้วงอีกสองกลุ่มซึ่งจัดแยกโดยกลุ่มฝ่ายซ้ายในเขตคาดิคอย ทั้งนี้ แม้จะมีตำรวจในพื้นที่การชุมนุมจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างการประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคมาล โอคูยา เลขาธิการพรรค TKP กล่าวในอิสตันบูลว่า “ในวันนี้ พวกเรารวมตัวกันทั่วประเทศตุรกีเพื่อประท้วงนาโต เราเคยให้คำมั่นว่าเราจะไม่ยอมให้อังการาสนับสนุนนาโต ไม่ยอมให้อังการานิ่งเฉย และตอนนี้เรากำลังทำตามสัญญา” ขณะที่รัฐบาลยังไม่ออกมาชี้แจงใด ๆ เกี่ยวกับการประท้วงและการควบคุมตัวผู้ประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการควบคุมตัวดังกล่าวจากหลากหลายฝ่าย โดย ทันเซอร์ บาคีร์ฮาน ประธานร่วมของพรรค DEM ซึ่งสนับสนุนชาวเคิร์ดของตุรกี กล่าวว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเป็นการขัดขวางสิทธิขั้นพื้นฐานก่อนการประชุมสุดยอดนาโต พร้อมทั้งระบุว่า ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กักกันอย่างเต็มตัว โดยใช้การประชุมสุดยอดนาโตเป็นข้ออ้างเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกที่ไม่ได้ประกาศใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:alternative><dc:abstract>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T07:39:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T07:39:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651]]></link><pubDate>2026-07-06T13:55:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793651</guid><description>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อสาธารณะ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ Louis Vuitton เป็นจำนวน10.3 ล้านหยวน (ประมาณ 49 ล้านบาท) หลังศาลชี้ว่าแบรนด์ชาดังกล่าวลอกเลียนลวดลาย &amp;#8220;ดอกไม้สี่กลีบ&amp;#8221; อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์หรูระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังเปิดเผยว่า Molly Tea เคยพยายามยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาแล้วหลายครั้ง แต่ถูกสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีนปฏิเสธทั้งหมด มีเพียงเครื่องหมายการค้าที่เป็นตัวอักษรภาษาจีนคำว่า “Molly Tea” เท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินของศาลในคดีระหว่าง Molly Tea กับ Louis Vuitton ได้จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ของจีน โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับคดีมียอดเข้าชมกว่า 400 ล้านครั้งและมีความคิดเห็นนับหมื่นรายการ ขณะที่ BBC ได้ติดต่อทั้งสองบริษัทเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ชาวจีนจำนวนมากออกมาปกป้องการออกแบบโลโก้ของ Molly Tea ว่า ลวดลายที่ใช้ในแบรด์หรูของตะวันตกหลายแบรนด์ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะโบราณวัตถุของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โดยผู้ใช้เว่ยเป๋อรายหนึ่งระบุว่าจะดื่ม Molly Tea วันละแก้ว เพื่อเป็นกำลังใจให้บริษัท พร้อมแสดงความเห็นว่า Louis Vuitton กำลังฉวยโอกาสจากการที่บรรพบุรุษชาวจีนไม่ได้จดสิทธิบัตรหรือคุ้มครองลวดลายเหล่านั้นไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ใช้เรดโน๊ตอีกรายมองว่า รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานเช่นนี้ถูกใช้กันทั่วโลกมาตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์ของจีนเพียงแห่งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลและสนับสนุนการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า โดยระบุว่าผู้ที่สนับสนุนโลโก้ของ Molly Tea ควรไปศึกษากฎหมายก่อน เพราะ Louis Vuitton ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้แล้ว อีกทั้งยังมองว่า Louis Vuitton มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน และแบรนด์อื่นไม่มีสิทธิ์ลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:55:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:55:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399]]></link><pubDate>2026-07-06T12:37:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793399</guid><description>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อชะลอความแก่และยืดอายุด้วยการย้อนวัยเซลล์ในร่างกายของตนเอง ออกมาเผยว่า เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และกระเพาะอาหารของเขากำลังกินตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายวัย 48 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความพยายามในการทำทุกอย่างเพื่อให้มีอายุยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (AIG) โดยผู้คนเพียง 2-5% เท่านั้นที่เป็นโรคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะของไบโอแฮ็กเกอร์ หรือผู้ที่พยายามปรับแต่งการทำงานของร่างกายและสมองเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีที่สุด จอห์นสันระบุว่า เขาจะพยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาโรค AIG ให้หายขาดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน จอห์นสันใช้ชีวิตภายใต้การดูแลสุขภาพที่เข้มงวด โดยพยายามปรับทุกองค์ประกอบของร่างกายให้เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่คุณภาพการนอนหลับไปจนถึงสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์ จอห็นสันเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างดีต่อสุขภาพเพราะรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับความเครียดเป็นเวลาหลายปี มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเผชิญกับภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดกระบวนการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง และหันมาโจมตีอวัยวะของตัวเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์และเยื่อบุกระเพาะอาหาร และนำไปสู่โรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวโน้มในการรักษาก็ไม่ค่อยดีนัก การดูแลรักษาในปัจจุบันไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ แพทย์ทำได้เพียงควบคุมอาการและภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น จอห์นสันยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคดังกล่าว แม้ว่ามันจะสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวรไปแล้ว ซึ่งรวมถึงภาวะขาดสารอาหาร โลหิตจาง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่ออายุ 21 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำหรือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยกว่าปกติ เขาจึงต้องรับประทานยาทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อให้การทำงานของต่อมไทรอยด์อยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ในช่วงเวลานั้นเขาจะไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติใดๆ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป จอห์นสันเชื่อว่าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนของโรค AIG มาตั้งแต่แรก เพียงแต่เขาไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการที่ระดับเฟอร์ริติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่สะสมธาตุเหล็กในร่างกายต่ำ โดยที่เขาไม่มีภาวะโลหิตจาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว เพราะผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมากแทบไม่มีอาการที่สังเกตชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงอาการปวดท้อง ขาดธาตุเหล็ก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จอห์นสันจะรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก แต่ระดับเฟอร์ริตินของเขายังคงต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้แพทย์ต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมธาตุเหล็กในร่างกายของเขาจึงหายไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งผลตรวจไม่พบมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากนั้นทีมแพทย์จึงตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อตรวจดูทางเดินอาหารทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดหลายชนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลตรวจเลือดพบว่า เขามีระดับแอนติบอดีต่อเซลล์พาไรเอตัลสูงกว่าปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงโรค AIG เนื่องจากโรคนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีเซลล์พาไรเอตัลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างกรดในกระเพาะและผลิตสารที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 12 ได้ โดยโรคนี้มักพบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดอื่นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันการวินิจฉัยคือ ผลการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหาร ซึ่งพบว่าเยื่อบุกระเพาะอาหารของเขาเริ่มอ่อนแอลง และมีการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้นที่สอดคล้องกับโรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพแต่ละอย่างของเขาล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขาดธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และโรค AIG ที่เป็นต้นเหตุให้ระดับธาตุเหล็กลดต่ำ ซึ่งทำให้การรักษาทำได้ยากมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้โรค AIG จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรคได้ด้วยการรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น การฉีดวิตามินบี 12 ทดแทน หรือการให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจอห์นสันได้รับโมโนเฟอร์ริก ขนาด 1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จอห์นสันยืนยันว่าจะไม่หยุดความพยายามในการค้นหาวิธีรับมือกับโรค โดยวางแผนติดตามค่าต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ทีมแพทย์ของเขาจะทำการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารเพื่อตรวจซ้ำเป็นระยะ และจะพัฒนาแนวทางการรักษาแบบทดลองเพิ่มเติม จากผลการตรวจที่ได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:25:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:25:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339]]></link><pubDate>2026-07-06T12:18:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793339</guid><description>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมือง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมืองของนางซารา ดูแตร์เต รองประธานาธิบดี ในข้อกล่าวหาทุจริต ซึ่งการสั่งจับกุมสว.คนดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้าที่วุฒิสภาฟิลิปปินส์ จะเริ่มการพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์แตออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตครั้งสำคัญของนางดูแตร์เตว่าจะได้ไปต่อหรือไม่บนเส้นทางทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกมาร์โคเลตา มีกำหนดจะทำหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะตุลาการวุฒิสภาในการพิจารณาคดีถอดถอนนางดูแตร์เต ซึ่งถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบในหลายข้อหาที่จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ หากคณะตุลาการวุฒิสภาที่มีสมาชิกทั้งหมด 24 คน มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ให้ถอดถอน นางดูแตร์เตก็อาจถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่จะมีขึ้นในปี 2028 โดยขณะนี้เธอยังคงเป็นตังเต็งที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พันธมิตรที่กลายมาเป็นคู่ปรับของเธอที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้เพียงสมัยเดียวซึ่งมีวาระ 6 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลต่อต้านการทุจริตได้มีคำสั่งให้จับกุมนายมาร์โคเลตา หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวหาว่าเขารับเงินจำนวน 75 ล้านเปโซ หรือประมาณ 39.8 ล้านบาท จากผู้บริจาคภาคเอกชนระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ศาลยังสั่งห้ามนายมาร์โคเลตาเดินทางออกนอกประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสข่าวการเตรียมจับกุมวุฒิสมาชิกมาร์โคเลตาได้ก่อให้เกิดการประท้วงขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยกลุ่มเคลื่อนไหวทางศาสนาที่มีสมาชิก 2 ล้านคน ส่งผลให้การจราจรในกรุงมะนิลาเป็นอัมพาตและเป็นผลให้ประธานาธิบดีมาร์กอสต้องยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์เตครั้งแรกนี้การไต่สวนจะมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่านางดูแตร์เตใช้เงินกองทุนสาธารณะในทางที่ผิด ครอบครองทรัพย์สินที่มีที่มาไม่ชัดเจน และการข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีมาร์กอส และภริยาของเขาซึ่งเป็นสตรีหมายเลข 1 รวมถึงอดีตประธานผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:alternative><dc:abstract>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T05:18:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T05:18:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050]]></link><pubDate>2026-07-06T10:33:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793050</guid><description>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแดเนียล เค. อิโนเอ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยมี  นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และ ผู้แทนกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะได้พบหารือกับ นางเซเลสต์ คอนเนอร์ส ประธานสถาบัน East-West Center เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทั้งในภาคประชาชนและภาควิชาการ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะได้พบหารือกับ พลเรือเอก ซามูเอล เจ ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐประจำภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Pacific Command : USPACOM) เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะในสาขาไซเบอร์ อวกาศ ออนไลน์สแกม การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การฝึกอบรมทางทหาร ขณะเดียวกันทั้งสองจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ภูมิภาคในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการเยือนรัฐฮาวายระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรัฐฮาวายมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกกับตะวันตก รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถาบันวิชาการชั้นนำของสหรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือ ตลอดจนเชื่อมโยงประชาชนของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T03:33:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T03:33:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023]]></link><pubDate>2026-07-06T09:10:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793023</guid><description>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นเป็น 3,342 ราย ตามตัวเลขที่กระทรวงสารสนเทศของเวเนซุเอลาเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขที่ทางการเวเนซุเอลาเผยแพร่ใหม่นี้ยังระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,470 คน ขณะที่จำนวนผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 17,345 คน อย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้ระบุถึงจำนวนผู้สูญหาย ซึ่งคาดว่ายังอยู่ที่หลายหมื่นคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 215 ปีของประเทศเวเนซุเอลา โดยเธอได้ปกป้องการดำเนินการของรัฐบาลหลังเกิดแผ่นดินไหว ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนเรียกว่า เป็นการตอบสนองต่อภัยพิบัติที่ล่าช้าและไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรดริเกซยืนยันว่า เธอได้ส่งกำลังทหารไปให้ความช่วยเหลือในทันที และประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อช่วยรับมือกับเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008]]></link><pubDate>2026-07-06T08:43:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793008</guid><description>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NWS) ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมคงที่เกือบ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS เตือนว่า พายุลูกนี้เป็นพายุที่ &amp;#8220;อันตรายอย่างยิ่ง&amp;#8221; และอาจก่อให้เกิดความเสียหายในระดับหายนะ โดยทะเลอาจมีคลื่นสูงเกือบ 11 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า ได้รับรายงานความเสียหายร้ายแรงหลายจุดในหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเป็นพื้นที่ที่เผชิญกับพายุเขตร้อนอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม พายุที่มีความรุนแรงระดับนี้ถือว่าพบได้ไม่บ่อยนักสำหรับดินแดนของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่มีกำลังรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่างทยอยอพยพไปอาศัยในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน และเร่งเตรียมความพร้อมในนาทีสุดท้ายก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจะมาถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของ NWS หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาและเกาะโรตาเป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะ ตั้งห่างจากเกาะกวมไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร กำลังเผชิญกับการพัดขึ้นฝั่งของซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานนายกเทศมนตรีของเกาะโรตาได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับลมพายุรุนแรงระดับทำลายล้าง พร้อมระบุว่า สภาพอากาศจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ปลอดภัยที่จะอยู่กลางแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เกาะไซปัน ซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะโรตา มาร์คัส แลนดอน ไอดเลตต์ นักอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ที่สนามบินบนเกาะวัดความเร็วลมกระโชกได้มากกว่า 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากบนเกาะยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้จากผลกระทบของซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลาคุครั้งล่าสุด ซึ่งพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS ยังเตือนว่า ความเร็วลมจะยังคงอยู่ในระดับพายุไต้ฝุ่นอย่างน้อยจนถึงช่วงบ่ายต้นๆ ของวันจันทร์ และจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับพายุโซนร้อนจนกว่าจะเลยช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาะกวม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านชายหาดและแสงแดด และมีประชากรราว 170,000 คน ได้เปิดศูนย์อพยพ 5 แห่งภายในโรงเรียนต่าง ๆ โดยรองรับผู้ประสบภัยได้รวมประมาณ 1,700 คน และจัดไว้สำหรับกลุ่มเปราะบางเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของเกาะกวมเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ศูนย์อพยพแห่งหนึ่งมีผู้เข้าพักเต็มความจุแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังส่งประชาชนที่เดินทางมาเพิ่มเติมไปยังศูนย์อพยพแห่งอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ได้จัดให้บาหวี่เป็น &amp;#8220;ซูเปอร์ไต้ฝุ่น&amp;#8221; ซึ่งหมายถึงพายุที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ขณะที่ NWS ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมีศักยภาพในการทำลายล้างเทียบเท่ากับ เฮอริเคนระดับ 4 หรือระดับ 5&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนระดับ 4 หรือระดับ 5 ลูกที่ 11 ที่พัดขึ้นดินแดนของสหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าจำนวนพายุระดับเดียวกันทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง 57 ปีก่อนหน้านั้น รวมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง ซึ่งเป็นการอุ่นขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งอิทธิพลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก จะทำให้พายุหมุนเขตร้อนมีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังทำให้มีความชื้นสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าเดิม ส่งผลให้พายุทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:alternative><dc:abstract>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978]]></link><pubDate>2026-07-06T08:13:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792978</guid><description>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน โดยมีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วใจกลางกรุงเคียฟในช่วงเช้ามืด ก่อนเกิดระเบิดไม่นาน มีการเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศทั่วทั้งกรุงเคียฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการแบบผสมผสาน ทั้งการใช้โดรน ขีปนาวุธร่อน และขีนปยาวุธพิสัยใกล้ และยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง นายวิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุบนเทเลแกรมว่า มีพื้นที่อย่างน้อยสองเขตในกรุงเคียฟที่มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้หรือความเสียหายจากเศษซากต่างๆ ที่ตกลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ครั้งสำคัญในตุรกี ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มีแผนจะเข้าร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ทำการโจมตีเคียฟอย่างรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย ถือเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามของรัสเซียในยูเครนจะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดนาโตที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ที่กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ขณะที่กองกำลังรัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของภูมิภาคโดเนตสก์ของยูเครน ด้านยูเครนก็เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ควบคุมของรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ และโรงงานผลิตอาวุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนากับทรัมป์ทางโทรศัพท์ เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐในวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นเวลานานเกือบ 90 นาที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยว่า ผู้นำสหรัฐได้เสนอความช่วยเหลือในการยุติสงครามในยูเครนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:alternative><dc:abstract>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T01:16:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T01:16:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684]]></link><pubDate>2026-07-05T17:40:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792684</guid><description>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือนักปีนเขา 4 คน ที่ติดอยู่บนภูเขาราอูสุ ในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งออกมา หลังจากนักปีนเขาทั้ง 4 คน เผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งขณะกำลังเดินลงจากภูเขาลูกดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ชายนักปีนเขารายหนึ่ง อายุ 60 ปี พบเห็นหมีสีน้ำตาลอยู่ห่างจากเขาไปราว 50 เมตร บนเส้นทางเดินเขา ขณะที่เขากำลังเดินลงจากภูเขาราอูสุ ตำรวจระบุว่าหมีตัวดังกล่าวมีขนาดตัวสูงประมาณ 1.5 เมตร ก่อนที่นักปีนเขาอีก 3 คนจะเดินมาสมทบกับนักปีนเขาคนก่อนหน้า กระทั่งเวลาประมาณ 16.50 น.ของวันเกิดเหตุ หนึ่งในนั้นได้โทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินว่า พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อไปได้หลังจากพบหมีป่าดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักปีนเขาทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากเหตุการณ์พบเจอหมีสีน้ำตาลดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ภูเขาราอูสุซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรชิเระโทโกะ บนเกาะฮอกไกโด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้กลับมาเปิดให้นักปีนเขาใช้เส้นทางนี้ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หลังจากเส้นทางดังกล่าวถูกปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากนักเดินป่าวัย 26 ปีเสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นและหน่วยงานท้องถิ่นได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หมีป่าออกมาทำร้ายผู้คน โดยมีการกำหนดระบบแจ้งเตือนภัยหมีสีน้ำตาลไว้ 4 ระดับ โดยเมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้พบเห็นหมีและเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากหมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น ทำให้ทางการต้องเร่งประเมินพื้นที่อยู่อาศัยของหมีและหาแนวทางลดความเสี่ยงภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีรายงานว่า ที่จังหวัดอากิตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุชายอายุ 83 ปีรายหนึ่ง ถูกหมีทำร้ายขณะออกไปเก็บผักบนภูเขาในเช้าวันนี้เช่นกัน โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้า แต่เขายังสามารถสื่อสารได้เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:alternative><dc:abstract>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T11:44:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T11:44:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605]]></link><pubDate>2026-07-05T16:28:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792605</guid><description>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ชาวอเมริกันทั่วประเทศร่วมกันฉลองวาระครบรอบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพของสหรัฐ หรือวันชาติสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 ราย จากการเปิดเผยของกรมตำรวจนิวยอร์ก(NYPD)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.37 น.ของวันเสาร์(4 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ยิงเกิดขึ้นบริเวณช่วงตึกเลขที่ 2900 บนถนนเวสต์ 31 ในย่านโคนีย์ไอแลนด์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ชายอายุ 37 ปี ชายอายุ 33 ปี หญิงอายุ 25 ปี หญิงอายุ 21 ปี เด็กชายอายุ 14 ปี, 12 ปี, 7 ปี และเด็กชายอายุ 6 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุต่อว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกหน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว โดยมี 7 คนที่มีอาการคงที่ ส่วนหญิงอายุ 21 ปี มีอาการสาหัส นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่มีการจับกุมผู้ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T09:28:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T09:28:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484]]></link><pubDate>2026-07-05T14:29:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792484</guid><description>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ทวีความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงจัด โดยเมื่อเวลา 10.05 น.ของวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ไต้ฝุ่นลูกนี้มีความกดอากาศที่ศูนย์กลางอยู่ที่ 920 เฮกโตปาสกาล และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่ 55 เมตรต่อวินาที คาดว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกในขณะที่ทวีความรุนแรง และคาดว่าความกดอากาศที่ศูนย์กลางจะลดลงอยู่ที่ระดับประมาณ 905 เฮกโตปาสกาล ในเช้าวันจันทร์(6 ก.ค.) ส่วนไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดขึ้นฝั่งบริเวณแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอินไควเรอร์ อ้างสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า อิทธิพลของไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อให้เกิดลมแรงและฝนตกในประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นต้นไป แม้ว่าในวันที่ 5 กรกฎาคม พายุลูกนี้ยังอยู่นอกเขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ แต่คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกกระจายในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักงานบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่น่าจะพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ แต่ทางหน่วยงานได้เตือนว่าอาจมีการประกาศเตือนภัยลมพายุหมุนเขตร้อนในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของเกาะลูซอนเหนือของฟิลิปปินส์ โดยอาจเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T07:29:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T07:29:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369]]></link><pubDate>2026-07-05T13:50:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792369</guid><description>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ยังคงไร้การปรากฏตัวของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ซึ่งเป็นบุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เข้าร่วมในพิธีศพของบิดา ท่ามกลางชาวอิหร่านจำนวนมากที่ยังคงหลั่งไหลออกมาร่วมพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารเสียชีวิตในปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โลงบรรจุศพของคาเมเนอีถูกเคลื่อนออกมาจากสถานที่ประกอบพิธีละหมาดกลางแจ้ง ขณะที่มีการนำสวดภาวนาผ่านเครื่องขยายเสียงแพร่ไปยังฝูงชนซึ่งต่างร่วมกันสวดรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอถ่ายทอดสดของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นผู้มาร่วมพิธีศพหลายคนต่างร่ำไห้ซับน้ำตาด้วยความเสียใจ ก่อนที่โลงศพของคาเมเนอีและโลงศพที่บรรจุศพสมาชิกหลายคนในครอบครัวของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งรวมถึงภรรยาและลูกชายของโมจตาบาที่ถูกสังหารเสียชีวิตในเหตุโจมตีเดียวกันด้วย ได้ถูกเคลื่อนไปวางบนแท่นยกสูง ณ สถานที่ประกอบพิธีสวดศพ โดยมีโลงศพขนาดเล็กกว่าวางอยู่ด้านบนสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ผู้นำทางศาสนาระดับสูงได้เป็นผู้นำสวดภาวนาให้กับร่างของคาเมเนอี ขณะที่ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อทางการแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้าโลงศพ โดยมีรายงานว่า พลจัตวาอาห์หมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อันทรงอิทธิพลของอิหร่าน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยืนอยู่แถวหน้าที่ได้แสดงความเคารพและร่วมไว้อาลัยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีสวดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ซึ่งร่างของคาเมเนอีได้ถูกตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ กระทั่งรุ่งสางวันอาทิตย์ ผู้คนหลายพันคนได้มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกมัสยิดเพื่อแสดงความเคารพ ซึ่งเสียงสวดมนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณผ่านลำโพงกระจายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่จับตาว่า โมจตาบา บุตรชายของคาเมเนอี ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่แทนนั้นจะมาร่วมพิธีศพของบิดาของเขาด้วยหรือไม่ ที่ผ่านมา โมจตาบา ยังไม่ได้ปรากฏตัวให้สาธารณชนได้เห็นเลยนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐร่วมกับอิสราเอลตั้งแต่วันแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้งเขายังไม่ได้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นการส่วนตัวแก่ภรรยาผู้ล่วงลับของเขาที่มีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย มีเพียงการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนผ่านแถลงการณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อของอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของคาเมเนอี อดีตผู้นำที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของอิหร่าน จะจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน จนถึงปลายสัปดาห์หน้า โดยในต้นสัปดาห์นี้จะมีการเคลื่อนศพของคาเมเนอีไปยังเมืองกุม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนไปยังเมืองนาจาฟและคาร์บาลา เมืองสำคัญทางศาสนาในอิรัก และเคลื่อนศพนำกลับมาประกอบพิธีและฝังที่เมืองมัชฮัดของอิหร่าน อันเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอีในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด รอยเตอร์รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน เผยแพร่ภาพในวันอาทิตย์นี้ ขณะลูกชายอีก 3 คน ของคาเมเนอี ได้แก่ มอสตาฟา, เมย์ซัม และ มาซูด คาเมเนอี ได้ร่วมพิธีสวดอยู่ข้างโลงบรรจุศพของบิดา รวมถึงสมาชิกอีก 4 คนในครอบครัว แต่ไม่มีโมจตาบาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ได้ร่วมสวดมนต์อยู่หลังโลงศพของอดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:alternative><dc:abstract>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T08:19:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T08:19:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>546</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>546</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260]]></link><pubDate>2026-07-05T11:34:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792260</guid><description>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์จากเรือพิฆาตคังกน(Kang Kon) และการประเมินระบบอาวุธต่อต้านเรือ ต่อต้านเรือดำน้ำและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตั้งบนเรือรบลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการทดสอบดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันศุกร์(3 ก.ค.)ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของการประเมินระบบการรบของเรือรบลำนี้ของเกาหลีเหนือที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งการประเมินทดสอบอครอบคลุมถึงการตรวจสอบความสามารถในการตรวจจับเป้าหมาย การประมวลผลข้อมูลของอำนาจการยิงแบบบูรณาการ ปืนใหญ่ประจำเรือ ปืนกลอัตโนมัติและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อเปียงยางรายงานว่าผู้นำคิมได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนการประเมินระบบอาวุธของเรือพิฆาตลำดังกล่าว ก่อนจะชมการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์และการทดสอบระบบอาวุธอื่น ๆ โดยผู้นำคิมชื่นชมความก้าวหน้าล่าสุดในการพัฒนาอาวุธและเรียกร้องให้เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันทางทหารและศักยภาพในการรบของเกาหลีเหนือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทดสอบเรือพิฆาตคังกนให้เสร็จสมบูรณ์และนำเรือลำนี้เข้าประจำการในกองทัพเรือภายใน 2 เดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ประกาศนำเรือพิฆาตโชฮยอน ขนาด 5,000 ตัน เข้าประจำการในกองทัพเรือ พร้อมประกาศแผนที่จะนำเรือพิฆาตคังกน ซึ่งเป็นเรือรบในชั้นเดียวกันเข้าประจำการเพิ่มเติมภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนากองทัพเรือของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม จองอึนยังได้ประกาศแผนสร้างเรือรบชั้นนี้ปีละ 2 ลำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และเปิดเผยแผนการสร้างเรือรบขนาดใหญ่กว่าซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ 10,000 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเรือพิฆาตคังกนเคยได้รับความเสียหายจากการพลิกเอียงบางส่วนระหว่างพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อปีที่แล้วก่อนจะได้รับการซ่อมแซม ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือมากขึ้น เนื่องจากคิม จองอึนมองว่ากองทัพเรือเป็นเหล่าทัพที่อ่อนแอที่สุดของประเทศและต้องการยกระดับศักยภาพของกองกำลังส่วนนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:alternative><dc:abstract>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:34:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:34:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1694</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1694</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230]]></link><pubDate>2026-07-05T11:10:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792230</guid><description>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว อยู่ที่ 2,954 ราย และตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของผู้สูญหาย อยู่ที่กว่า 41,000 คน ขณะที่ประชาชนกว่า 16,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย โดยต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ บางส่วนอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีเตอร์ โฮลซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ของโรงพยาบาลสนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กับกลุ่มต่างๆที่ให้ความช่วยเหลือในเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้ให้การรักษาผู้ป่วยไปแล้วราว 400 ราย รวมถึงการผ่าตัดซึ่งคาดว่ามีเกือบ 30 ราย ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ในเบื้องต้นเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บจากแผ่นดินไหว จากนั้นจะเป็นการติดตามผลการผ่าตัด และจะส่งมอบการดำเนินงานให้กับแพทย์ท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:11:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:11:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209]]></link><pubDate>2026-07-05T10:25:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792209</guid><description>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวัน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวันชาติหรือวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาครบรอบ 250 ปี ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น ที่บริเวณเนชันแนลมอลล์ อย่างแน่นอน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” แม้ว่าพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงฤดูร้อน อาจทำให้การจัดงานล่าช้าหรือได้รับผลกระทบก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ใกล้อนุสาวรีย์วอชิงตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทรัมป์มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่ม Freedom 250 ซึ่งเป็นผู้จัดงานกิจกรรมการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งนี้ระบุว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่พื้นที่อีกครั้ง และทรัมป์จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวลา 23.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งช้ากว่ากำหนดเดิม 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมจะไปที่นั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้เป็นคืนวันเสาร์ มาสนุกกันเถอะ ถึงแม้ว่างานจะเลิกดึกก็ตาม&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดงาน โดยต้องเผชิญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และสภาพอากาศร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส โดยคลื่นความร้อนจัดที่ทำลายสติถิ ทำให้ต้องมีการยกเลิกขบวนพาเหรดและกิจกรรมอื่นๆ หลายรายการในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานอย่างกลุ่มแนวร่วมรักชาติ(Patriot Front) ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมผิวขาว โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตันแล้ว และมีผู้คนหลายร้อยคนที่สวมเครื่องแต่งกายของกลุ่มเดินทางเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟใต้ดินซึ่งให้บริการในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า โดยปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตมักหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐด้วยตนเอง แต่ทรัมป์ได้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการและการเมืองแบบหาเสียงนั้นเลือนหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์ ได้ลดบทบาทของคณะกรรมการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ลงเพื่อรับผิดชอบควบคุมการจัดงานครบรอบ 250 ปีของประเทศแทน และยังได้ปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเนชันแนลมอลล์ ซึ่งมีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร เพื่อจัดงาน &amp;#8220;Great American State Fair&amp;#8221; ซึ่งภายในงานมีทั้งชิงช้าสวรรค์ รวมถึงบูธจัดแสดงของกลุ่มอนุรักษนิยมและบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ระบุว่า งานเทศกาลนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงผู้คนและนวัตกรรมที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็น”ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายรัฐที่มีพรรคเดโมแครตเป็นผู้บริหารปฏิเสธที่จะส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมงาน ขณะที่ศิลปินหลายคนที่มีกำหนดขึ้นแสดงก็ได้ถอนตัว โดยให้เหตุผลว่ากังวลเกี่ยวกับการเมืองแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เริ่มเปิดงานกิจกรรมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐด้วยการจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ในช่วงแรกของการจัดงานมีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้เข้าชมต้องต่อแถวยาวรอเพื่อเข้าชมสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟรงก์ ดิโจวีน ผู้บริหารของสถาบันสมิธโซเนียนกล่าวว่า ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารภายในพิพิธภัณฑ์ของสถาบันซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่จัดงาน มียอดขายสินค้าที่ระลึกในวันศุกร์สูงเกือบทำสถิติใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กิจกรรมอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลุ่ม Freedom 250 ยังรวมถึงการชุมนุมทางศาสนา ซึ่งมีวิทยากรส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนสายอนุรักษนิยม และการแข่งขันกีฬาหลายรายการ รวมถึงการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่จัดขึ้นภายในบริเวณทำเนียบขาวเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีของทรัมป์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดการแข่งขัน IndyCar ที่กรุงวอชิงตันในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการฉลองด้วยการยิงพลุดอกไม้อันไฟตระการตาเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ รวมถึงที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐ ในคืนวันที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ รวมถึง 3 ใน 4 ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต และครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมองว่ากิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีวันชาติสหรัฐ ได้กลายเป็นเรื่องที่เป็นการเมืองมากเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์พยายามปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่หลายส่วนของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของประเทศ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามีทั้งที่ประสบความสำเร็จและมีปัญหา เช่น น้ำพุและอนุสรณ์สถานหลายแห่งจะได้รับการบูรณะแล้ว แต่โครงการปรับปรุงสระสะท้อนภาพ(Reflecting Pool) หน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ที่มีมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างมาก แต่กลับประสบปัญหาหลายด้าน โดยสีของโครงสร้างเริ่มลอกและน้ำในสระมีตะไคร่น้ำขึ้นจนดูสกปรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T03:36:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T03:36:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1005</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1005</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512]]></link><pubDate>2026-07-05T06:28:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791512</guid><description>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ ประธานาธิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ระบุว่า ทรัมป์มีรายรับรวมกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากที่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่สองได้เพียงหนึ่งปีเศษเท่านั้น โดยที่ในจำนวนเงินมหาศาลนี้ยังไม่นับรวมรายได้และกำไรจากการสะสมอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ธุรกิจสินค้าแบรนด์ตนเอง รวมถึงการฟ้องร้องคดีชนะสำนักข่าวต่างๆ หลายแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์เผยว่าเขาทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจ World Liberty Financial  ผ่านการขาย &amp;#8220;&lt;strong&gt;โทเค็นเพื่อการกำกับดูแล&amp;#8221; &amp;#8220;สเตเบิลคอยน์&amp;#8221; &lt;/strong&gt;และสินทรัพย์คริปโทอื่นๆ ขณะที่รายได้จากธุจกิจคริปโทอีกแห่งหนึ่งคือ CIC Digital LLC ซึ่งทำเงินให้เขาราว 635 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายเหรียญมีมซึ่งเป็นของที่ระลึกพิมพ์ลายประทับใบหน้าของทรัมป์ เพียงแค่รายได้จากธุรกิจคริปโทก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนทรัมป์แทบจะกลายเป็น &amp;#8220;ราชาคริปโท&amp;#8221; คนใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านภาคธุจกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่หลักที่เคยเป็นฐานในการส่งให้ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐก็เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน โดยทรัมป์ได้รับเงินอีกหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และคอนโดมิเนียม ที่สร้างขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการขยายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษนับตั้งแต่ทรัมป์ก่อตั้งธุรกิจดังกล่าวขึ้น โดยประเทศเหล่านี้หลายประเทศกำลังอยู่ในระหว่างเจรจากับสหรัฐในเรื่องภาษีนำเข้า ความช่วยเหลือทางทหาร และเรื่องสำคัญอื่นๆ ในขณะที่ธุรกิจของครอบครัวของทรัมป์บรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สร้างรายได้ให้ธุรกิจของทรัมป์ถึง 10.4 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอีกแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังก่อสร้างโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ สร้างรายได้ให้บริษัทของทรัมป์ราว 9 ล้านดอลลาร์ และอีกแห่งในบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย และอีกแห่งในกาตาร์ สร้างรายได้ให้เขาแห่งละ 5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความมั่งคั่งของทรัมป์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยสนามกอล์ฟและสมาคมกอล์ฟของทรัมป์ 16 แห่งทั่วโลกสร้างรายได้มากกว่า 470 ล้านดอลลาร์ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมและใบอนุญาต ขณะเดียวกัน การขายหนังสือ MAGA และสินค้าอื่นๆ ที่มีตราทรัมป์ประดับสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ อาทิ หนังสือ Save America ทำเงินได้ 1,893,965 ดอลลาร์ หนังสือ Letters to Trump ทำเงินได้ 590,730 ดอลลาร์ และหนังสือ A MAGA Journey ทำเงินได้ 552,685 ดอลลาร์ อีกทั้งยังมีสินค้า อาทิ กีตาร์แบรนด์ทรัมป์ทำเงินได้ 35,920 ดอลลาร์ รองเท้าผ้าใบและน้ำหอมตราทรัมป์ทำเงินได้ 67,634 ดอลลาร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทรัมป์ยังฟ้องร้องสำนักข่าวและสื่อรวมกันหลายคดี ซึ่งทำให้เขาได้รับเงินค่าชดเชยเป็นจำนวนมาก  แม้จะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าทำไมสำนักข่าวต่างๆ ถึงตัดสินใจยอมความในคดีฟ้องร้องของทรัมป์ที่กล่าวหาว่าฉ้อโกงและหมิ่นประมาท แต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ยอมความและจ่ายเงินไปแล้ว โดยคดีฟ้องร้องสำนักข่าว ABC, CBS, Meta และอื่นๆ ทำให้ได้เงินมามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างห้องสมุดในไมอามีตามแผนการของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;ปรากฎการณ์ความมั่งคั่งระดับพันล้านดอลลารณ์สหรัฐของทรัมป์ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่สาธารณชนและกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง คำถามมากมายเช่นว่า ในเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนแฝงอยู่หรือไม่ ทรัมป์แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมากน้อยเพียงใด หรือกระทั่งการออกนโยบายที่ผ่านมามีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งนี้อย่างไรบ้าง ล้วนผุดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากนี่คือระดับความร่ำรวยที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ทศวรรษก่อน &lt;strong&gt;แฮร์รี่ ทรูแมน&lt;/strong&gt; ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 33 ได้ก้าวลงจากตำแหน่งพร้อมกับเงินบำนาญทหารราว 113 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (หรือเพียง 3,700 บาท)  เท่านั้นในเวลาต่อมาทรูแมนได้เขียนไว้ว่า &amp;#8220;การแสวงหากำไรในนามของเกียรติภูมิและความมีเกียรติของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐเป็นความผิด&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือกระทั่งก่อนการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไม่นาน&lt;strong&gt; จอร์จ ดับเบิลยู บุช&lt;/strong&gt; นำเงินลงทุนของเขาไปไว้ในกองทุนที่บริหารจัดการโดยบุคคลที่สามโดยไม่เปิดเผยข้อมูล (blind trust) บุชกล่าวในสัปดาห์สุดท้ายของการดำรงตำแหน่งว่า เขาไม่รู้เลยว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินของเขาเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้าม โดนัลด์ ทรัมป์ ทำเงินได้อย่างน้อยราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปีแรกที่เขากลับเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่ารายได้ 622 ล้านดอลลาร์ที่เขาเคยรายงานในปี 2024 หรือเกือบ 4 เท่า จากเมื่อหนึ่งปีก่อนที่เขาจะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัย 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเริ่มวาระแรกในปี 2017 ทรัมป์ระบุว่า ได้มอบการควบคุมธุรกิจครอบครัวของเขา คือ องค์กรทรัมป์ (The Trump Organization) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ ให้กับลูกชายที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการแหวกแนวจากแบบอย่างที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ เคยทำ เพราะทรัมป์ไม่ได้นำผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาไปไว้ในทรัสต์แบบปิด หรือขายทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนอื่นๆ ของเขา และทรัมป์ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มวาระที่สองของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์กรทรัมป์ระบุก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของเขาว่า ทรัมป์จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำวันของบริษัทในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ &lt;strong&gt;เอริก ทรัมป์&lt;/strong&gt; บุตรชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทของครอบครัว กล่าวว่า องค์กรทรัมป์จะปฏิบัติตาม&lt;strong&gt; &amp;#8220;มาตรฐานทางจริยธรรมที่เข้มงวด&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของผู้เป็นบิดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธุรกิจของครอบครัวทรัมป์และผู้ใกล้ชิดบางคนได้รับผลกำไรในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากสกุลเงินดิจิทัลนับตั้งแต่เขากลับมาที่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว ตามรายงานของ New York Times ทรัมป์ได้ทำข้อตกลงกับประธานาธิบดีของคาซัคสถาน ทำให้บริษัทอเมริกันเข้าถึงโครงการแร่ธาตุสำคัญขนาดใหญ่ในประเทศ หลังจากนั้น เอริก และ &lt;strong&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์&lt;/strong&gt; ได้เข้าถือหุ้นจำนวนหนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ ขณะที่บริษัทลงทุนแคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ซึ่งบริหารงานโดยบุตรชายของ &lt;strong&gt;ฮาวเวิร์ด ลุตนิค&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ก็มีส่วนร่วมในข้อตกลงนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้น และอ้างว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว  และบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเงินส่วนตัวของผม เรามีกองทุนที่บริหารเงินของผม ผมหาเงินได้มากมายก่อนที่จะเป็นประธานาธิบดี และพวกเขานำเงินของผมไปลงทุน และผมก็ไม่ได้คุยกับพวกเขา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธว่าทรัมป์และครอบครัวไม่ได้รับผลประโยชน์จากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่อย่างใด โดย &lt;strong&gt;แอนนา เคลลี&lt;/strong&gt; รองโฆษกทำเนียบขาวชี้แจว่า การกระทำทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์และคณะบริหารของเขา ล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกัน และบรรดา &lt;strong&gt;&amp;#8220;นักข่าว&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็กำลังนำเสนอเรื่องราวเดิมๆ ที่น่าเบื่อและไม่มีมูลความจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเดโมแครตและสื่อกระแสหลักได้พยายามนำเสนอมานานกว่าทศวรรษแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าทรัมป์และคนใกล้ตัวจะพยายามชี้แจงอย่างไร แต่รายงานที่ยาวกว่า 900 หน้า ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องยื่นทุกปีชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์ได้ค้นพบแหล่งรายได้ใหม่หลายช่องทางในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บาร์บารา เพอร์รี&lt;/strong&gt; นักประวัติศาสตร์ด้านประธานาธิบดีจากศูนย์มิลเลอร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เทียบได้กับเรื่องนี้มาก่อน มันเกินกว่าที่เราเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทรัมป์และครอบครัวของเขากับประธานาธิบดีคนอื่นๆ การหาเงินอย่างมหาศาลในระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม ประธานาธิบดีส่วนใหญ่ในอดีตไม่ต้องการทำเช่นนั้น” เพอร์รีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน &lt;strong&gt;ริชาร์ด เพนเตอร์&lt;/strong&gt; อดีตหัวหน้าทนายความด้านจริยธรรมของทำเนียบขาวในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวกับบีบีซีว่า  &amp;#8220;มันคือผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน และสถานการณ์ในตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน ที่เห็นประธานาธิบดีของพวกเขาได้รับเงินจำนวนมากเช่นนี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าใครจะชอบหรือจะชัง จะเชื่อหรือไม่กับคำอธิบายของทรัมป์และทีมงาน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการกระทำของทรัมป์ ไม่เพียงแต่ทำลายบรรทัดฐานในการพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตสร้างขึ้น และเลือกเดินไปบนเส้นทางที่มีเพียงเขาเองเป็นผู้กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า ทรัมป์ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของการไม่เอาธุรกิจมาปนกับการเมืองจริงหรือไม่ ในขณะที่เขาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวเองอีกครั้ง ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐที่สร้างรายได้สูงสุดแตะระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในระหว่างดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;(เรียบเรียงจากบีบีซี/เอพี)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:alternative><dc:abstract>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T07:19:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T07:19:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893]]></link><pubDate>2026-07-04T17:20:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791893</guid><description>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค. ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร่วมพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งจะมีการจัดพิธีนาน 1 สัปดาห์ โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการบรรเลงเพลงชาติ การกล่าวคำไว้อาลัยทางศาสนา และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านจัดพิธีศพครั้งใหญ่เพื่อไว้อาลัยแด่คาเมเนอี ซึ่งปกครองประเทศมานานถึง 37 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งแรกในสงครามที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลอิหร่านใช้พิธีศพของผู้นำสูงสุดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความภักดีของประชาชนต่อระบบการปกครองโดยผู้นำศาสนา และอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่มีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นโลงศพของคาเมเนอีที่คลุมด้วยธงชาติอิหร่าน โลงศพของเขาถูกจัดวางเคียงข้างโลงศพอีก 4 โลง ของสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีในคราวเดียวกัน ตั้งบนแท่นสีดำขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกะอ์บาห์ สิ่งก่อสร้างทรงลูกบาศก์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอัลฮะรอมในนครเมกกะ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลานกว้างของอิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีละหมาดขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้มาร่วมไว้อาลัย หลายคนโบกธงชาติอิหร่านและถือภาพของผู้นำผู้ล่วงลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐ Seda va Sima รายงานว่า มีเสียงตะโกน “อเมริกาจงพินาศ” ดังก้องไปทั่วสถานที่ดังกล่าวในกรุงเตหะราน ในวันไว้อำลาต่อ “ท่านผู้พลีชีพ” ขณะที่ในคลิปวิดีโออื่นๆ ยังได้ยินประชาชนตะโกนว่า &amp;#8220;คำขวัญของเรามีเพียงคำเดียว คือ การแก้แค้น การแก้แค้น&amp;#8221; และ &amp;#8220;เราจะฆ่า เราจะฆ่า ผู้ที่ฆ่าอิหม่ามของเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน มีการพ่นละอองน้ำจากหลังคาอาคารเพื่อช่วยคลายความร้อนให้ผู้ร่วมพิธี โดยโลงศพของคาเมเนอีจะถูกประดิษฐานอยู่ที่อิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้น คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายร่างของเขาไปยังเมืองกอม นาจาฟ และเคอร์บาลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวชีอะห์ในอิหร่านและอิรัก ก่อนที่จะนำไปฝังในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองมาชาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอิหร่านต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T10:23:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T10:23:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>799</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>799</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844]]></link><pubDate>2026-07-04T16:59:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791844</guid><description>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง นา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ &lt;strong&gt;นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันวางกรอบความร่วมมือและยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดของแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่นี้ จะเป็นการสานต่อจากแผนฉบับเดิม (ปี 2022-2024) โดยมีการขยายกรอบความร่วมมือมุ่งเน้นไปที่ 5 สาขาใหม่แห่งอนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล การวิจัยและนวัตกรรม การศึกษา และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ ขณะเดียวกันยังคงรักษาฐานความร่วมมือเดิมที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แผนปฏิบัติการร่วมฉบับนี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายร่วมกัน คือการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์  พร้อมทั้งได้กล่าวย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยระบุว่าทั้งสองประเทศได้ร่วมฉลองครบรอบ 340 ปีของการติดต่อกันครั้งแรกนับตั้งแต่ครั้งที่เจ้าพระยาโกษาปานเป็นราชทูตเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรี ณ ราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และในปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791863&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;803&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-628x420.jpg 628w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการลงนามในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ตลอดจนการเยือนฝรั่งเศสขของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายสีหศักดิ์เองที่ได้หารือทวิภาคีกับ นายฌอง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ณ กรุงปารีสก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วม ฉบับใหม่ (2569–2571) พร้อมตอกย้ำถึงเป้าหมายสูงสุดที่มีร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่จับต้องได้ในแผนงานฉบับใหม่นี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791864&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:alternative><dc:abstract>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:59:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:59:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>803</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>803</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822]]></link><pubDate>2026-07-04T16:45:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791822</guid><description>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการนานาชาติ ครั้งที่ 2 ว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางไซเบอร์และอาชญากรรมที่เกิดจากการบังคับ โดย&lt;strong&gt; นายนิกร โสมกลาง&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวปิดงานโดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกท่านในฐานะหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจ เพราะเป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงแค่การขจัดอาชญากรให้หมดไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุ้มครองประชาชน การฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ผ่านการสร้างกรอบกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการต่อต้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยนายนิกรย้ำว่าจะมุ่งเสริมสร้างหลักนิติธรรม ยึดมั่นในความโปร่งใส และดำเนินนโยบายโดยไม่ยอมรับการทุจริตหรือการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่รัฐคนใดก็ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะผ่านการทุจริต การใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม &lt;/strong&gt;อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ได้บรรยายสรุปสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า ในระหว่างการหารือเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้วาระการรับมือกับกลโกงทางไซเบอร์และการบังคับให้ก่ออาชญากรรม แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความหลากหลายมิติของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและการบังคับให้ก่ออาชญากรรม ซึ่งได้พัฒนาเครือข่ายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปัญหาที่ประเทศหนึ่งๆ ไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพัง กลุ่มอาชญากรแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน ผ่านการนำเหยื่อจากการค้ามนุษย์มาใช้เป็นเครื่องมือในการก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่นต่อไป นางสาวพินทุ์สุดาจึงย้ำถึงความจำเป็นและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้กระทำผิดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ &lt;strong&gt;พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร&lt;/strong&gt; รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  บรรยายถึงสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน พร้อมนำเสนอ&lt;strong&gt;ระบบ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;Scam &amp;amp; Human Trafficking information Exchange and Linked Database (SHIELD)&lt;/strong&gt; ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมการหลอกลวงและการค้ามนุษย์แห่งแรกของโลก โดย SHIELD ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างมาตรฐานในการแบ่งปันข้อมูล 4 ด้านหลัก ได้แก่ การสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ การติดตามที่อยู่ IP และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) การวิเคราะห์กิจกรรมและความถี่ในการใช้งาน IP และการแสดงภาพความหนาแน่นของเครือข่ายผ่านการใช้งานรหัสสีสำหรับที่อยู่ IP&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ SHIELD ยังสามารถติดตามธุรกรรมทางการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม เพื่อให้สามารถระงับธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็วและสนับสนุนการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย อีกทั้งยังใช้ข้อมูล GPS และข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อระบุตำแหน่งของเครือข่ายแก๊งหลอกลวง โดยการระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่เชื่อมโยงกับสถานที่เกิดเหตุ ตำแหน่งของผู้เสียหาย และฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพลตฟอร์ม SHIELD จะเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับองค์กรต่าง ๆ อาทิ UNODC, Interpol และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการทลายอุปสรรคด้านความล่าช้าในการสื่อสาร แลและมาตรฐานข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน โดยกลไกเหล่านี้จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านขบวนการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:alternative><dc:abstract>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:45:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:45:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490]]></link><pubDate>2026-07-04T13:26:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791490</guid><description>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในคดีลักลอบขนกัญชาข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยยึดกัญชาคุณภาพสูงได้ 3.37 ตัน ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อผลิตน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (BNN) ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า กำลังติดตามตัวพลเมืองมาเลเซียที่ระบุชื่อว่า CKF หรือที่รู้จักกันในชื่อ L และพลเมืองจีนที่ระบุชื่อว่า ZL หรือที่รู้จักกันในชื่อ J ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัศวิน สิปายุง รองผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามของ BNN กล่าวว่า เราได้ระบุตัวชาวต่างชาติสองคนว่าเป็นผู้ควบคุมหลักของเครือข่ายนี้ ซึ่งดำเนินการจากต่างประเทศ และเราจะเดินหน้าติดตามตัวพวกเขาต่อไปจนกว่าจะสามารถจับกุมและนำตัวกลับมาดำเนินคดีในอินโดนีเซียได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 12 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 1 คนที่ระบุเพียงชื่อย่อว่า A ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงบทบาทของสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติการร่วมกันของ BNN, ศุลกากรและสรรพสามิต, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทหาร หลังจากเจ้าหน้าที่สกัดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศไทยที่ท่าเรือตันจุงปรีอ็อก ในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวมีเอกสารศุลกากรถูกต้องครบถ้วน แต่มีการซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และถุงบรรจุสินค้าที่ทำจากยางลาเท็กซ์ 80 ถุง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการส่งมอบสินค้าแบบควบคุม โดยติดตามการส่งสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และเฝ้าติดตามรถบรรทุกสองคันที่ขนส่งสินค้าไปยังโกดังในเมืองเกรสิก จังหวัดชวาตะวันออก ก่อนเข้าตรวจค้นและยึดกัญชาทั้งหมด พร้อมรถบรรทุก 4 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BNN กล่าวว่ากัญชาดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับการจำหน่ายแบบทั่วไป แต่ดอกกัญชาที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เชื่อว่าจะถูกนำไปสกัดเป็นสาร THC เพื่อผลิตตลับเติมสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ (Vape) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดกำลังหันไปผลิตสินค้าจากกัญชาที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า กัญชาดังกล่าวมีเป้าหมายกระจายไปยังหลายพื้นที่ทั่วอินโดนีเซีย ได้แก่ กรุงจาการ์ตา เกาะบาหลี จังหวัดชวาตะวันออก เมืองเซอมารัง จังหวัดสุมาตราใต้ และเมืองบาลิกปาปัน ปฏิบัติการนี้ยังเปิดโปงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงคนขับรถบรรทุก คนงานขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการคลังสินค้า และผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยึดยาเสพติดที่เกรซิกเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการยึดกัญชา 22 กิโลกรัมในปูร์วาการ์ตา ชวาตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเดียวกัน ทำให้ยอดรวมของกัญชาที่ถูกยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.37 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:alternative><dc:abstract>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T06:26:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T06:26:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240]]></link><pubDate>2026-07-04T09:57:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791240</guid><description>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อุณหภูมิทั่วทวีปยุโรปพุ่งสูงอย่างมาก โดยทางการของทั้งสามประเทศเตือนว่า ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และอาจเพิ่มสูงขึ้นได้เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 มิถุนายน นับเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในยุโรป ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าหยุดชะงัก สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้เกือบจะแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมื่อวันศุกร์ว่า ในช่วงคลื่นความร้อนดังกล่าว ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติ 2,025 ราย โดยพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสระบุในรายงานว่า ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน จำนวนผู้เสียชีวิตที่บ้านเพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในสถานดูแลผู้สูงอายุและสถานพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน พร้อมกับเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่มีอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเบลเยียม กระทรวงสาธารณสุขระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 1,200 ราย ในช่วงระหว่างวันที่ 18-29 มิถุนายน โดยในจำนวนนี้ 530 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไป ขณะที่ประชาชนอายุต่ำกว่า 65 ปี คิดเป็น 180 ราย ของจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขเบลเยียมระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า การมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติในช่วงคลื่นความร้อนมากถึงระดับนี้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศเบลเยียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการเนเธอร์แลนด์ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 480 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:alternative><dc:abstract>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T04:33:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T04:33:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[‘JUST&#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199]]></link><pubDate>2026-07-04T08:54:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791199</guid><description>‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประกาศยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม ขณะที่แขกผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้น ณ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นบทสรุปของเรื่องราวความรักที่ดำเนินมายาวนาน 3 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความ &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; หรือ เพิ่งแต่งงานกัน โดยมีลูกเล่นเป็นอักษร  T&amp;amp;T ที่มาจากชื่อของคู่รักคนดังทั้งคู่ ปรากฏบนจอขนาดยักษ์ด้านนอกสนามกีฬาใจกลางแมนฮัตตัน พร้อมกับอีเมลยืนยันโดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ว่า ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมีได้เข้าพิธีวิวาห์กับดาวดังของทีม แคนซัส ซิตี ชีฟส์ แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ใช้หัวอีเมลว่า &amp;#8220;Taylor Swift &amp;amp; Travis Kelce Are Married!&amp;#8221; โดยมี อดัม แซนด์เลอร์ นักแสดงตลก ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งคู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีแต่งงาน ขณะที่ออสติน สวิฟต์ น้องชายของเทย์เลอร์ รับหน้าที่เป็น &amp;#8220;man of honor&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;เพื่อนเจ้าสาว&amp;#8221; ซึ่งเป็นผู้ชาย ส่วน เจสัน เคลซี อดีตนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังและพี่ชายของทราวิส ทำหน้าที่เป็น best man หรือเพื่อนเจ้าบ่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวสวมชุดที่ออกแบบโดย Christian Dior&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรดาคนดังที่ถูกพบเห็นว่าเดินทางไปยังเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในวันที่อากาศร้อนจัดโดยอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส อาทิ เจนนิเฟอร์ โลเปซ, เอ็ด ชีแรน, อีธาน ฮอว์ก, จิมมี ฟอลลอน และ แอบบี วอมบาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้คนที่มารอชมเหตุการณ์ รวมถึงแฟนคลับของสวิฟต์ที่รู้จักกันในชื่อ Swifties ต่างพยายามมองหาคนดังที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งหลายคนขนานนามว่าเป็น &amp;#8220;งานอภิเษกแห่งราชวงศ์ของอเมริกา&amp;#8221; ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานที่จัดงานตั้งอยู่เหนือศูนย์กลางระบบขนส่งสำคัญแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟนคลับคนหนึ่งสวมกำไลมิตรภาพสีชมพู-ขาวที่มีข้อความว่า &amp;#8220;Team Bride&amp;#8221; หรือทีมเจ้าสาว เจนทรี วอห์น วัย 14 ปี จากรัฐมิชิแกน และ แดเนียล ผู้เป็นแม่ หยุดยืนมองป้าย &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; และกล่าวว่า &amp;#8220;พวกเราติดตามเธอ เพราะเรารักเธอมาก นี่มันเจ๋งมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจน โลว์รี นักเรียนมัธยมวัย 15 ปีจากรัฐเท็กซัส ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวนครนิวยอร์ก ได้ปีนขึ้นไปบนนั่งร้านฝั่งตรงข้ามเมดิสัน สแควร์ การ์เดน เพื่อหวังจะได้เห็นบรรดาคนดังที่เดินทางมาถึง โดยเธอบอกว่า &amp;#8220;ฉันอยากเห็นเทย์เลอร์ สวิฟต์ เพราะฉันชอบเพลงของเธอมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นศิลปินที่มักถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการเลิกราของตัวเองผ่านบทเพลง และโลว์รีกล่าวว่า เธอตั้งตารออัลบั้มใหม่ของนักร้องสาวหลังจากแต่งงานแล้ว &amp;#8220;ฉันคิดว่าเธอน่าจะเขียนเพลงน่ารักๆ เกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของเธอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ไฟประดับบนยอดตึก เอ็มไพร์สเตต ก็ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนในคืนวันศุกร์ เพื่อสื่อถึงธรรมเนียมการแต่งงานที่ว่า เจ้าสาวควรมี &amp;#8220;something blue&amp;#8221; หรือของบางอย่างที่เป็นสีฟ้า ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาให้ ตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดียของแลนด์มาร์กสำคัญของมหานครนิวยอร์กแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานว่า ทั้งคู่วางแผนจัดงานเลี้ยงค็อกเทลสำหรับแขกประมาณ 1,000 คน ในช่วงเริ่มต้นวันหยุดยาว ซึ่งชาวอเมริกันกำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพจากการปกครองของอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งคู่ยังประกาศผ่านประชาสัมพันธ์ส่วนตัวว่า ได้บริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่องค์กรการกุศลหลายแห่ง ทั้งในนครนิวยอร์กและพื้นที่อื่นๆ ในช่วงสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องราวความรักของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นในปี 2023 เมื่อทราวิส เคลซี พยายามเข้าไปพบสวิฟต์หลังเวทีคอนเสิร์ตของเธอแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถดึงดูดความสนใจและชนะใจเธอได้ด้วยการเล่าถึงความผิดหวังครั้งนั้นผ่านพอดแคสต์ ทั้งคู่มีอายุ 36 ปีเท่ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาขึ้น ทั้งสองก็ปรากฏตัวต่อสาธารณะร่วมกัน ทั้งในคอนเสิร์ตของสวิฟต์ เกมแข่งขันของทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ และรายการ Saturday Night Live ก่อนจะประกาศหมั้นกันผ่านอินสตาแกรมในเดือนสิงหาคม 2025 พร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษของคุณกับครูพละของคุณกำลังจะแต่งงานกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความดังกล่าวเป็นการล้อเล่นกับภาพลักษณ์ของทั้งคู่ โดยสวิฟต์ถูกมองว่าเหมือน &amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษ&amp;#8221; จากการเป็นนักแต่งเพลงและศิลปิน ส่วนเคลซีเป็นนักกีฬา จึงเปรียบเหมือน &amp;#8220;ครูพละ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล เจ้าของผลงานเพลงดังอย่าง Love Story และ Shake It Off เธอคว้ารางวัลแกรมมีมาแล้ว 14 รางวัล และสร้างสถิติใหม่จากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเคลซี ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในลีก NFL โดยเขาช่วยให้ทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ คว้าแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ได้ถึง 3 สมัย ร่วมกับควอเตอร์แบ็กชื่อดัง แพทริก มาโฮมส์ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมในพอดแคสต์ด้านกีฬาและวัฒนธรรมป๊อปยอดนิยม New Heights&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลซีพยายามพบสวิฟต์ครั้งแรกหลังจากที่เธอแสดงคอนเสิร์ตที่สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดียม ในเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมชีฟส์ ในการทัวร์ Eras Tour ที่รวบรวมผลงานตลอดกว่า 20 ปีในวงการของเธอ แต่เขาไม่สามารถผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปได้ และเล่าในพอดแคสต์ของตัวเองว่า เขา &amp;#8220;รู้สึกนอยด์นิดหน่อย&amp;#8221; ที่ไม่ได้มีโอกาสพบสวิฟต์และมอบกำไลมิตรภาพที่สลักหมายเลขโทรศัพท์ของเขาไว้ให้เธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เปิดเผยในเวลาต่อมาในรายการ New Heights ว่า เธอรู้สึกประทับใจกับการกระทำดังกล่าว โดยบอกว่ามันทำให้เธอนึกถึงภาพยนตร์ของ จอห์น ฮิวจส์ ในยุคทศวรรษ 1980 ที่พระเอกมายืนอยู่หน้าต่างบ้านนางเอก พร้อมถือเครื่องเล่นเพลงบูมบ็อกซ์ และพูดว่า &amp;#8220;ผมอยากออกเดตกับคุณ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธอกล่าวว่า ตอนนั้นเธอคิดกับตัวเองว่า &amp;#8220;ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้บ้า ซึ่งก็ต้องบอกว่ายังไม่แน่ใจนะ นี่แหละคือเหตุการณ์แบบที่ฉันเฝ้าเขียนเพลงถึงมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ว่าอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองสักครั้ง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;‘JUST&amp;#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T02:03:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T02:03:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829]]></link><pubDate>2026-07-03T17:58:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790829</guid><description>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักบินบนเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวเสียชีวิตในทันทีและทำให้มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บอีก 13 รายนั้น ล่าสุด บีบีซีรายงาน ทางการจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า นักบินผู้ขับเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งมีการเปิดเผยเพียงว่า แซ่หลิว อายุ 66 ปี เป็นผู้อาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่งนั้น มีปัญหาของอาการนอนไม่หลับเรื้อรังและโรควิตกกังวล และก่อเหตุดังกล่าวด้วยเหตุผลส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางแถลงว่า นายหลิวทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งหย่าร้างกับภรรยาแล้วและใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง จากการสอบสวนพบบันทึกส่วนตัวของเขามีข้อความที่แสดงเจตนาจะจบชีวิตของตนเองอยู่หลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผลการสอบสวนอย่างละเอียดสรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นกรณีของการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว&amp;#8221; แถลงการณ์ของทางการเขตเฉาหยางระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางระบุอีกว่า ในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ นายหลิวได้นำเครื่องขึ้นบินจากสนามบินแห่งหนึ่งในเขตผิงกู่ โดยมีการบินทั้งในลักษณะที่มีผู้ร่วมบินประกบไปด้วยและการบินเดี่ยว แต่ในระหว่างการบินเดี่ยว เขาได้บินออกนอกเส้นทางที่กำหนดและขาดการติดต่อกับสนามบินไป ก่อนจะเกิดเหตุพุ่งชนอาคารสูงและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลทางการระบุว่านายหลิวได้รับใบอนุญาตนักบินประเภท Sport Pilot ในปี 2021 และใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์บริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินที่นายหลิวใช้บินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือรุ่น Aurora SA60L ซึ่งเป็นเครื่องบินชนิดเครื่องยนต์เดี่ยวขนาด 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท Sunward Aircraft ของจีน เครื่องบินรุ่นนี้มีความยาวลำตัว 6.9 เมตร และมีช่วงปีกกว้าง 8.6 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการบินเพื่อการท่องเที่ยว การถ่ายภาพทางอากาศและการบินเพื่อสันทนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า คลิปวิดีโอเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนอาคารซีทิค ทาวเวอร์ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่จะถูกลบออกจากระบบอินเทอร์เน็ตของจีน ในขณะที่ทางการจีนกำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวที่ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากมองว่าเป็นความบกพร่องด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอาคารซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกระฟ้ามีความสูง 109 ชั้นและเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “ไชน่า ซุน” ตั้งอยู่ห่างจากจงหนานไห่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร อาคารแห่งนี้ถือเป็นสิ่งนำโชคสำหรับคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน แต่หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินพุ่งชนตึกเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ไม่นาน แม้แต่ภาพถ่ายและภาพล้อเลียนของตึกระฟ้าแห่งนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยตรงก็ถูกลบออกจากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของจีนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:alternative><dc:abstract>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T11:15:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T11:15:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790734]]></link><pubDate>2026-07-03T17:20:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790734</guid><description>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ tvpworld.com รายงานว่า ตำรวจโปแลนด์และเยอรมนีได้ร่วมกันทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ โดยยึดกัญชาได้เกือบ 1.2 ตัน ซึ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;tvpworld.com รายงานว่า ตำรวจโปแลนด์และเยอรมนีได้ร่วมกันทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ โดยยึดกัญชาได้เกือบ 1.2 ตัน ซึ่งมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 12 ล้านยูโร หรือกว่า 456 ล้านบาท ที่ถูกซุกซ่อนไว้ในตู้คอนเทนเนอร์บรรจุอิฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เส้นทางการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนมีจุดเริ่มต้นจากประเทศไทย ผ่านท่าเรือฮัมบูร์กของเยอรมนี และมีปลายทางที่ประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มผู้ค้ายาข้ามชาติได้ปกปิดการขนส่งยาเสพติดจำนวนมหาศาล โดยใช้สินค้าที่ซื้อขายเชิงพาณิชย์ที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับซ่อนกัญชาไว้ภายในตู้คอนเทนเนอร์บรรจุอิฐศิลาแลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยึดกัญชาครั้งนี้เน้นให้เห็นว่าเครือข่ายอาชญากรใช้ประโยชน์จากเส้นทางการขนส่งสินค้าพาณิชย์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากผู้ต้องสงสัย 8 คนที่ถูกจับกุม มี 6 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ระบุว่าการสืบสวนยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงส้างของเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติด รวมถึงผู้รวมขบวนการรายอื่นๆ เมื่อการสืบสวนร่วมกันระหว่างหลายประเทศมีความคืบหน้ามากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเว็บไซต์ polskieradio รายงานว่า สำนักงานพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์ระบุว่า กัญชาที่ตรวจยึดได้ถูกพบอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง 2 ตู้ ซึ่งถูกส่งมาจากประเทศไทย ผ่านท่าเรือฮัมบูร์กของเยอรมนี ก่อนจะถูกส่งต่อมายังโปแลนด์ โดยในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คน มี 6 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 29-57 ปี ถูกศาลสั่งควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 1 คนได้รับการปล่อยตัวหลังการสอบปากคำ ขณะที่อีก 1 คนถูกสั่งให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตำรวจระหว่างรอการดำเนินคดีในขั้นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ชิน เคียร์วินสกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของโปแลนด์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดของสำนักงานพิทักษ์ชายแดนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่สำนักงานพิทักษ์ชายแดนได้ขยายบทบาทในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดโดยองค์กรอาชญากรรมอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคียร์วินสกีเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดชนิดต่างๆ ได้เกือบ 2 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 23.3 ล้านยูโร หรือราว 887 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปราบปรามเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทางทะเลของสำนักงานพิทักษ์ชายแดน ซึ่งประจำอยู่ที่เมืองท่ากดัญสก์ ริมทะเลบอลติก โดยสามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ผู้สืบสวนระบุว่าได้จัดตั้งเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนจากประเทศไทย ผ่านเยอรมนี ก่อนเข้าสู่โปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้คำสั่งสืบสวนแห่งยุโรป (European Investigation Order) โดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเยอรมนีในเมืองฮันโนเวอร์ หน่วยเฉพาะกิจร่วมปราบปรามยาเสพติดในเมืองโอลเดินบวร์ก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี ตลอดจนหน่วยงานของสหภาพยุโรป ได้แก่ Europol และ Eurojust เข้าร่วมปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ตู้คอนเทนเนอร์ตู้แรก ซึ่งถูกตรวจสอบที่เมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี พบกัญชาน้ำหนัก 815 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในอิฐศิลาแลง ที่ถูกดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ซ่อนยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนตู้คอนเทนเนอร์อีกตู้ ซึ่งมีปลายทางเป็นผู้รับรายเดียวกันในโปแลนด์ พบกัญชาเพิ่มเติมอีก 379 กิโลกรัม ทำให้ปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 1,194 กิโลกรัม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจับกุมผู้ต้องสงสัยชุดแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่เมืองชเชชิน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโปแลนด์ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมชาย 4 คน รวมถึงเจ้าของบริษัทซึ่งมีกำหนดจะเป็นผู้รับสินค้าล็อตดังกล่าว ระหว่างกำลังพยายามขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 4 คน ใกล้เมืองพอซนาน ทางตะวันตกของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการได้ตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยทั้งหมดในความผิดฐานนำเข้าและลักลอบขนยาเสพติดปริมาณมากภายในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ผู้ต้องสงสัย 3 คน ยังถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790734?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ</dc:alternative><dc:abstract>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T10:20:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T10:20:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790722]]></link><pubDate>2026-07-03T16:56:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790722</guid><description>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุรถบัสโดยสารคันหนึ่งที่มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 48 คน ได้ประสบเหตุพลัดตกเหวลึก ในจังหวัดบา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุรถบัสโดยสารคันหนึ่งที่มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 48 คน ได้ประสบเหตุพลัดตกเหวลึก ในจังหวัดบาโลชิสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 40 ราย และได้รับบาดเจ็บ 8 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยกู้ภัยของปากีสถาน เปิดเผยว่า รถบัสโดยสารคันดังกล่าว ซึ่งเป็นของบริษัทเอกชนวิ่งให้บริการระหว่างเมืองนั้น ขณะเกิดเหตุกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงอิสลามาบัด หลังเดินทางออกจากเมืองเควตตา เมืองเอกของจังหวัดบาโลชิสถาน ซึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้จะมีการสอบสวนต่อไป สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 คนที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา ได้รับการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลในเมือง Zhob ซึ่งอยู่ห่างจากขุดเกิดเหตุไปประมาณ 75 กม. เช่นเดียวกับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 40 รายได้ถูกส่งไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790722?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8</dc:alternative><dc:abstract>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T09:56:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T09:56:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790622]]></link><pubDate>2026-07-03T16:23:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790622</guid><description>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายภาณุพงศ์ หมื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายภาณุพงศ์ หมื่นแทน นายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะเก และนายชวลิต ไชยวงศ์ ลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมังกรได้วางพวงหรีดแสดงความอาลัยร่วมกับผู้บริหารบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะนำส่งร่างกลับไปยังภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตเพื่อครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกรมการกงสุล ได้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำร่างลูกเรือไทย 3 คนกลับจากอิหร่านสู่ประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทางการโอมานและทางการอิหร่านที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5790641&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790622?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา</dc:alternative><dc:abstract>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T09:24:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T09:24:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790511]]></link><pubDate>2026-07-03T15:56:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790511</guid><description>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเตรียมจัดพิธีศพครั้งใหญ่ที่จะม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเตรียมจัดพิธีศพครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นเป็นเวลาหลายวัน เริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ให้กับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนก่อน ซึ่งถูกสังหารเสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่จะถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิหร่านยุคใหม่และเป็นโอกาสที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าชาวอิหร่านยังคงจงรักภักดีต่อสาธารณรัฐอิสลามและความศรัทธาต่อการปฏิวัติยังคงลุกโชนอย่างแรงกล้าในอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของคาเมนเอีจะเริ่มต้นขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ที่กรุงเตหะราน ก่อนที่ต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเคลื่อนขบวนศพคาเมเนอีไปประกอบพิธียังเมืองกุม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์และเมืองมัชฮัดของอิหร่าน และยังจะมีการประกอบพิธีในประเทศอิรักด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อยาตอลเลาะห์ โมฮัมหมัด ไซดี ผู้นำการละหมาดในเมืองกุม กล่าวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่า การเข้าร่วมของประชาชนจำนวนมากในขบวนแห่ศพของผู้นำผู้พลีชีพและผู้พลีชีพคนอื่นๆ จะถือเป็นการลงประชามติอีกครั้งหนึ่งสำหรับสาธารณรัฐอิสลาม หากพวกเขาเห็นว่านี่คือการลงประชามติ ทางการก็จะไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามยถากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้ปกครองอิหร่านหวังว่าผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามนับหลายล้านคนจะพากันออกมารวมตัวกันในเมืองต่างๆ ของอิหร่านเพื่อร่วมแสดงความเคารพและไว้อาลัยต่อคาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย โดยได้มีการจัดเตรียมทั้งยานพาหนะ ที่พัก และอาหารไว้รองรับ เพื่อประกาศความแข็งแกร่งของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลังจากสามารถรอดพ้นจากสงครามที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศในกรุงเตหะราน ได้มีการปิดป้ายโปสเตอร์แสดงความสนับสนุน คาเมเนอี และ โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของเขาที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่และผู้แทนจากต่างประเทศเริ่มทยอยเดินทางถึงอิหร่านเพื่อร่วมงานพิธีศพคาเมเนอี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันเสาร์นี้ร่างของคาเมเนอีจะถูกเคลื่อนไปยังมัสยิดในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นจุดแรกของการแห่ขบวนศพของคาเมเนอี โดยจะมีศพลูกสาว ลูกเขยและหลานสาวของคาเมเนอี ตลอดจนศพของภรรยาและลูกชายของโมจตาบาซึ่งถูกสังหารในเหตุโจมตีเดียวกันเคลื่อนไปพร้อมกันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่าโรงแรมต่างๆ เสนอส่วนลด 50% โรงเรียน มัสยิดและสนามกีฬาถูกเตรียมไว้เพื่อรองรับผู้มาร่วมไว้อาลัย ขณะที่เครือข่ายรถโดยสารและรถไฟถูกปรับเส้นทางเพื่อรองรับผู้มาร่วมงาน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยหลังเสร็จสิ้นการแห่ขบวนศพในกรุงเตหะรานในวันจันทร์ ร่างของคาเมเนอีจะถูกเคลื่อนไปยังเมืองกุม ศูนย์กลางของนิกายชีอะห์ในอิหร่านเพื่อประกอบพิธีในวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นในวันพุธจะมีการจัดพิธีขึ้นในเมืองสำคัญทางศาสนาของอิรัก คือเมืองนาจาฟและเมืองคาร์บาลา โดยมีบุคคลสำคัญจากเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคเข้าร่วมด้วย ส่วนพิธีฝังศพคาเมเนอีจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองมัชฮัด ใกล้กับสุสานของอิหม่ามเรซา ซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวอิหร่านให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูงภายหลังจากที่มีการจัดขบวนแห่ศพอีกครั้งหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790511?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T08:56:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T08:56:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T082129Z_397084714_RC236MAHH41M_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T082129Z_397084714_RC236MAHH41M_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790489]]></link><pubDate>2026-07-03T15:28:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790489</guid><description>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก คอลัมน์ Page Six ของหนังสือพิมพ์ New York Post เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า เทย์เลอร์ ส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คอลัมน์ Page Six ของหนังสือพิมพ์ New York Post เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องซูเปอร์สตาร์ดัง และทราวิส เคลซี แฟนหนุ่มนักอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลได้แต่งงานกันแล้ว ท่ามกลางการเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะมีขึ้นที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อดังกล่าวระบุว่า ทั้งคู่ซึ่งมีอายุ 36 ปีเท่ากัน ได้แลกเปลี่ยนคำปฏิญาณสมรสต่อหน้าคนใกล้ชิดเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าพิธีแต่งงานจัดขึ้นเมื่อใดหรือที่ไหน เพียงแต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของสวิฟต์เพิ่งใช้เวลาช่วงหนึ่งอยู่ที่เมืองแนชวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักร้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ยังไม่ได้ตอบคำร้องขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันมีรายงานว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคม คนงานกำลังเร่งจัดเตรียมสถานที่ภายในเมดิสัน สแควร์ การ์เดน เพื่อรองรับงานเฉลิมฉลองหรูหราที่คาดว่าจะจัดขึ้นสำหรับคู่รักซูเปอร์สตาร์ ทั้งคู่ยังแสดงการให้การสนับสนุนต่อนครนิวยอร์ก โดยทีมประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์เปิดเผยว่า เคลซีและสวิฟต์ได้ร่วมกันบริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับองค์กรการกุศลหลายแห่งในนครนิวยอร์กและพื้นที่อื่นๆ ในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสวิฟต์และเคลซียังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับแผนการของพวกเขา แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่า ทั้งคู่ได้จัดงานสำหรับแขกราว 100 คนที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในวันพฤหัสบดี และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองที่ใหญ่กว่าซึ่งมีแขกราว 1,000 คนในวันศุกร์ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจได้ตั้งเครื่องกั้นรอบสถานที่จัดงาน พร้อมปิดถนนหลายสายและปิดทางเดินเท้าโดยรอบ ขณะเดียวกัน มีรถยนต์อเนกประสงค์หลายคันที่ติดกระจกทึบเพื่อปกปิดผู้โดยสาร ขับเข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการพบเห็นบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนเดินทางมายังสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียง อาทิ แบรดลีย์ คูเปอร์ นักแสดงดัง เอริน แอนดรูว์ส ผู้บรรยายกีฬา และ แจ็ก แอนโทนอฟฟ์ โปรดิวเซอร์เพลง ซึ่งต่างแต่งกายด้วยชุดราตรีหรือชุดทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีป้ายประกาศที่ติดไว้บริเวณทางเข้าสถานที่ระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วม &amp;#8220;งานอีเวนต์&amp;#8221; ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม อาจถูกบันทึกภาพถ่าย และการเข้าสถานที่ถือเป็นการยินยอมที่จะรักษาความลับอย่างเคร่งครัด รวมถึงห้ามเปิดเผยหรือพูดถึงเจ้าภาพหรือผู้เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิทินการใช้สถานที่ของเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ยังแสดงว่าไม่มีการจัดกิจกรรมใด ๆ จนถึงวันอังคาร ซึ่งถือเป็นช่วงว่างติดต่อกันถึง 6 วัน ทั้งที่โดยปกติในช่วงฤดูร้อน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ โดยแทบไม่มีคืนใดว่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790489?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก</dc:alternative><dc:abstract>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T08:35:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T08:35:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790218]]></link><pubDate>2026-07-03T14:06:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790218</guid><description>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน เดอะ นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลมี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลมีแผนลอบสังหารหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านในระหว่างที่การเจรจาสันติภาพกำลังดำเนินอยู่ โดยถึงขั้นส่งคำเตือนไปยังอิหร่านผ่านประเทศที่ 3 เกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์ระบุว่าความกังวลว่าอิสราเอลอาจขัดขวางการเจรจาสันติภาพที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนั้นมีมากขึ้นในเดือนเมษายน เมื่อสหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลกำลังจับตามองนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ และ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ซึ่งทั้งสองเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ซึ่งต่อมาได้อนุมัติข้อตกลงสันติภาพฉบับปัจจุบันกับสหรัฐ แต่หากพวกเขาถูกสังหารก็มีความเป็นไปได้สูงว่าความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อออกไป ดังเช่นการลอบสังหารบุคคลระดับสูงของอิหร่านโดยอิสราเอลในอดีตได้เคยส่งผลมาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีว่า อารักชีและกาลิบาฟ เคยมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเป้าหมายสังหารในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านที่อิสราเอลต้องการกำจัดทิ้ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบุคคลระดับสูงของอิหร่านทั้งสองได้ถูกถอดชื่อออกจากบัญชีเป้าหมายดังกล่าวหลังจากที่สหรัฐเข้ามาแทรกแซงในช่วงเวลาที่การเจรจาเริ่มมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้คณะเจรจาของสหรัฐและอิหร่านเคยยุติการเจรจากันหลังจากอิสราเอลได้โจมตีสังหารนายอาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านที่เคยเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทม์อ้างแหล่งข่าวกล่าวว่า แม้จะมีคำสั่งชัดเจนให้ละเว้นชีวิตของอารักชีและกาลิบาฟไว้ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงกังวลว่าอิสราเอลอาจจะพยายามลอบสังหารบุคคลทั้งสองนี้ จนทำให้สหรัฐต้องขอให้ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางช่วยเตือนอิหร่านถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีสังหารขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความกังวลดังกล่าวดูเหมือนจะยิ่งทวีความชัดเจนและเป็นจริงได้มากขึ้นในระหว่างที่นายกาลิบาฟเดินทางไปเยือนปากีสถาน เพื่อพบปะเจรจากับนายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน โดยนิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างว่า ขณะที่อิหร่านพยายามขอหลักประกันความปลอดภัยจากสหรัฐสำหรับคณะเจรจาของอิหร่านในระหว่างการเดินทางดังกล่าว แต่กลับมีภัยคุกคามจากอิสราเอลเกิดขึ้นในระหว่างเที่ยวบินขากลับของนายกาลิบาฟจากกรุงอิสลามาบัดเพื่อกลับประเทศอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ 2 ราย เปิดเผยว่า ในระหว่างเที่ยวบินเดินทางกลับของนายกาลิบาฟ กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับแผนการของอิสราเอลที่จะโจมตีเครื่องบินหลังตรวจพบเครื่อบินรบอิสราเอล 2 ลำ รุกล้ำน่านฟ้าอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของ มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของนายกาลิบาฟซึ่งระบุว่าเครื่องบินลำดังกล่าวจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นสนามบินของอิหร่านที่อยู่ใกล้กับปากีสถานมากที่สุด และทำให้คณะเจรจาของอิหร่านจำเป็นต้องเดินทางทางบกเป็นเวลา 8 ชั่วโมงแทนเพื่อไปยังกรุงเตหะราน เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790218?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T07:06:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T07:06:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789905]]></link><pubDate>2026-07-03T11:51:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789905</guid><description>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลข ศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามเปิดเผยรายงานทางเศรษฐก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลข ศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามเปิดเผยรายงานทางเศรษฐกิจระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนามเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ในขณะที่การขาดดุลการค้าก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของเวียดนามช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน เติบโตที่ 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ที่เติบโต 7.49%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า 10% ภายในปีนี้ โดยมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แผนการอันทะเยอทะยานดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงที่จะสะดุดลงได้จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สถานการณ์โลกยังคงเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ซับซ้อน ไม่แน่นอน และคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น ภาวะตลาดการเงินมีความตึงตัวมากขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากธนาคารกลางเวียดนามระบุว่า ความเสี่ยงเกี่ยวกับปัจจัยระดับโลกกำลังสร้างแรงกดดันให้กับการดำเนินนโยบายของเวียดนามและก่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลรัฐบาลระบุว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีของเวียดนามในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 4.69% เมื่อเทียบกับ 5.6% ในเดือนพฤษภาคม โดยรัฐบาลตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อในปี 2026 ไว้ที่ 4.5% ขณะที่การส่งออกของเวียดนามในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 28.1% มีมูลค่า 50,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นที่ 45.2% มีมูลค่า 53,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เวียดนามขาดดุลการค้าอยู่ประมาณ 2,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ยอดขาดดุลการค้าของเวียดนามในครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ 16,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับการเกินดุลการค้าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 7,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการนำเข้าเชื้อเพลิง โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในครึ่งปีแรกของเวียดนามลดลง 14.2% แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17.7% ส่วนการนำเข้าเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 9.6% แต่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 73.5% โดยการขาดดุลการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะนำไว้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามยังเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายนปรับตัวสูงขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 14.8% ส่วนยอดการลงทุนจากต่างประเทศในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังเวียดนามกล่าวว่า เวียดนามจะยังคงยึดมั่นตามเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 10% ในปีนี้ แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดดุลการค้ที่เพิ่มขึ้นและความท้าทายด้านอื่นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789905?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง</dc:alternative><dc:abstract>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T07:25:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T07:25:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789834]]></link><pubDate>2026-07-03T10:16:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789834</guid><description>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน  รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประณามและปฏิเสธความพยายามใดๆ ของศาลอาญาระหว่างประเทศในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ หลั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน &lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประณามและปฏิเสธความพยายามใดๆ ของศาลอาญาระหว่างประเทศในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ 3 คน ได้ทำการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ได้ประณาม ICC อีกครั้ง โดยย้ำว่าความพยายามใดๆ ในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ จะถือเป็นการ “ล่วงละเมิดโดยตรง” ต่ออธิปไตยของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งมีการทำเป็นจดหมายถึงโทโมโกะ อากาเนะ ประธาน ICC แม้เนื้อหาของจดหมายจะไม่ได้มีการประกาศนโยบายใหม่ใดๆ แต่ถือเป็นการยกระดับการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่อ ICC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทอดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐ ระบุในจดหมายที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม แต่ลงวันที่ 29 มิถุนายน โดยระบุว่า ICC มีพฤติกรรมที่ไร้หลักนิติธรรมและขาดความชอบธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจดหมายที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี แบลนช์กล่าวหา ICC ว่ากำลังดำเนินการสอบสวนที่ดูเหมือนจะขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันทางการเมืองและผลประโยชน์ของสถาบัน มากกว่าจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมาย พร้อมกับย้ำจุดยืนของสหรัฐว่า ICC ไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีกับพลเมืองอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ICC ไม่มีอำนาจศาลเหนือบุคคลสัญชาติสหรัฐ ไม่ว่าที่ใดในโลก และความพยายามใดๆ ในการอ้างอำนาจดังกล่าวนั้นไร้ความชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการดูหมิ่นอธิปไตยของสหรัฐโดยตรง” แบลนช์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดแบลนช์จึงเลือกส่งจดหมายฉบับนี้ในสัปดาห์นี้ ด้านเจ้าหน้าที่ ICC ไม่ได้ออกมาตอบโต้จดหมายฉบับนี้อย่างเป็นทางการ แต่ศาลได้ยืนยันมาตลอดว่าจะเดินหน้ามำการสอบสวนต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายฉบับนี้ถูกเผยแพร่หลังจากผู้พิพากษา ICC 3 คนยื่นฟ้องรัฐบาลทรีมป์ต่อศาลรัฐบาลกลางในเขตแมนฮัตตันเพื่อคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาล โดยโต้แย้งว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อผู้พิพากษา เป็นความพยายามที่จะใช้แรงกดดันนอกกระบวนการยุติธรรมต่อศาล โดยมีเจตนาลงโทษและบีบบังคับผู้พิพากษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789834?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T03:16:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T03:16:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789784]]></link><pubDate>2026-07-03T08:45:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789784</guid><description>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญลำหนึ่งยุติลงแล้ว และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพขอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญลำหนึ่งยุติลงแล้ว และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผู้สัมผัสใกล้ชิดรายสุดท้ายของผู้ติดเชื้อได้กักตัวครบกำหนดและผลตรวจหาเชื้อไวรัสเป็นลบ โดยการระบาดครั้งนี้ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 13 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากการระบาดในครั้งนี้อยู่ที่ 23%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การระบาดของไวรัสฮันตาครั้งนี้เชื่อมโยงกับเรือสำราญ M/V Hondius ซึ่งจดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่ WHO ได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เกี่ยวกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงบนเรือ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาทั้งหมด เป็นผู้ที่เดินทางบนเรือลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ป่วย 10 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล WHO กล่าวว่า 8 คนหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่อีก 2 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้และในฝรั่งเศส โดยการระบาดครั้งนี้มีผู้ป่วยชาย 9 คน และผู้ป่วยหญิง 4 คน อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยอยู่ที่ 65 ปี และผู้ป่วยที่เสียชีวิต 3 ราย มีอายุ 69, 70 และ 79 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WHO กล่าวว่า ผู้สัมผัสที่ระบุตัวได้ทั้งหมดได้เสร็จสิ้นระยะเวลาติดตามผล 42 วันแล้ว โดยไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการแพร่เชื้อได้หยุดลงแล้ว และไม่คาดว่าจะมีการแพร่เชื้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ระบุและติดตามผู้สัมผัสใน 33 ประเทศและดินแดนโพ้นทะเล รวมถึงผู้โดยสารและลูกเรือ ผู้สัมผัสที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยในเกาะทริสตันดาคุนญา ผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ 2 เที่ยวบิน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 317 คนได้เสร็จสิ้นการกักกันและติดตามผล ในขณะที่ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 336 คนได้ทำการติดตามอาการด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการระบุแหล่งที่มาของการระบาดที่แน่ชัด แต่ WHO กล่าวว่าข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นบนบกก่อนขึ้นเรือ ตามด้วยการแพร่กระจายจากคนสู่คนในวงจำกัดบนเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789784?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T01:45:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T01:45:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789759]]></link><pubDate>2026-07-03T08:23:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789759</guid><description>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตชายชาวเวเนซุเอลาวัย 44 ปีที่ติดอยู่ใต้ซากห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา ในรัฐลา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตชายชาวเวเนซุเอลาวัย 44 ปีที่ติดอยู่ใต้ซากห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา ในรัฐลาไกวราของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาได้สำเร็จ หลังจากที่เขาติดอยู่ใต้ซากอาคารดังกล่าวมานานถึง 8 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการช่วยเหลือ เอร์นาน อัลเบร์โต กิล ซึ่งเป้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารห้างสรรพสินค้า กาเลเรียส ปลายา กรันเด สูง 9 ชั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน โดยประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล ของเอลซัลวาดอร์ ได้โพสต์ความคืบหน้าของภารกิจผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทีมกู้ภัยของชิลี สหรัฐอเมริกา โปรตุเกส เม็กซิโก คอสตาริกา และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บูเกเลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถส่งน้ำและสารน้ำให้กิลผ่านท่อเพื่อประคับประคองชีวิต แต่เนื่องจากซากอาคารยังคงไม่มั่นคง จึงจำเป็นต้องขุดอุโมงค์แยกกัน 2 เส้นทาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงตัวเขาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช้าวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม กิลถูกนำตัวออกมาจากใต้ซากปรักหักพังบนเปลสนาม ก่อนถูกลำเลียงขึ้นรถพยาบาล ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้สื่อข่าวที่อยู่ในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กุสบีมาร์ กอนซาเลซ ภรรยาของกิล กล่าวขอบคุณพระเจ้าที่ทรงทำให้สามีของเธอมีชีวิตรอดมาได้เป็นเวลาหลายวัน และบอกด้วยว่า &amp;#8220;เขาอดทนต่อทุกสิ่งราวกับนักรบ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามตัวเลขล่าสุดของรัฐบาลเวเนซุเอลา แผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด เกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 1 นาทีเมื่อเกือบ 8 วันก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2,295 ราย ขณะที่จำนวนผู้สูญหายที่อยู่ในบัญชีรายชื่อออนไลน์ซึ่งแม้ไม่ใช่ข้อมูลทางการ แต่มีการใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลาย ลดลงเหลือประมาณ 38,600 คนในเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากเคยพุ่งขึ้นเกือบ 60,000 คนในช่วงไม่กี่วันแรกหลังเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้แทนขององค์การสหประชาชาติระบุในสัปดาห์นี้ว่า กำลังจัดหาถุงบรรจุศพจำนวน 10,000 ใบให้แก่เวเนซุเอลา ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 10,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทเวอริสก์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการประเมินความเสี่ยงและความเสียหายจากภัยพิบัติ คาดการณ์ว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาระบุว่า จนถึงวันพฤหัสบดี ประเทศได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากนานาชาติรวมแล้ว 2,000 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความเสียหายอย่างหนัก เรื่องราวของผู้รอดชีวิตยังคงเป็นประกายแห่งความหวังสำหรับครอบครัวที่ยังคงค้นหาคนที่รัก ทีมกู้ภัยจากเม็กซิโกสามารถช่วยสุนัขชื่อ &amp;#8220;ซาริตา” ออกมาจากซากอาคารที่พังถล่มในลาไกวราได้อย่างปลอดภัย หลังเจ้าของแจ้งว่าได้ยินเสียงดังมาจากใต้กองซากปรักหักพัง เจ้าหน้าที่ค้นหาพบสุนัขตัวดังกล่าวด้วยความช่วยเหลือของทีมค้นหาและกู้ภัยทางทหาร รวมทั้งสุนัขกู้ภัยชื่อ &amp;#8220;ไค&amp;#8221; ก่อนจะนำมันกลับไปพบกับเจ้าของ ซึ่งบอกว่า การช่วยชีวิตสุนัขของครอบครัวในครั้งนี้ ทำให้เขามีความหวังว่าลูกสาวที่ยังสูญหายอาจยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า แผ่นดินไหวได้ทำให้วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงอยู่แล้วทวีความรุนแรงขึ้น และสร้างความตึงเครียดให้กับระบบสาธารณสุขที่กำลังดิ้นรนเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยเอียน คลาร์ก ผู้จัดการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามอาคารที่พังถล่มบางแห่ง ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ซึ่งผิดหวังกับการรับมือภัยพิบัติของภาครัฐอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาบางส่วนได้ระบายความไม่พอใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการเผยแพร่วิดีโอที่อ้างว่า แสดงให้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่กำลังค้นซากอาคาร ก่อนที่จะนำเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และเงินสดไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของวิดีโอดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลาเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 นาย ถูกควบคุมตัวและปลดออกจากตำแหน่งแล้ว ฐาน &amp;#8220;ยักยอกทรัพย์สินที่พบจากซากปรักหักพัง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789759?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ</dc:alternative><dc:abstract>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T01:25:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T01:25:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/the-golden-road/news_5789547]]></link><pubDate>2026-07-02T20:24:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789547</guid><description>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย’&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน ท่ามกลางนักการเมืองเข้าร่วมคับคั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาล ครม.อนุทิน 1, นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และอดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม., นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง, นายสยาม บางกุลธรรม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายภูบดินทร์ ปกป้อง เลขานุการส่วนตัวของนายภูมิธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789561 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg&quot; alt=&quot;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;666&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตอนหนึ่ง นายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอแสดงความยินดีในโอกาสนี้ และเป็นความยินดีที่ประเทศของเราทั้งสองได้มีความสัมพันธ์อันดีทางการทูตยาวนานถึง 51 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ความจริงแล้ว ความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง ไม่ได้มีเพียงแค่ 51 ปี เพราะเป็นเพียงระยะเวลาทางการทูตเท่านั้น แต่หากนับตามประวัติศาสตร์แล้ว เรามีความสัมพันธ์กันมากว่าหลายร้อยปี หากนับสั้นๆ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน ก็เกือบ 700 ปีแล้ว“&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789569 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg&quot; alt=&quot;พีระพันธุ์&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;666&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;700 ปีที่ผ่านมา เรามีความแนบแน่น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคงทางการทูต ประชาชนไทยจำนวนมาก ก็มีบรรพบุรุษที่มาจากประเทศจีน รวมถึงครอบครัวของผมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่เป็นการหล่อหลอมทางจิตวิญญาณและสายเลือด ดั่งคำกล่าวหาที่ว่า ’จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน‘ และนี่คือความสัมพันธ์พิเศษระหว่างไทยและจีน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับความยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่พรรคการเมืองที่มีอายุกว่า 100 ปี แต่เป็นเพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนพิสูจน์ให้เห็นว่า รูปแบบการปกครองและบริหารประเทศ ที่จะนำไปสู่ความมั่นคงและสำเร็จที่แท้จริงนั้น ต้องเป็นการปกครองที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับจิตใจและวัฒนธรรมของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นอกจากความร่วมมือร่วมใจ และความมุ่งมั่นที่แท้จริงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้ว สิ่งที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จ คือมีความเป็นนักสู้ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ทำให้จีนก้าวหน้า อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มุ่งมั่น ชัดเจน กล้าหาญ ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ทำให้ประเทศก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;#8221; นายพีระพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า การครบรอบปีที่ 105 ความสำเร็จ ของประเทศจีน ในฐานะที่เป็นคนเอเชียด้วยกัน คือการแสดงให้เห็นว่า เราทำได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขอบคุณจีน ที่เป็นมิตรแท้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปี และขอแสดงความยินดีในโอกาสนี้ ผมเชื่อมั่นว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประเทศไทย จะมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป&amp;#8221; นายพีระพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ในนิมิตหมายมงคล ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ณ โอกาสประวัติศาสตร์นี้ ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สร้างคุณูปการอย่างเป็นที่ประจักษ์ ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น นำมาสู่ความก้าวหน้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ ทั้งยังสร้างเสริมความร่วมมือ ในประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789570 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg&quot; alt=&quot;อนุดิษฐ์&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;667&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-728x486.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่เราตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย ตั้งบนพื้นฐาน ความเคารพไว้วางใจซึ่งกันและกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยสายใยทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิดของพี่น้องทั้งสองประเทศ&amp;#8221; นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ กล่าว และว่า พรรคกล้าธรรม มีความมุ่งมั่นอย่างใกล้ชิด ที่จะได้ร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ อันจะนำมาสู่ความสงบสุขของทั้งสองประเทศและภูมิภาคต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ในนามของพรรคกล้าธรรม ของอำนวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สันติภาพและการพัฒนาของโลกที่ยังยืนสืบไป&amp;#8221; นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/the-golden-road/news_5789547?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ ‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่</dc:alternative><dc:abstract>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ ‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T14:51:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T14:51:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789250]]></link><pubDate>2026-07-02T18:04:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789250</guid><description>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม รอยเตอร์รายงานว่า อัยการสูงสุดของเยอรมนีได้ยื่นฟ้องพลเมืองชาวยูเครนรายหนึ่งในข้อหาเกี่ยวกับเหตุระเบิดเมื่อปี 2022 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า อัยการสูงสุดของเยอรมนีได้ยื่นฟ้องพลเมืองชาวยูเครนรายหนึ่งในข้อหาเกี่ยวกับเหตุระเบิดเมื่อปี 2022 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับท่อส่งก๊าซ Nord Stream ใต้ทะเลบอลติก  การยื่นฟ้องครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ เพราะทำให้คดีวินาศกรรมที่อ่อนไหวทางการเมืองมากที่สุดคดีหนึ่งของยุโรป จะเข้าใกล้การพิจารณาคดีในศาลมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานกฎหมายเมเนเกอร์ ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นตัวแทนของชายชาวยูเครนคนดังกล่าว เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ลูกความของตนได้รับคำฟ้องเมื่อวันพุธ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลสิทธิส่วนบุคคลของเยอรมนี มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาได้เพียง “เซอร์ฮี เค”เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อท้องถิ่นของเยอรมนี ระบุว่า อัยการตั้งข้อหาเขาในความผิดฐานโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพลเรือน โดยการก่อเหตุระเบิดและทำลายสิ่งปลูกสร้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเอกสารหมายจับ ระบุว่า เซอร์ฮี เค มีส่วนช่วยประสานงานทีมเรือยอชต์ใบชื่อแอนโดรเมดา เพื่อติดตั้งวัตถุระเบิดบนท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และนอร์ดสตรีม 2 ใกล้กับเกาะบอร์นโฮล์มของเดนมาร์กเมื่อปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการและศาลเชื่อว่า ลูกเรือของแอนโดรเมดา ประกอบไปด้วยผู้ประสานงาน กับตันเรือ นักดำน้ำทะเลลึก 4 คน และผู้เชี่ยวชายด้านวัตถุระเบิด โดยอัยการสงสัยว่า เซอร์ฮี เค ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและหัวหน้าทีมบนเรือ ไม่ใช่นักดำน้ำหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุระเบิดครั้งนี้ ซึ่งทั้งรัสเซียและชาติตะวันตกต่างมองว่าเป็นการก่อเหตุวินาศกรรม เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากรัสเซียบุกโจมตียูเครนเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ท่อส่งก๊าซหลักของรัสเซียไปยังยุโรปต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลเยอรมนีชี้ว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลของตน เนื่องจากท่อส่งก๊าซที่ได้รับความเสียหายมีปลายทางอยู่ที่ลุบมิน ในรัฐเมคเลินบวร์ค-ฟอร์พ็อมเมิร์น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและความปลอดภัยภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เอกสารของศาลระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพลเมืองชาวยูเครนและเป็นนายทหารในหน่วยรบพิเศษของยูเครนในช่วงเกิดเหตุ โดยเขาถูกจับกุมในอิตาลีเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน ก่อนถูกส่งตัวมายังเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนเพื่อดำเนินคดีตามหมายจับของทางการเยอรมนี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789250?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T11:04:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T11:04:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788725]]></link><pubDate>2026-07-02T15:31:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788725</guid><description>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียได้ปฏิบัติการโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงอีก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียได้ปฏิบัติการโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงอีกครั้งในข้ามคืนถึงวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งกองทัพอากาศยูเครนอ้างว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 74 ลูก และโดรน 496 ลำ โจมตีทั่วประเทศยูเครน โดยกรุงเคียฟ เมืองหลวงถูกถล่มหนักที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 86 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนภัยประชาชนถึงการโจมตีระลอกใหม่ หลังจากรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวและขีปนาวุธร่อน รวมถึงโดรนโจมตีสร้างความเสียหายให้กับอาคารหลายหลังและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนหลายแห่งทั่วกรุงเคียฟ และเป็นผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพลงไปหลบภัยอยู่ตามสถานีรถไฟใต้ดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศของยูเครนอ้างว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรน 496 ลำ โจมตียูเครนในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา แต่หน่วยป้องกันทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดหรือทำลายขีปนาวุธของรัสเซียไว้ได้จำนวน 48 ลูก และโดรน 476 ลำ ทว่าขีปนาวุธทิ้งตัว 25 ลูกและโดรน 12 ลำ โจมตีโดนสถานที่ 33 แห่งในยูเครน โดยมีกรุงเคียฟตกเป็นเป้าหมายหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการเปิดเผยของนายวิตาลี คลิตชโก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า การโจมตีในกรุงเคียฟส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 86 ราย และยังสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายมากกว่า 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอิกอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของยูเครน กล่าวว่า มีอาคารที่อยู่อาศัยในกรุงเคียฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก 20 แห่ง ขณะที่หน่วยบริการฉุกเฉินกล่าวว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่เกือบ 500 คนและยานพาหนะเฉพาะทางอีก 100 คัน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์หลังการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ยังร้องขอความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรยูเครน ให้ช่วยเสริมการป้องกันทางอากาศของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรอย่าชะลอการตัดสินใจในการจัดหาระบบป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธให้กับยูเครน เขายังเรียกการโจมตีครั้งล่าสุดว่า เป็น“ค่ำคืนแห่งความสยดสยอง” ในกรุงเคียฟ และว่า จำนวนผู้เสียชีวิตหลังจากการโจมตีอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากทีมกู้ภัยยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่ประสบเหตุอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัสเซียได้เพิ่มการโจมตีกรุงเคียฟมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลของยูเครนได้ถล่มฐานทัพและแหล่งพลังงานของรัสเซียและทำให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงและขัดขวางเส้นทางการขนส่งภายในรัสเซียก็ตาม โดยรัสเซียอ้างว่าการโจมตีของฝ่ายตนมีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีเป้าหมายที่เป็นแหล่งพลังงานในรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788725?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย</dc:alternative><dc:abstract>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T08:40:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T08:40:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T042737Z_1250225444_RC2F5MAHLCBA_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T042737Z_1250225444_RC2F5MAHLCBA_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T054935Z_1410390833_RC2E5MAVDEFG_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T054935Z_1410390833_RC2E5MAVDEFG_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788381]]></link><pubDate>2026-07-02T13:39:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788381</guid><description>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายขีปนาวุธเฮลไฟร์ให้แ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายขีปนาวุธเฮลไฟร์ให้แก่ประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติมอีก 24 ลูก พร้อมด้วยบริการด้านโลจิสติกส์และการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า โดยรวมแล้วสิงคโปร์ได้สั่งซื้อขีปนาวุธ AGM-114R Hellfire จำนวน 67 ลูก รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ บริการซ่อมบำรุง อุปกรณ์สนับสนุน การฝึกอบรม ตลอดจนการสนับสนุนด้านวิศวกรรมและโลจิสติกส์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 742 ล้านบาท โดยมีบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน เป็นผู้รับสัญญาหลักสำหรับคำสั่งซื้ออาวุธดังกล่าวนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับขีปนาวุธเฮลไฟร์ เป็นขีปนาวุธความเร็วต่ำกว่าเสียงที่ยิงจากอากาศสู่พื้นดิน มีความสามารถในการต่อต้านรถถัง โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุด้วยว่า การเสนอขายอาวุธครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงดุลยภาพพื้นฐานทางทหารในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ โพสต์บนเว็บไซต์ทางการในวันพุธ(1 ก.ค.)ว่า ขีปนาวุธดังกล่าวที่มีสั่งซื้อจะถูกนำติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Apache ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนภารกิจการฝึกซ้อมตามปกติและความต้องการด้านปฏิบัติการต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788381?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T06:39:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T06:39:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788131]]></link><pubDate>2026-07-02T13:27:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788131</guid><description>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น แพทย์ในเวเนซุเอลาออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าผลกระทบหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา อาจนำไปสู่วิกฤตด้านสาธารณสุขที่ลุกลาม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แพทย์ในเวเนซุเอลาออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าผลกระทบหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา อาจนำไปสู่วิกฤตด้านสาธารณสุขที่ลุกลามยิ่งขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีทั้งผู้บาดเจ็บที่ยังไม่ได้รับการรักษา การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ท่ามกลางระบบสาธารณสุขที่อยู่ในภาวะวิกฤตตั้งแต่ก่อนหน้าเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาหลายพันคนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นต้องพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่แออัดหรือกลางแจ้ง โดยไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ท่ามกลางสภาพสุขอนามัยที่ย่ำแย่ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,295 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 11,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมระบุว่า ผลกระทบหลังแผ่นดินไหวได้กลายเป็นวิกฤตทางการแพทย์ครั้งใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้รับการควบคุมอย่างรวดเร็ว จะคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า ภาวะฉุกเฉินครั้งนี้ยังเผยให้เห็นปัญหาการขาดแคลนแพทย์เรื้อรังของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ยาวนาน การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ และการอพยพย้ายถิ่นของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมยังเตือนว่า ความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคในชุมชนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวโรนิก ดูร์รูซ์ โฆษกสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน กล่าวว่า อากาศร้อนมาก และมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคที่มียุงหรือแมลงเป็นพาหะ การจัดการขยะเป็นปัญหา ส่วนการจัดการซากปรักหักพัง เมื่อเห็นขนาดของความเสียหายแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ปัญหาที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานก็คือ การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติมาเป็นเวลานานที่สุด เราเพิ่งผ่านช่วงที่ต้องรับมือกับผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ ซึ่งยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะมีการติดเชื้อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย&amp;#8221; ยูเจนิโอ โควา หัวหน้าหน่วยอุบัติเหตุของโรงพยาบาลในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788131?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น</dc:alternative><dc:abstract>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T06:27:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T06:27:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788084]]></link><pubDate>2026-07-02T11:33:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788084</guid><description>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “ภาษีขาออก” เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิมเก็บคนละ 1,000 เยน ขึ้นเป็น 3,000 เยน ซึ่งมีผลทันทีในวันดังกล่าว นอกจากนี้ยังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังจำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นเพิ่มถึง 5 เท่า เป็น 15,000 เยนสำหรับการการเดินทางเข้าครั้งเดียว และ 30,000 เยน สำหรับการเดินทางเข้าออกหลายครั้ง มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรับมือจัดการกับปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นมากจนล้นเกิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ปรับลดค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)สำหรับชาวญี่ปุ่น เพื่อชดเชยภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งภาษีดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บผ่านการซื้อตั๋วเดินทางโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้โดยสาร โดยรัฐบาลจะนำรายได้จากภาษีนี้ไปใช้สนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่มุ่งลดความแออัด เช่น การจัดสรรพื้นที่เฉพาะในจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาแน่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังจะใช้สนับสนุนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ เช่น การพัฒนาเส้นทางรถไฟท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและการปรับปรุงอาคารสถานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากจุดที่มีความแออัดสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับนักเดินทางที่แวะเปลี่ยนเครื่องในญี่ปุ่นและพำนักอยู่ในประเทศไม่ถึง 24 ชั่วโมง รวมถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นภาษีขาออกนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นสามารถจัดเก็บภาษีขาออกนี้เป็นรายได้เข้าประเทศประมาณ 4.9 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2025 ที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม และคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 1.3 แสนล้านเยนในปีงบประมาณ 2026 ขณะที่การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศครั้งนี้ของญี่ปุ่นถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ.1978&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นระบุว่า ภาษีดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บโดยสายการบิน ผู้ให้บริการเรือสำราญและบริษัทนำเที่ยว ในขณะที่ลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเรือสำหรับการเดินทางออกจากญี่ปุ่นจากนั้นจึงนำส่งเงินภาษีดังกล่าวให้แก่รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาวะเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยนและคาดว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อการท่องเที่ยวขาเข้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ที่ผ่านมาค่าธรรมเนียมวีซ่าของญี่ปุ่นถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ(จี7)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางแบบอายุใช้งาน 10 ปีของญี่ปุ่นได้มีการปรับลดลงเหลือ 9,300 เยน จากเดิม 16,300 เยน สำหรับบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางแบบอายุใช้งาน 5 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเดิมมีอัตราแตกต่างกันไปตามช่วงอายุแต่ได้มีการปรับให้เป็นอัตราเดียวกันที่ 4,800 เยน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788084?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น</dc:alternative><dc:abstract>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T04:33:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T04:33:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787976]]></link><pubDate>2026-07-02T09:57:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787976</guid><description>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการใหม่เพื่อยับยั้งการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ขอลี้ภัยในอังกฤษอาจต้องจ่ายเงินให้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการใหม่เพื่อยับยั้งการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ขอลี้ภัยในอังกฤษอาจต้องจ่ายเงินให้รัฐบาลราว 10,000 ปอนด์ หรือกว่า 4.4 แสนบาท เพื่อเป็นค่าที่พักและค่าครองชีพขั้นพื้นฐานก่อนที่จะมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน การอพยพเข้าเมืองเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในการเมืองอังกฤษ โดยติดอันดับข้อกังวลลำดับต้น ๆ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในผลสำรวจความคิดเห็น และบางครั้งยังเป็นต้นเหตุของการประท้วงและความตึงเครียดในชุมชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคแรงงานของอังกฤษได้เพิ่มความพยายามในการยับยั้งการอพยพเข้าเมืองของผู้อพยพ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เพื่อตอบโต้การเติบโตของพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักรของไนเจล ฟาราจ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการให้สัญญาว่าจะเนรเทศผู้ขอลี้ภัยกว่า 600,000 คนออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งล่าสุดนี้มีเป้าประสงค์เพื่อช่วยลดภาระแก่ผู้เสียภาษี และเสริมว่า “แน่นอนว่าการได้รับความช่วยเหลือด้านการลี้ภัยเป็นสิทธิ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นความรับผิดชอบ หากผู้คนสามารถมีส่วนร่วมและตอบแทนให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชาวอังกฤษได้ เราก็หวังว่าพวกเขาจะทำเช่นนั้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้มาตรการดังกล่าวที่รัฐบาลเสนอระบุว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียบกับผู้ใหญ่ที่มีกำลังจ่ายเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้พวกเขาตกอยู่ในความยากลำบาก นอกจากนี้ มาตรการนี้จะไม่ถูกบังคับใช้ย้อนหลังและเด็กจะได้รับการยกเว้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มาตรการล่าสุดนี้ประกาศออกมาในห้วงเวลาที่พรรคแรงงานกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีความอ่อนไหวอย่างยิ่ง โดยพรรคกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในเกี่ยวกับขอบเขตและความเข้มงวดของนโยบายเข้าเมือง รวมถึงความไม่แน่นอนในวงกว้างหลังจากเคียร์​ สตาร์เมอร์ ประกาศว่าลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787976?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร</dc:alternative><dc:abstract>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T02:57:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T02:57:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787965]]></link><pubDate>2026-07-02T09:37:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787965</guid><description>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความหวังว่าการเจรจาระดับเทคนึระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจบลงไปเมื่อวันพุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความหวังว่าการเจรจาระดับเทคนึระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจบลงไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้ช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเจรจาครั้งล่าสุดนี้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 2.44%  มาอยู่ที่ 71.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ลดลง 2.03% เหลือ 68.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับหลังสงครามอิหร่านปะทุขึ้น แต่ราคาน้ำมันในทั้งสองตลาดก็ยังถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 20% นับตั้งแต่ต้นปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์อาวุโสของ Price Futures Group กล่าวว่า มีความหวังมากขึ้นเมื่อมีน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น และตลาดกำลังส่งสัญญาณว่าเมื่อเราผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แล้ว ทุกฝ่ายจะเดินหน้าผลิตน้ำมันอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มว่าโลกจะผลิตน้ำมันได้มากกว่าที่เคยเป็นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานว่าจะยืดเยื้อออกไปนานกว่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3 ในวันที่ 1 กรกฎาคม หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า การคาดการณ์เรื่องเงินเฟ้อลดลงแล้ว แต่ยืนยันว่านโยบายการเงินจะไม่ผ่อนคลาย ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวว่า ความคาดหวังและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เขาจะยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟด และจะทำให้ผู้ที่คาดหวังว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินจะต้องผิดหวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักลงทุนยังคงจับตาดูความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน หลังจากเงินเยนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แม้ว่าจะดีดตัวขึ้นในภายหลังก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลง 13.96 จุด หรือ 0.03% มาอยู่ที่ 52,305.24 จุด ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 16.13 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ 7,483.23 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 173.69 จุด หรือ 0.66% มาอยู่ที่ 26,040.03 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีหุ้นทั่วโลกของ MSCI ลดลง 2.51 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ 1,117.95 จุด ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ลดลง 0.38% ขณะที่ดัชนี FTSEurofirst 300 ของยุโรป ลดลง 11.45 จุด หรือ 0.45% หุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ MSCI ลดลง 0.96 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ 1,721.93 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากพุ่งขึ้น 37% ในไตรมาสที่แล้ว ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลงประมาณ 2% หลังจากพุ่งขึ้น 68% ในไตรมาสที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่ขับเคลื่อนด้วย AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.59% มาอยู่ที่ 4,048.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787965?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T02:37:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T02:37:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787897]]></link><pubDate>2026-07-02T08:50:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787897</guid><description>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ อิหร่านและสหรัฐอเมริกาเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยไม่มีสัญญ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและสหรัฐอเมริกาเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าใดๆ ที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่างๆ ที่พวกเขาได้ตกลงกันแล้วเมื่อมีการประกาศข้อตกลงชั่วคราวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการเจรจากล่าวว่า ผู้เจรจาของทั้งสองประเทศใช้เวลาสองวันในโดฮา เพื่อหารือเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน ซึ่งเป็นสองประเด็นสำคัญภายใต้บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด 14 ข้อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เผยว่า การประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นหลังพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอ ซึ่งมีกำหนดทำพิธีฝังศพในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านโพสต์บน X ว่า การเจรจาที่โดฮาสร้าง &amp;#8220;ความคืบหน้าในเชิงบวก&amp;#8221; ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงที่ยุติสงครามในเดือนมิถุนายน และเป็นการต่อยอดจากผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดในสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่กรุงวอชิงตัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เขาเปิดฉากทำสงครามร่วมกับอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ โดยระบุว่า &amp;#8220;การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเขามีการประชุมที่ดีมาก และเราจะได้เห็นกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวระบุว่า โครงการนิวเคลียร์ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการเจรจาในระดับเทคนิคเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในภายหลัง เพราะ &amp;#8220;แน่นอนว่าเรากังวลเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ เราจะเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า ผู้เจรจาของสหรัฐและอิหร่านได้จัดการประชุมแยกกันกับผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์และปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐ ที่ถูกส่งไปยังภูมิภาคนี้ สำหรับการเจรจาที่ทำเนียบขาวระบุว่าเป็นการเจรจาระดับสูง ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านและหัวหน้าคณะผู้แทนอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ระบุว่าสามารถลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันได้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงเบื้องต้นระบุว่า อิหร่านและสหรัฐจะอนุญาตให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งก่อนสงคราม ช่องแคบนี้เคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก แม้ว่าการจราจรทางน้ำจะกลับมาดำเนินการบางส่วนแล้ว แต่สถานการณ์ของเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้ยังคงไม่ชัดเจน และทั้งสองประเทศโจมตีตอบโต้กันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านสองรายกล่าวว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับจากนานาชาติในเรื่องการควบคุมช่องแคบนี้ แม้ว่าจะต้องใช้กำลังก็ตาม และได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจากการขนส่งสินค้าตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม หลังจากช่วงเวลาปลอดค่าธรรมเนียมตามข้อตกลงเบื้องต้นสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายประเทศในยุโรปเสนอความช่วยเหลือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮฮร์มุส แต่บอริส ปิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าเยอรมนีจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าอิหร่านไม่เต็มใจของอิหร่านที่จะร่วมมือกับประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787897?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T01:50:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T01:50:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787687]]></link><pubDate>2026-07-01T19:58:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787687</guid><description>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางเทคนิคในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ อีกครั้งในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม เพื่อหาทางบรรลุข้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางเทคนิคในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ อีกครั้งในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจัดทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวเผยว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของทรัมป์ ได้พบกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาร่วมกับปากีสถาน เพื่อวางรากฐานสำหรับการเจรจาครั้งนี้ แต่ทั้งคู่จะไม่เข้าร่วมการเจรจาด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาที่เกิดขึ้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราว 14 ข้อที่สหรัฐและอิหร่านลงนามร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ ที่รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาการเจรจา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร ก่อนที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีการโจมตีตอบโต้กันไปมาโดยต่างฝ่ายต่างกลางหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านสองรายระบุว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับจากนานาชาติเรื่องอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และสิทธิในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่เข้าหรือออกจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าจะต้องใช้กำลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า การเจรจาในโดฮาแบ่งเป็นการหารือระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยการเจรจาเริ่มขึ้นในคืนวันอังคารและดำเนินต่อไปในวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านประกาศอย่างชัดเจนว่า ลำดับความสำคัญของอิหร่านคือการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า ในส่วนของประเด็นที่สหรัฐให้ความสำคัญ คือการรับประกันให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นไปได้โดยเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787687?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T12:58:15+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T12:58:15+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787457]]></link><pubDate>2026-07-01T17:09:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787457</guid><description>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊กกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ย้ำเตือนประชาชนอย่ารับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระไปต่างประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊กกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ย้ำเตือนประชาชนอย่ารับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระไปต่างประเทศเด็ดขาด โดยระบุว่า กรมการกงสุลขอแจ้งเตือนว่าห้ามรับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระหรือพัสดุจากผู้อื่นไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการให้ค่าตอบแทน หรือบุคคลใกล้ชิดที่อาจชักชวนให้ช่วยขนกระเป๋า สัมภาระหรือพัสดุ ไปให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นคนรู้จักหรือเพื่อน โดยให้ค่าตอบแทน เมื่อนำไปให้สำเร็จ เนื่องจากอาจมีการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย อาทิ ของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด หากถูกจับดำเนินคดี ผู้ถือสัมภาระหรือพัสดุต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การครอบครองหรือขนยาเสพติดมีโทษร้ายแรง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ กัญชายังเป็นยาเสพติดในหลายประเทศ รวมถึงส่วนที่สกัดเป็นน้ำมันที่มีค่า THC เกินกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น อย่ารับฝาก/รับจ้างขนกระเป๋า/สัมภาระ และพัสดุเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ดูแลสัมภาระของท่าน ปฏิเสธการรับฝากของผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์กรมการกงสุล 02-572-8442&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5787465&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;512&quot; height=&quot;640&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg 512w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-240x300.jpg 240w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-336x420.jpg 336w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-400x500.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-250x313.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 512px) 100vw, 512px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787457?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก</dc:alternative><dc:abstract>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T10:09:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T10:09:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>512</mi:x1><mi:y1>640</mi:y1><mi:x2>512</mi:x2><mi:y2>640</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787360]]></link><pubDate>2026-07-01T16:41:48+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787360</guid><description>เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค. เดอะ โคเรียเฮรัลด์ รายงานว่ากระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมว่า จะขยายเวลาการใช้มาตรการการย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ โคเรียเฮรัลด์ รายงานว่ากระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมว่า จะขยายเวลาการใช้มาตรการการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะจาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 500 บาท แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะจาก 6 ประเทศดังกล่าว เดิมมีกำหนดสิ้นสุดลงในสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจขยายเวลามาตรการนี้ต่อไปเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้ระบุว่าความต้องการวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามข้อมูลระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเกาหลีใต้ด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแบบหมู่คณะมากกว่า 790,000 คนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนเพิ่มขึ้น 48% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่คณะนักท่องเที่ยวจากเวียดนามเพิ่มขึ้น 5% ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดียมีอัตราการเติบโตมากที่สุดซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 573 คนในปี 2024 เป็น 1,120 คนในปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสัดส่วนของนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะที่แยกตัวออกจากคณะทัวร์และกลายเป็นผู้พำนักโดยไม่มีเอกสารรับรองนั้น ลดลงเหลือ 0.07% ในปี 2025 ซึ่งลดลงไม่ถึงครึ่งของ 0.19% ที่มีการบันทึกไว้ในปี 2024 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีการบริหารจัดการอย่างมีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมระบุว่าการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอาจมีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะให้เดินทางมาเยือนเกาหลีใต้มากขึ้นควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีขึ้นและการแพร่หลายของวัฒนธรรมเกาหลีใต้ นอกจากนี้คาดว่าการขยายมาตรการดังกล่าวยังจะช่วยลดภาระทางการเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบหมู่คณะและมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวมถึงเศรษฐกิจท้องถิ่นของเกาหลีใต้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787360?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค.</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ ประกาศขยายเวลา ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า นทท.แบบหมู่คณะ จาก 6 ชาติ ถึง 31 ธ.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T12:29:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T12:29:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-163504-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload อดีตเว็บแชร์ไฟล์ดัง พ่ายอุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787113]]></link><pubDate>2026-07-01T15:15:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787113</guid><description>คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload เว็บแชร์ไฟล์ดัง แพ้อุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคิม ดอทคอม นักธุรกิจด้านไอทีชาวเยอรมัน-ฟินแลนด์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload เว็บแชร์ไฟล์ดัง แพ้อุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคิม ดอทคอม นักธุรกิจด้านไอทีชาวเยอรมัน-ฟินแลนด์และเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แชร์ไฟล์ระดับตำนานอย่าง Megaupload ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้พ่ายอุทธรณ์ที่เขายื่นคัดค้านการส่งตัวเขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขากำลังถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Megaupload เว็บไซต์แชร์ไฟล์ยอดนิยมที่ถูกปิดตัวไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายดอทคอม ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกันตัว ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการตัดสินใจของทางการนิวซีแลนด์ในปี 2024 ที่จะส่งตัวเขาไปดำเนินคดีในสหรัฐ หลังจากที่เขาต่อสู้ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2012 ภายหลังจากที่เอฟบีไอได้สั่งบุกค้นคฤหาสน์ของเขาในเมืองโอ๊คแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ของนิวซีแลนด์มีคำตัดสินในวันพุธ(1 ก.ค.)ว่าไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายที่จะคัดค้านการส่งตัวเขาไปดำเนินคดียังสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดอทคอมยังมีช่องทางสุดท้ายในการอุทธรณ์คำตัดสินผ่านศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางการสหรัฐกล่าวหาว่าการดำเนินการเว็บไซต์แชร์ไฟล์ดังกล่าวของดอทคอมและผู้บริหาร Megaupload  อีกสามคนซึ่งเป็นต้นเหตุของการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับสตูดิโอภาพยนตร์และบริษัทเพลงต่างๆ เป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานที่จ่ายเงินสามารถเก็บและแบ่งปันเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับ Megaupload มากกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787113?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload อดีตเว็บแชร์ไฟล์ดัง พ่ายอุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload อดีตเว็บแชร์ไฟล์ดัง พ่ายอุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>คิมดอทคอม ผู้ก่อตั้ง Megaupload อดีตเว็บแชร์ไฟล์ดัง พ่ายอุทธรณ์ ปมค้านนิวซีแลนด์ ส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T08:15:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T08:15:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-01T065843Z_1700306627_RC2U4MAJ4BUG_RTRMADP_3_NEWZEALAND-USA-DOTCOM-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787116]]></link><pubDate>2026-07-01T15:04:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787116</guid><description>ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม บีบีซีรายงานว่า รัสเซียกำลังเจอผลกระทบจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของยูเครน ที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตั้งแต่มอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า รัสเซียกำลังเจอผลกระทบจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของยูเครน ที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตั้งแต่มอสโกไปยังทะเลดำและในพื้นที่อื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์รุนแรงถึงขั้นที่ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกมายอมรับต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บริหารอุตสาหกรรมน้ำมันเกี่ยวกับวิกฤตดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินยอมรับในที่ประชุมถึงปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคเกษตร ทำให้ยังมีการต่อคิวที่ปั้มน้ำมัน ทั้งยังหาน้ำมันบางชนิดได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตของภาคการเกษตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันประชาชนชาวรัสเซียต้องต่อคิวยาวที่ปั๊มน้ำมัน มีการจำกัดจำหน่ายเชื้อเพลิงในหลายพื้นที่ หลังโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งถูกโจมตี ขณะที่ผู้ขับขี่ในแถบคาบสมุทรไครเมียของยูเครนซึ่งรัสเซียผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ รถทั่วไปถูกห้ามเติมน้ำมัน เพื่อให้สิทธิ์แก่ยานพาหนะของทหารเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของนักข่าวอิสระเปิดเผยว่า ปัจจุบันมี 56 ภูมิภาคของรัสเซีย ที่มีการบังคับใช้มาตราการจำกัดการจำหน่ายเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินยังให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซีย โดยยอมรับว่าการโจมตีของยูเครนก่อให้เกิดปัญหาอย่างชัดเจน และว่า ขณะนี้รัสเซียกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในระดับหนึ่ง แต่สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเร่งซ่อมแซมโรงกลั่นน้ำมันที่ถูกยูเครนโจมตี พร้อมยอมรับว่าไครเมียมีเชื้อเพลิงเหลือใช้เพียงไม่กี่วัน แต่มั่นใจว่าจะสามารถลำเลียงเชื้อเพลิงเข้ามาเพิ่มเติมได้ไว้ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยอมรับถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของยูเครนต่อประชาชนรัสเซียอย่างเปิดเผยเช่นนี้ของผู้นำรัสเซียถือเป็นเรื่องไม่ปกติ แม้ปูตินยังยืนยันว่ายังมีความคืบหน้าในปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่ปูตินยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรไครเมียถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไครเมียมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ต่อชาวรัสเซียจำนวนมาก โดยเฉพาะต่อตัวปูตินเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่รัสเซียเข้ายึดครองไครเมียในปี 2014 มอสโกได้เปลี่ยนคาบสมุทรแห่งนี้ให้เป็นฐานทัพและยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมทะเลดำ รวมทั้งใช้เป็นฐานในการเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ปูตินได้เปิดเผยถึงสาเหตุของปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่า ยูเครนกำลังพยายามสร้างความแตกแยกในสังคมรัสเซีย ลดแรงสนับสนุนที่มีต่อสงคราม และเพิ่มกระแสเรียกร้องให้เกิดการเจรจา ปูตินยังย้ำด้วยว่า จะไม่มีทางยอมให้ยูเครนบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และยืนยันว่าการโจมตีระยะไกลของยูเครนไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสถานการณ์ในแนวหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางการยูเครนได้ออกมาโต้แย้งว่า ปฏิบัติการโจมตีระยะไกลนั้นมีเป้าหมายเพื่อกดดันรัสเซียทั้งในแนวรบและภายในประเทศ โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนได้ยกระดับการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมไปถึงพื้นที่สำคัญอย่างนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กรุงมอสโก และคาบสมุทรไครเมีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ยืนยันว่าเป้าหมายของมอสโกยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะผลักดันให้กองกำลังยูเครนถอนตัวจาก 4 ภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงใต้ที่รัสเซียอ้างสิทธิ์ แม้ยูเครนจะไม่ยอมรับข้ออ้างดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปูตินยังอ้างว่า ข้อเสนอของยูเครนในการชะลอการสู้รบและเปิดการเจรจา เป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อฟื้นกำลังและเสริมอาวุธ พร้อมยืนยันว่าการโจมตีตอบโต้ของรัสเซียสร้างความเสียหายให้ยูเครนได้มากกว่า ขณะที่การโจมตีของยูเครนต่อรัสเซียเป็นเพียงความพยายามประคับประคองกองทัพที่กำลังอ่อนกำลังลง และย้ำว่าการเจรจาหรือประนีประนอมกับรัฐบาลเคียฟไม่ได้อยู่ในแผนการของรัสเซียแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787116?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>ไม่ค่อยเห็น! ปูตินรับเอง รัสเซียขาดแคลนพลังงาน หลังยูเครนส่งโดรนถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T08:04:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T08:04:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786812]]></link><pubDate>2026-07-01T12:01:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786812</guid><description>สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย เกิดเหตุการณ์สุดสลดเมื่อหลังคาอาคารของศูนย์กวดวิชาแห่งหนึ่งในเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน พังถล่มลงมาทับเด็กนักเรียนจนเสียชีวิตจำนวน 14 ราย เหตุเกิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์สุดสลดเมื่อหลังคาอาคารของศูนย์กวดวิชาแห่งหนึ่งในเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน พังถล่มลงมาทับเด็กนักเรียนจนเสียชีวิตจำนวน 14 ราย เหตุเกิดเมื่อวันอังคาร(30 มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งทางการปากีสถานกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเปิดการสอบสวนในกรณีของความประมาทเลินเล่อ โดยยังตรวจสอบว่าศูนย์กวดวิชาแห่งนี้ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หน่วยฉุกเฉินของรัฐปัญจาบระบุว่าทีมกู้ภัยพบร่างของเด็กๆ และคุณครูผู้หญิงอายุ 30 ปี เสียชีวิตอยู่ใต้ซากปรักหักพังของศูนย์กวดวิชาเอกชนแห่งนี้ โดยเด็กที่เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 5-16 ปี แต่ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 9 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัซมา โบคารี รัฐมนตรีข่าวสารของรัฐปัญจาบ กล่าวว่า รายงานเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าศูนย์กวดวิชาแห่งนี้ไม่ได้จดทะเบียนและดำเนินการอยู่ภายในอาคารที่พักอาศัยส่วนตัวภายใต้หลังคาที่ทรุดโทรม โดยศูนย์ลักษณะนี้พบเจอได้ทั่วไปในประเทศปากีสถาน ในขณะที่เด็กๆ มักลงเรียนพิเศษนอกเวลาเรียนปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หากพบว่าเป็นการประมาทเลินเล่อ ความไม่ระมัดระวัง หรือการละเมิดกฎหมายใดๆ ผู้รับผิดชอบจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวด” นายโบคารีกล่าว และว่าทางการรัฐปัญจาบได้รับคำสั่งให้สำรวจอาคารที่ไม่ปลอดภัยก่อนฤดูมรสุมและบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับศูนย์สอนพิเศษที่ไม่ได้จดทะเบียนและสถานศึกษาเอกชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786812?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย</dc:alternative><dc:abstract>สลด! หลังคา ศูนย์กวดวิชาปากีสถานถล่ม ทับเด็กดับ 14 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T05:01:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T05:01:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T160030Z_952060511_RC2G4MAHJZ2T_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T153657Z_269685469_RC2F4MAU4RR2_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T153657Z_269685469_RC2F4MAU4RR2_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T153346Z_791884857_RC2F4MAO56H5_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T153346Z_791884857_RC2F4MAO56H5_RTRMADP_3_PAKISTAN-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786789]]></link><pubDate>2026-07-01T11:49:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786789</guid><description>รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้รายงานรายได้จากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี ของครอบครัว เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้รายงานรายได้จากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี ของครอบครัว เมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่กว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46,600 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน ทรัมป์ ได้รับรายได้ส่วนใหญ่ จากสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินล่าสุด ของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เป็นการเปิดเผยข้อมูลประจำปี 2025 ต่อสำนักงานจริยธรรมของรัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า บริษัท ของทรัมป์ ได้รับเงินเกือบ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก World Liberty Financial ซึ่งเป็นธุรกิจคริปโท ที่ทรัมป์กับลูกชายร่วมกันก่อตั้ง รายได้ดังกล่าว ซึ่งทรัมป์ แห่งกับสมาชิกในครอบครัว ประกอบด้วย เงินมากกว่า 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขายโทเคนคริปโท และมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขายผลประโยชน์ในธุรกิจ World Liberty ทรัมป์ ยังมีรายได้จากการขายเหรียญมีมทรัมป์ อีก 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่จากการเปิดเผยข้อมูลเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ รายงานว่า มีรายได้จากการขายโทเคน ที่ World Liberty 57.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากเทียบกับปีนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่าเลยทีเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ประเมินเมื่อเร็วๆนี้ว่า ครอบครัวทรัมป์ สามารถทำเงินได้อย่างน้อย 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรสซี นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786789?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน</dc:alternative><dc:abstract>รวยไม่ไหวแล้ว! ทรัมป์ โชว์รายได้จากคริปโทปีที่แล้ว ทะลุ 4.6 หมื่นล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T04:49:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T04:49:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp22.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/trumppp22-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786583]]></link><pubDate>2026-07-01T10:20:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786583</guid><description>ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท. หลังจากเกิดกรณีที่สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) แถลงผลการจับกุมพนักงาน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเกิดกรณีที่สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) แถลงผลการจับกุมพนักงานหญิงต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยอายุ 26 ปีรายหนึ่ง พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนักราว 1 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้า ขณะเดินทางมาถึงสนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ในข้อหาลักลอบนำเข้าและครอบครองยาเสพติดผิดกฎหมายนั้น แต่ก่อนหน้านั้นทางการออสเตรเลียยังได้จับกุมหญิงชาวฝรั่งเศสอายุ 31 ปีรายหนึ่งที่เดินทางมาจากประเทศไทย ฐานนำเข้าสารเสพติดผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เว็บไซต์ AFP ได้เผยแพร่ข่าวการนำตัวผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ขึ้นศาลแขวงเพิร์ท เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายชายแดนออสเตรเลีย โดยระบุว่าผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในย่านแมนนิง ได้ถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดนออสเตรเลีย(ABF) จับกุมขณะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเพิร์ทเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หลังเดินทางมาจากประเทศไทย เนื่องจากระหว่างการตรวจสอบสัมภาระ เจ้าหน้าที่ ABF พบของเหลวต้องสงสัยอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เขียนว่าเป็น ครีมอาบน้ำ ซึ่งจากการทดสอบของเหลวภายในพบว่าเป็น สารบิวเทนไดออล มีปริมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นสารเสพติดที่อยู่ภายใต้การควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายของออสเตรเลีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ABF ยังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของหญิงรายดังกล่าวและพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าเธอยังอาจมีการซุกซ่อนสารเสพติดประเภทดังกล่าวไว้ภายในร่างกายอีก จากนั้นผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ถูกส่งต่อให้ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ดำเนินการ ซึ่งต่อมาหญิงฝรั่งเศสรายนี้ได้ขับถ่ายยาเม็ดสเตียรอยด์ออกมาจำนวน 40 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางดังกล่าวไว้เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ต้องหาหญิงชาวฝรั่งเศสรายนี้ถูกตั้งข้อหา 1 กระทงฐานนำเข้าสารเสพติดควบคุมในปริมาณที่เข้าข่ายเพื่อการค้าซึ่งเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 307.2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของเครือรัฐออสเตรเลีย ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 25 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีเตอร์ บรินดัล รักษาการผู้บังคับการสืบสวนของ AFP กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามายังประเทศออสเตรเลียผ่านทางท่าอากาศยานของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านจอห์น เอลดริดจ์ ผู้กำกับการตำรวจ AFB กล่าวว่า บิวเทนไดออล เป็นสารละลายทางเคมีที่อันตรายร้ายแรง ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนสภาพสารนี้ให้กลายเป็นสารแกมมา-ไฮดรอกซีบิวทีเรต(GHB) เมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย และปริมาณเพียงแค่ไม่กี่มิลลิกรัมก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ ด้วยความเป็นสารอันตรายร้ายแรง บิวเทนไดออลจึงถูกกำหนดให้เป็นสารควบคุมการนำเข้ามาในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2024 ดังนั้น การลักลอบนำเข้าสารชนิดนี้ จึงถือว่ามีความผิดเทียบเท่ากับการลักลอบนำเข้ายาเสพติดชนิดอื่นที่เป็นที่รู้จักดี เช่น ยาบ้า เฮโรอีน และโคเคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786583?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท.</dc:alternative><dc:abstract>ออสซี่ตรวจเข้ม! เผยจับหญิงฝรั่งเศส เดินทางจากไทย ลอบขนสารเสพติดควบคุม ซุกขวดครีมอาบน้ำเข้าปท.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T03:20:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T03:20:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-01-100350-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786510]]></link><pubDate>2026-07-01T09:28:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786510</guid><description>ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน ทีมกู้ภัยจากประเทศจอร์แดนสามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบออกมาจากซากปรักหักพังหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลาได้อย่างปลอด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยจากประเทศจอร์แดนสามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 3 ขวบออกมาจากซากปรักหักพังหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลาได้อย่างปลอดภัย หลังเหตุดังกล่าวผ่านไปแล้วนาน 6 วัน ก่อนที่จะมีการนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพวิดีโอเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ขณะช่วยดึงตัวเด็กชายซึ่ง เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ระบุว่า ชื่อไคลเบร์ โมรัน ออกมาจากซากอาคารที่พังถล่มในรัฐลาไกวรา ซึ่งเธอย้ำว่าการช่วยเหลือเด็กชายคนนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความหวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยป้องกันพลเรือนของจอร์แดนเผยว่า ไคลเบร์ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และสัญญาณชีพของเขาอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่ ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลา กล่าวว่า เด็กชายกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ในกรุงการากัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การช่วยเหลือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกหลังแผ่นดินไหว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารมีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด มีการปรับยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่ขึ้นเป็น 1,943 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน และยังมีผู้สูญหายหรือไม่สามารถติดต่อได้อีกหลายหมื่นคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการประเมินเบื้องต้นโดยอาศัยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การนาซา (NASA) พบว่า แผ่นดินไหวใหญ่ต่อเนื่องกัน 2 ครั้งดังกล่าว น่าจะสร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารไปแล้วประมาณ 58,870 หลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าขณะนี้ประชาชนหลายหมื่นคนกำลังต้องการอาหารและที่พักพิงอย่างเร่งด่วน โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ว่า การขาดแคลนอาหารแพร่กระจายเป็นวงกว้าง บริการสาธารณะขั้นพื้นฐานหยุดชะงัก และระบบการสื่อสารในรัฐลาไกวราส่วนใหญ่ถูกตัดขาด ความตึงเครียดภายในชุมชนกำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงความช่วยเหลือยังคงมีข้อจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UNHCR ระบุว่า ในระยะแรกจำเป็นต้องใช้งบประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายการคุ้มครองผู้ประสบภัย การจัดหาสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็น และการสนับสนุนที่พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวจำนวน 30,000 คน ตลอดระยะเวลา 6 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ระบบบริการสาธารณสุขกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกของ WHO กล่าวว่า ขณะนี้ความเสี่ยงของการระบาดของโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนกำลังเพิ่มสูงขึ้น เช่น โรคหัดและโรคคอตีบ เนื่องจากอัตราการได้รับวัคซีนของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกัน ความช่วยเหลือจากนานาชาติก็ยังคงทยอยเข้าสู่เวเนซุเอลา โดยโฆษกของ UN ระบุว่า เมื่อวันอังคารมีเครื่องบินบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหนัก 47 ตัน เดินทางมาถึงเวเนซุเอลา ซึ่งประกอบด้วยชุดเวชภัณฑ์ฉุกเฉินสำหรับการรักษาพยาบาลเร่งด่วน อุปกรณ์สำหรับการทำคลอดอย่างปลอดภัย การดูแลทารกแรกเกิด และอุปกรณ์สำหรับการป้องกันโรค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยนานาชาติจากหลายสิบประเทศได้นำสุนัขกู้ภัยที่ผ่านการฝึกฝนและเครื่องจักรหนักเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786510?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน</dc:alternative><dc:abstract>ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์! ช่วยเด็ก 3 ขวบ ติดใต้ซากอาคารเวเนฯ หลังแผ่นดินไหว 6 วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T02:46:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T02:46:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vqq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786406]]></link><pubDate>2026-07-01T08:06:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786406</guid><description>ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ ศาลฎีกาสหรัฐสร้างความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 30 มิถุนายน หลังมีคำพิพากษาปฏิเสธความพยาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลฎีกาสหรัฐสร้างความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 30 มิถุนายน หลังมีคำพิพากษาปฏิเสธความพยายามของทรัมป์ที่จะจำกัดสิทธิการเป็นพลเมืองโดยกำเนิดในวันสุดท้ายการพิจารณาคดีประจำปีที่มีความสำคัญยิ่ง ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้รัฐต่างๆ ห้ามนักกีฬาข้ามเพศเข้าร่วมทีมกีฬาหญิง และยกเลิกข้อจำกัดด้านการเงินในการหาเสียงเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วาระการประชุมประจำปีของศาลสูงสุดของสหรัฐซึ่งกินเวลา 9 เดือน เต็มไปด้วยคำตัดสินคดีสำคัญหลายคดี โดยทรัมป์ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่หลายเรื่อง อาทิ ประเด็นอำนาจของประธานาธิบดีและนโยบายด้านการย้ายถิ่นฐาน แต่ก็พ่ายแพ้ในหลายคดีตั้งแต่มาตรการภาษีศุลกากร การปลดเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และล่าสุดคือประเด็นสิทธิการเป็นพลเมืองโดยกำเนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐมีผู้พิพากษา 9 คน โดยฝ่ายอนุรักษนิยมครองเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้พิพากษา 3 คนที่ทรัมป์เป็นผู้แต่งตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจำกัดสิทธิการได้รับสัญชาติโดยกำเนิดเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญที่สุดในการปราบปรามการเข้าเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเรื่องนี้ในวันแรกที่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์น โรเบิร์ตส์ หัวหน้าผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นผู้เขียนคำตัดสินด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ระบุว่า คำสั่งของทรัมป์ละเมิดข้อความในมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐ ที่รับประกันสิทธิการเป็นพลเมืองแก่ทุกคนที่เกิดในสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อยกเว้นที่มีขอบเขตจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 14 ซึ่งได้รับการให้สัตยาบันในปี 1868 หลังสงครามกลางเมืองที่ยุติระบบทาสในสหรัฐอเมริกา มอบสัญชาติให้แก่ผู้ที่เกิดในสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ภายใต้เขตอำนาจของสหรัฐ มีข้อยกเว้นเพียงบางกรณี เช่น บุตรของนักการทูตต่างชาติ หรือบุตรของสมาชิกของกองศัตรูที่เข้ากำลังยึดครองดินแดนสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สัญชาติในอดีตและปัจจุบัน หมายถึงสิทธิที่จะมีสิทธิทั้งหลาย และสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในชุมชนทางการเมืองของเราได้อย่างเสรี&amp;#8221; โรเบิร์ตส์เขียนในคำวินิจฉัย พร้อมเสริมว่า ผู้ร่างบทแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับที่ 14 ได้ขยายคำมั่นสัญญาดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงทุกคนที่เกิดมาอย่างอิสระเสรีในประเทศนี้ และเรายังคงรักษาสัญญานั้นไว้ในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์สั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางไม่รับรองสัญชาติของเด็กที่เกิดในสหรัฐอเมริกา หากบิดาหรือมารดาไม่ใช่พลเมืองอเมริกันหรือเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรตามกฎหมาย หรือผู้ถือ &amp;#8220;กรีนการ์ด&amp;#8221; โดยนักวิจารณ์กล่าวหาว่าแนวทางดังกล่าวของทรัมป์ถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย ศาลได้ประเมินว่าคำสั่งของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางกฎหมายของทารกราว 250,000 คนที่เกิดในแต่ละปี และอาจทำให้ครอบครัวของทารกอีกหลายล้านคนต้องพิสูจน์สถานะพลเมืองของทารกแรกเกิดของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คำตัดสินของศาลยืนยันคำมั่นสัญญาพื้นฐานของอเมริกาอีกครั้งว่า หากคุณเกิดที่นี่ คุณคือพลเมือง และประธานาธิบดีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญด้วยคำสั่งฝ่ายบริหารได้” เซซิลเลีย หวัง ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายแห่งชาติของ ACLU ซึ่งเป็นผู้ว่าความในคดีนี้ต่อศาลฎีกาแทนผู้ยื่นฟ้องกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในวันอังคาร ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเรา พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาดำเนินการเพื่อยุติการให้สัญชาติโดยกำเนิด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่เป็นยุติธรรมต่อประเทศของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องนักกีฬาข้ามเพศได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางวัฒนธรรมและการเมืองของอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียและไอดาโฮกำหนดให้ทีมกีฬาในโรงเรียนรัฐรวมถึงมหาวิทยาลัยต้องแบ่งตาม &amp;#8220;เพศทางชีววิทยา&amp;#8221; และห้าม &amp;#8220;นักเรียนชาย&amp;#8221; เข้าร่วมทีมหญิง รัฐทั้งสองกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรมและปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิง ขณะที่ในรัฐอื่นๆ อีก 25 รัฐมีกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจารณ์มองว่ามาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีสิทธิของชาวอเมริกันข้ามเพศในวงกว้างโดยทรัมป์และรัฐต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ศาลฎีกาได้พลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่เข้าข้างนักเรียนข้ามเพศที่ท้าทายการห้ามในสองรัฐดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลตัดสินด้วยคะแนนเสียง 9-0 ว่ากฎหมายของรัฐไม่ได้ละเมิดกฎหมายสิทธิพลเมืองมาตรา 9 ที่ห้ามการเลือกปฏิบัติในการศึกษา &amp;#8220;บนพื้นฐานของเพศ&amp;#8221; ขณะเดียวกัน ผู้พิพากษามีแนวคิดที่แบ่งไปตามแนวคิดทางการเมือง โดยผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษ์นิยม 6 คนเป็นเสียงข้างมาก ในการวินิจฉัยเพิ่มเติมว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ละเมิดการรับประกันความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายตามมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญรั ที่บรองการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สอดคล้องกับมาตรา 9 และบทบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน เราเห็นว่ารัฐต่างๆ สามารถคงไว้ซึ่งกีฬาสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงที่เป็นเพศหญิงทางชีววิทยาได้ รัฐสามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิแข่งขันกีฬาของผู้หญิงและเด็กหญิงโดยพิจารณาจากเพศทางชีววิทยาได้ รัฐธรรมนูญและมาตรา 9 ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการปฏิรูปหรือปรับเปลี่ยนระบบกีฬาของผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วอเมริกา” ผู้พิพากษาหัวอนุรักษ์นิยม เบรตต์ คาวานาห์ เขียนไว้ในคำตัดสิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์บน Truth Social หลังคำตัดสินดังกล่าวว่า “ชัยชนะครั้งใหญ่: ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งตัดสินคัดค้านการที่ผู้ชายเล่นกีฬาของผู้หญิง ว้าว! เรื่องไร้สาระจะได้หมดไปเสียที!!!”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่เป็นการตัดสินครั้งสำคัญครั้งที่สองของศาลที่ต่อต้านโจทก์ที่เป็นคนข้ามเพศภายในระยะเวลาหนึ่งปี ในคดีจากรัฐเทนเนสซีในเดือนมิถุนายน 2025 ศาลอนุญาตให้รัฐต่างๆ ห้ามการรักษาทางการแพทย์เพื่อยืนยันเพศสภาพสำหรับผู้เยาว์ที่เป็นคนข้ามเพศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ศาลฎีกายังได้มีคำตัดสินคัดค้านข้อจำกัดด้านการระดมทุนทางการเมืองต่างๆ อีกด้วย โดยนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ศาลฎีกาสหรัฐได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกข้อจำกัดด้านการเงินหาเสียงเลือกตั้งหลายประการ และในวันอังคาร ศาลก็เข้าข้างฝ่ายผู้ฟ้องที่เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งรวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ในคดีที่คัดค้านข้อจำกัดของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับการใช้จ่ายร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่คณะกรรมการหลักของพรรครีพับลิกันกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยมีความได้เปรียบด้านเงินทุนเหนือพรรคเดโมแครตอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลมีมติ 6 ต่อ 3 โดยคาวานอห์เป็นผู้เขียนคำวินิจฉัย และได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งศาลเห็นว่า เพดานวงเงินปัจจุบันที่กำหนดจำนวนเงินซึ่งพรรคการเมืองสามารถใช้จ่ายในการหาเสียงร่วมกับผู้สมัครโดยได้รับข้อมูลหรือคำแนะนำจากผู้สมัครนั้น เป็นการละเมิดบทบัญญัติของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐ ฉบับที่ 1 ซึ่งคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและห้ามรัฐบาลจำกัดเสรีภาพดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงวาระการพิจารณาคดีของศาลฎีกา 9 เดือนที่ผ่านมา ศาลได้มีคำตัดสินที่สำคัญหลายประการ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ศาลได้ปฏิเสธมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของทรัมป์ที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่ใช้สำหรับภาวะฉุกเฉินระดับชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสนับสนุนการที่ทรัมป์ปลดสมาชิกคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการขยายอำนาจของประธานาธิบดีในการกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐบาล พร้อมทั้งล้มล้างบรรทัดฐานทางกฎหมายที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 ซึ่งเคยจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการปลดเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอิสระมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ในอีกคดีหนึ่งที่พิจารณาแยกต่างหาก ศาลปฏิเสธที่จะเปิดทางให้ทรัมป์ปลด ลิซา คุก กรรมการของคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ออกจากตำแหน่งได้ทันที เป็นอาทิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786406?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ</dc:alternative><dc:abstract>ศาลฎีกาปัดตกนโยบายทรัมป์ ห้ามสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ไฟเขียวห้ามนักกีฬาข้ามเพศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T01:06:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T01:06:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sc1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1201</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1201</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786126]]></link><pubDate>2026-06-30T19:13:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5786126</guid><description>ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เอพี รายงานว่า มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดของจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน &lt;strong&gt;เอพี&lt;/strong&gt; รายงานว่า มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดของจีน ถูกศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี เมื่อจันทร์ที่ผ่านมา ในข้อหาฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ ที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางระบุว่า ทำให้ผู้คนทั่วโลกกว่าพันคนสูญเสียเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กัวเหวินกุ้ย&lt;/strong&gt; หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไมล์ส กัว และ โฮ หวัน กว็อก หลบหนีออกจากจีนเมื่อ 10 ปีก่อน และเปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นนักวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ในสหรัฐ ถูกตัดสินลงโทษในศาลแมนฮัตตัน ที่เต็มไปด้วยผู้สนับสนุนเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษา อนาลิซา ตอร์เรส ระบุว่า เขาฉวยโอกาสจากผู้ที่พยายามนำประชาธิปไตยมาสู่จีน โดยเอาเงินของพวกเขาไปใช้อย่างฟุ่มเฟือย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนถูกตัดสินลงโทษ เขาประท้วงการปฏิบัติที่เขาได้รับในเรือนจำ โดยกล่าวว่า เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อเช้าวันจันทร์ เขาโต้อัยการที่ว่าเขาแกล้งป่วย โดยระบุว่า เขาอาเจียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะถูกนำตัวกลัวไปเรือนจำก่อนจะถูกนำตัวขึ้นศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาพูดถึงคดีอาญานี้เพียงสั้นๆ โดยกล่าวปกป้องเจตนาของตนเองด้วยการอ้างถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า &lt;strong&gt;&amp;#8220;เหตุผลที่ผมมาสหรัฐ ก็เพื่อทำลายพรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาโทษ ผู้พิพากษาได้อ่านข้อความบางส่วนจากจดหมายที่ได้รับจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ที่บรรยายถึงการสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต ความรู้สึกวิตกกังวลและอับอายอย่างรุนแรง และ การที่สมาชิกในครอบครัวรุมต่อว่าเพราะตัดสินใจลงทุนผิดพลาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาระบุว่า กัวไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองแต่กลับยืนยันอย่างเหลือเชื่อว่าการกระทำของเขาไม่สร้างความเสียหายให้ใคร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธอกล่าวว่าเขา &amp;#8220;ได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนคุกคามและข่มขู่ผู้ที่กล้าพูดต่อต้านเขา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้พิพากษาได้สั่งให้กัว ได้ชดใช้เงิน 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่กัวเหวินกุ้ย จะถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยไม่ให้ประกันตัวเมื่อ 3 ปีก่อน เขาสนิทสนมกับ สตีฟ แบนนอน นักยุทธศาสตร์การเมืองสายอนุรักษ์นิยมมากถึงขนาดที่ทั้งคู่ประกาศแผนการร่วมกันเพื่อโค้นล้มรัฐบาลจีนในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรูที่มองเห็นวิวเซ็นทรัลพาร์ค และเข้าร่วมชมรมกอล์ฟมาร์-อา-ลาโก ฟลอริดา ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการ ได้ยื่นขอให้เขาถูกจำคุกอย่างน้อย 30 ปี โดยกล่าวว่าการฉ้อโกงที่ &amp;#8220;น่าตกใจ&amp;#8221; ของเขาตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 ทำลายชีวิตผู้คนนับร้อย และทิ้งความเสียหายแก่ผู้เสียหายและครอบครัวที่ได้รับความเสียหายทางการเงิน อารมณ์ และจิตใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่า ทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบของเขานั้นหล่อเลี้ยง “วิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและหรูหราเกินควร ชีวิตที่ประดับประดาด้วยคฤหาสน์ เรือยอชต์ รถแข่ง เสื้อผ้าแบรนด์เนม และเฟอร์นิเจอร์หรูหรา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการระบุว่า นายกัวได้ชักชวนผู้คนหลายแสนคน ให้นำเงินรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 ล้านบาท มาลงทุนในกิจการที่เขาเป็นผู้ควบคุม รวมถึงบริษัทสื่อ GTV Media Group Inc. ตลอดจนกลุ่มที่เรียกตนเองว่า Himalaya Farm Alliance และ Himalaya Exchange&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเอกสารที่ยื่นต่อศาลก่อนการพิพากษาลงโทษ รัฐบาลระบุว่านายกัวไม่มีความสำนึกผิดต่อการกระทำความผิดของตน หลังจากที่เขาฉวยโอกาสจากกฎหมายการลี้ภัยของสหรัฐ ที่มีความหละหลวมเพื่อสร้างความมั่งคั่งและอิทธิพลในอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัวถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 9 จาก 12 ข้อหาทางอาญา ในระหว่างการพิจารณาคดีนานเจ็ดสัปดาห์ ซึ่งอัยการกล่าวว่าเป็นการเปิดเผยการหลอกลวงนักลงทุนหลายพันคนด้วยข้อตกลงปลอมเพื่อให้กัวมีวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ฝั่งทนายของกัว ระบุว่า ความมั่งคั่งของกัวเพิ่มพูนขึ้นเมื่อครอบครัวของเขา กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน ทว่าเขาตกเป็นเป้าของรัฐบาลจีน หลังจากออกมาเปิดโปงพฤติกรรมทุจริตของคนเหล่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนตั้งข้อหาเขาในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ลักพาตัว ติดสินบน และความผิดอื่นๆ แต่กัวปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้น โดยระบุว่าเป็นเรื่องเท็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่าได้รับทราบคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งชี้ว่า นายกัวเป็นบุคคลที่รัฐบาลจีนต้องการตัวและมีหมายจับของตำรวจสากลกำกับอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5786126?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท</dc:alternative><dc:abstract>ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 30 ปี กัวเหวินกุ้ย มหาเศรษฐีจีนที่ลี้ภัย ฐานฉ้อโกง หลายหมื่นล้านบาท</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-30T12:13:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-30T12:13:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/52745248.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/52745248-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/52745248.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/52745248-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/01054-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/01054-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5785373]]></link><pubDate>2026-06-30T13:43:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5785373</guid><description>เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15 สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเหมืองหยกทางตอนเหนือของเมียนมาถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายอีก 15 คน เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งน่าจะเกิดจากฝ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเหมืองหยกทางตอนเหนือของเมียนมาถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายอีก 15 คน เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งน่าจะเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กองหินในเหมืองหยกร้างถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะโกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน ระบุว่า นับจนถึงขณะนี้มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และอีกราว 15 คนยังคงสูญหายจากเหตุเหมืองหยกถล่มในในเมืองผากั้น รัฐคะฉิ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กลุ่มอาสาสมัคร และชาวบ้านได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในวันจันทร์ แม้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มเพิ่มเติม ขณะที่มีการส่งศพที่พบให้กับครอบครัวแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมืองผากั้น ซึ่งเป็นแหล่งหยกคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประสบปัญหาดินถล่มบ่อยครั้งในช่วงฤดูมรสุม รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านและแรงงานต่างถิ่นจำนวนมากเข้าไปค้นหาหยกที่เหลืออยู่ตามเหมืองร้าง แม้จะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5785373?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15</dc:alternative><dc:abstract>เหมืองหยกร้างเมียนมาถล่ม ดับ 5 สูญหาย 15</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-30T07:16:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-30T07:16:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784955]]></link><pubDate>2026-06-30T10:37:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5784955</guid><description>เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย รวมถึงชายวัย 45 ปีที่ก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พักพิงสำหรับแม่และเด็กทางตอนเหนือของเยอรมนีใกล้กับฮัมบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย รวมถึงชายวัย 45 ปีที่ก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พักพิงสำหรับแม่และเด็กทางตอนเหนือของเยอรมนีใกล้กับฮัมบูร์ก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 รายเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชายผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวมีนัดหมายที่ศูนย์พักพิงในเมืองสตาเดในช่วงเช้าวันจันทร์ ซึ่งเขามีข้อพิพาทเรื่องการดูแลบุตร ก่อนที่จะเปิดฉากยิงในช่วงเที่ยง โดยเหยื่อทั้งหมดเป็นหญิง 4 ราย และชาย 2 ราย เป็นพนักงานของศูนย์ ขณะที่ลูกสาววัย 3 เดือนของชายคนดังกล่าวและแม่เด็กปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยว่าลงมือก่อเหตุ มารดาของเด็ก และหญิงอีกคนหนึ่งถูกควบคุมตัวไว้แล้ว ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงอาศัยอยู่ในเขตฮันโนเวอร์ เกิดในเยอรมนี และมีเชื้อสายตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจได้ปิดล้อมพื้นที่ใกล้กับสถานที่เกิดเหตุในถนนปูหินที่มีบ้านอิฐแดง และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ในชุดสีขาวและตำรวจนอกเครื่องแบบก็อยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจยังคงเก็บหลักฐานอยู่จนถึงเย็นวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ แต่ต่อมาก็ยืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อประชาชนทั่วไป ขณะที่เหยื่อ 5 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนอีก 1 รายเสียชีวิตในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมตกใจอย่างยิ่งกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในสถานที่ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ให้ความคุ้มครองและความปลอดภัย&amp;#8221; ประธานาธิบดีแฟรงค์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ของเยอรมนี กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุกราดยิงหมู่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเยอรมนี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784955?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมนีช็อก! กราดยิงศูนย์พักพิงแม่และเด็กใกล้ฮัมบูร์ก ดับ 6</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-30T04:18:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-30T04:18:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/gs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784853]]></link><pubDate>2026-06-30T09:13:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5784853</guid><description>เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น ความไม่พอใจของชาวเวเนซุเอลาเพิ่มสูงขึ้นทั่วเประเทศ จากการที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความไม่พอใจของชาวเวเนซุเอลาเพิ่มสูงขึ้นทั่วเประเทศ จากการที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวสองครั้งติดกันเมื่อ 5 วันก่อนซึ่งเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่การช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์เกิดขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ และจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 1,719 ราย ในวันที่ 29 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น เชื่อว่ามีมากถึง 140 รายที่ถูกส่งตัวกลับจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงเด็กๆ ที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่พังถล่มลงจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ริกเตอร์เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน โดยมีผู้บาดเจ็บ 5,034 คน และผู้ไร้ที่อยู่อาศัย 15,866 คน ด้านจำนวนผู้สูญหายอยู่ที่ราว 45,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นคือการช่วยเหลือนายแอรอน เลวี วัย 21 ปี จากอาคารที่พังถล่มในรัฐลาไกวรา ที่ประสบภัยพิบัติหนักที่สุด หลังจากเขาติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนาน 106 ชั่วโมง โดยปฏิบัติการกู้ภัยใช้เวลา 43 ชั่วโมง ตามคำกล่าวของเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรดริเกซกล่าวว่า ทางการได้จัดตั้งศูนย์พักพิง 15 แห่งในลาไกวรา รวมถึงค่ายพักชั่วคราวอีก 50 แห่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว พร้อมกล่าวยกย่องชาวเวเนซุเอลาสำหรับความสงบและความเข้มแข็งของพวกเขา โดยกล่าวโทษว่าความโกรธแค้นใดๆ ต่อรัฐบาลนั้นเกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“อย่าไปสนใจข่าวลือ อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกชักจูงด้วยกลยุทธ์การบิดเบือนข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือการบิดเบือนข้อมูลของสื่อที่มุ่งหวังเพียงแค่เพิ่มความไม่สงบและความวิตกกังวล ข้อมูลทางการเท่านั้นที่เป็นความจริง” โรดริเกซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันที่ห้าของการปฏิบัติการช่วยเหลือ รัฐบาลรายงานว่าอาคารเกือบ 200 หลังพังราบ และอีกหลายร้อยหลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจะเพิ่มขึ้นจากการละเลยเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานมานานหลายทศวรรษ การบังคับใช้กฎหมายควบคุมมาตรฐานอาคารที่หละหลวม และการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่ไม่มีประสิทธิภาพภายใต้อดีตผู้นำอย่างฮูโก ชาเวซ และนิโคลัส มาดูโร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาคมระหว่างประเทศได้ระดมกำลังช่วยเหลือเวเนซุเอลาในการรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ดังกล่าว โดยความช่วยเหลือส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่รัฐลาไกวรา ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีประเทศที่ส่งทีมกู้ภัยมาร่วมให้ความช่วยเหลือจาก 30 ประเทศ รวมถึงส่งเสบียง 1,000 ตัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและสนับสนุนมากกว่า 3,600 คน และสุนัขค้นหาและกู้ภัย 118 ตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อกแรง 4.6 แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ระดับความลึกเพียง 10 กิโลเมตร เกิดขึ้นที่ทางตอนเหนือของกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ในวันที่ 29 มิถุนายน แต่ไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ เพิ่มเติมจากแผ่นดินไหวดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784853?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น</dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯเคือง ความช่วยเหลือล่าช้า ดับพุ่ง 1.7 พัน เจ็บครึ่งหมื่น สูญหาย 4.5 หมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-30T02:18:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-30T02:18:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/v1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784784]]></link><pubDate>2026-06-30T08:20:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5784784</guid><description>สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งสองตลาดในวันที่ 29 มิถุนายน ตามเวลาในสหรัฐ เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งสองตลาดในวันที่ 29 มิถุนายน ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อสิ้นสุดการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.61% มาอยู่ที่ 73.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 70.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างมาก แม้ว่าการโจมตีตอบโต้ล่าสุดของสหรัฐและอิหร่านสะท้อนให้เห็นว่าข้อตกลงชั่วคราวยังเปราะบาง ขณะที่ความคาดหวังว่าการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะค่อยๆ ฟื้นตัว กลับสร้างความผันผวนให้กับตลาด อย่างไรก็ดีการที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและอิหร่านจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน ที่ประเทศกาตาร์ ก็ยังทำให้มีความหวังว่าจะยังสามารถมีความคืบหน้าในการหารือระหว่างทั้งสองฝ่ายต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ตลาดเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงแล้วว่า น้ำมันทุกบาร์เรลจะไม่สามารถส่งออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ข้างหน้า คุณไม่สามารถเร่งให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบได้มากเท่ากับระดับก่อนเกิดสงครามในทันที ตราบใดที่สถานการณ์ยังมีความเสี่ยง ใครก็ตามที่มีเรือก็ยังต้องเผชิญความเสี่ยงว่าเรือลำนั้นอาจถูกโจมตีขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอ ร์มุซ&amp;#8221; บ็อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพลังงานของบริษัท Mizuho กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดบตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นดังกล่าว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัว หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนถูกเทขายจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 306.33 จุด หรือ 0.59% ปิดที่ 52,182.44 จุด ดัชนี S&amp;amp;P 500 เพิ่มขึ้น 86.36 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 7,440.38 จุด และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 522.53 จุด หรือ 2.07% ปิดที่ 25,820.14 จุด ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกของ MSCI เพิ่มขึ้น 9.78 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 1,112.38 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป และดัชนี FTSEurofirst 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นหลักของยุโรป ต่างปิดบวกไม่ถึง 0.1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ MSCI เพิ่มขึ้น 2.81 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 1,709.21 จุด ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 107.23 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 69,468.11 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มาตรวัดเงินเฟ้อในสหรัฐกลับปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ โดยราคาทองคำปรับตัวลดลง 1.8% มาอยู่ที่ 4,014.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากสิ้นสุดไตรมาสที่สองราคาทองคำยังอยู่ในระดับดังกล่าว ก็จะทำราคาทองคำจะปรับตัวลดลงประมาณ 14% ซึ่งจะเป็นการลดลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784784?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ</dc:alternative><dc:abstract>สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-30T01:21:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-30T01:21:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ir1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>632</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>632</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784506]]></link><pubDate>2026-06-29T18:10:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5784506</guid><description>บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท บริติช อเมริกัน โทแบคโค (BAT) บริษัทข้ามชาติสัญชา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท บริติช อเมริกัน โทแบคโค (BAT) บริษัทข้ามชาติสัญชาติอังกฤษ-อเมริกัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ยี่ห้อดัง อาทิ Dunhill, Kent และ Rothmans เตรียมเลิกจ้างพนักงานจำนวน 5,500 ตำแหน่ง หรือ 1 ใน 5 ของพนักงานทั้งบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลกประมาณ 47,000 คน ส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ BAT เพื่อมุ่งลดต้นทุนและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทให้มีความคล่องตัวมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กอ้างอิงรายงานจากการประกาศแจ้งภายในองค์กรของ BAT แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยาสูบแห่งนี้ ซึ่งระบุว่า ภายในสิ้นปี 2026 บริษัท BAT จะเลิกจ้างพนักงาน 5,500 ตำแหน่ง และจะหันไปใช้การจ้างงานจากภายนอก (outsourcing) ทำงานแทน 3,500 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BAT ได้ร่วมมือกับบริษัท Accenture เพื่อจัดจ้างจากภายนอกให้รับผิดชอบงานหลายด้าน รวมถึงศูนย์บริการ ซึ่งโดยปกติเป็นหน่วยงานที่มีพนักงานของบริษัทจำนวนมาก โดยตำแหน่งงานบางส่วนในสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ คอสตาริกา เม็กซิโก โปแลนด์ โรมาเนีย และ มาเลเซีย ได้ถูกโอนไปอยู่ภายใต้การดูแลของ Accenture แล้ว นอกจากนี้ ตำแหน่งงานบางส่วนในปากีสถาน ยังเอาท์ซอร์สให้บริษัท Systems Ltd ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและธุรกิจของปากีสถาน เป็นผู้ดำเนินการแทนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กรายงานว่า ตัวเลขการเลิกจ้างดังกล่าวยังไม่รวมธุรกิจของ BAT ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทลูกอย่าง Reynolds American&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเทศส่วนใหญ่ที่ BAT ดำเนินธุรกิจอยู่ ได้รับผลกระทบจากแผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่กำลังดำเนินอยู่นี้ โดยก่อนหน้านี้ BAT ให้คำมั่นว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายรายปีได้ปีละ 600 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปี 2028&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ BAT กำลังเผชิญกับความต้องการบุหรี่แบบดั้งเดิมที่ลดลงในหลายตลาดทั่วโลก ขณะเดียวกันบริษัทยังจำเป็นต้องลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์นิโคตินทางเลือกอื่นๆ ที่ยั่งยืนกว่า ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาวิธีเลิกสูบบุหรี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกับคู่แข่งในตลาดอย่างบริษัท Philip Morris International ทาง BAT ตั้งเป้าที่ต้องการให้รายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัท มาจากผลิตภัณฑ์นิโคตินแบบไร้ควัน อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า Vuse และ Velo ผลิตภัณฑ์นิโคตินชนิดซอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างองค์กรของ BAT ส่วนหนึ่งยังเกี่ยวข้องกับการปิดโรงงานผลิตบุหรี่แบบดั้งเดิม โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา BAT ระบุว่าได้ปิดโรงงานผลิตบุหรี่ของบริษัทที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาใต้เป็นแห่งที่ 8 เนื่องจากการแข่งขันจากการค้าที่ผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้ในปี 2026 BAT ได้คาดการณ์ว่าปริมาณยอดขายในอุตสาหกรรมบุหรี่ทั่วโลกจะลดลงร้อยละ 2 ในปี 2026&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายจาเวด อิคบาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ BAT กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า การใช้ปัญญาประดิษฐ์(AI) และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลจะส่งผลกระทบต่อจำนวนพนักงานด้วยเช่นกัน โดยแผนการลดต้นทุนส่วนใหญ่ของ BAT ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 500 ล้านปอนด์นั้น จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784506?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน</dc:alternative><dc:abstract>บ.ผลิตบุหรี่ยี่ห้อดัง จ่อปลดพนง.ทั่วโลก 5,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปีนี้ ชี้ปมสูบลด-ใช้ AI แทน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T11:10:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T11:10:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-171859-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784005]]></link><pubDate>2026-06-29T15:32:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5784005</guid><description>เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กองทัพปากีสถานเปิดปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินและอาก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กองทัพปากีสถานเปิดปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินและอากาศถล่มอัฟกานิสถานในช่วงข้ามคืนวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีพลเรือนในอัฟกานิสถานถูกสังหารเสียชีวิตอย่างน้อย 36 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 160 ราย ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนระหว่างสองประเทศทวีความตึงเครียดหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัตตุลเลาะห์ ตาราร์ รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของปากีสถาน กล่าวอ้างว่ากองกำลังปากีสถานได้โจมตีภาคพื้นดินตามแนวชายแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถานในคืนที่ผ่านมาตามด้วยการโจมตีทางอากาศต่อที่มั่นและที่กบดานของกองกำลังติดอาวุธในอัฟกานิสถาน ซึ่งสังหารนักรบได้ 29 คน ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถานได้โจมตีข้ามแดนเข้ามาในปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายฮัมดุลเลาะห์ ฟิตราต รองโฆษกรัฐบาลทาลิบัน ผู้ปกครองอัฟกานิสถาน ประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการรุกรานที่ขี้ขลาดและการกระทำที่โหดร้าย และว่า กองกำลังปากีสถานได้โจมตีบ้านหลังหนึ่งในเขตชัมคานี จังหวัดปักเตีย ส่งผลให้ชายชราและเด็กเสียชีวิต ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวได้รับบาดเจ็บ เมื่อชาวบ้านต่างพากันมาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พื้นที่ดังกล่าวก็ถูกโจมตีซ้ำ ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 28 ราย และบาดเจ็บ 158 ราย และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตกียาน หลังบ้านหลังหนึ่งถูกโจมตี เช่นเดียวกับบ้านของประชาชนอีกหลังในจังหวัดกุนาร์ที่ถูกโจมตี แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีปศุสัตว์ 30 ตัวที่ถูกเลี้ยงไว้ต้องตาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถานที่มุ่งเป้าไปที่ตำรวจและกองกำลังความมั่นคงของปากีสถานเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยทางการปากีสถานกล่าวโทษกลุ่มทาลิบันปากีสถาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ เตห์รีกอีทาลิบัน ปากีสถาน หรือ TTP และกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงสั่นคลอนความมั่นคงในปากีสถาน ทั้งนี้ กลุ่มทาลิบันปากีสถานได้แยกตัวออกมา แต่ยังเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทาลิบันอัฟกานิสถาน ซึ่งหวนกลับมามีอำนาจปกครองประเทศอัฟกานิสถานอีกครั้งในปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีข้ามแดนและปฏิบัติการภาคพื้นดินในวันอาทิตย์เกิดขึ้นไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังจากที่กองทัพปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศที่อ้างว่าเป็นที่หลบซ่อนของกลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถาน เหตุโจมตีดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสงบสุขที่เกิดขึ้นได้ประมาณ 1 เดือน หลังจากที่ปากีสถานระบุว่าเป็น &amp;#8220;สงครามเปิด&amp;#8221; ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าจะมีความพยายามจากนานาชาติในการช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5784005?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160</dc:alternative><dc:abstract>เดือด! ปากีสถาน เปิดโจมตีทางอากาศ-พื้นดิน ถล่มอัฟกา มุ่งเป้ากลุ่มติดอาวุธ แต่ดับพลเรือน 36 เจ็บกว่า 160</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T09:16:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T09:16:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-29T073215Z_1385860401_RC2G3MAVZ1PM_RTRMADP_3_PAKISTAN-OPERATION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783648]]></link><pubDate>2026-06-29T12:28:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783648</guid><description>ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียได้จับกุมลูกเรือสาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียได้จับกุมลูกเรือสายการบินชาวไทย อายุ 26 ปี ฐานพยายามลักลอบนำเข้าเฮโรฮีนน้ำหนักรวมกว่า 1 กิโลกรัม มีมูลค่าในตลาดมืดราว 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 11.5 ล้านบาท หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาเสพติดดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอขณะเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ผู้ต้องหาเดินทางมาถึงสนามบินเมลเบิร์นในฐานะลูกเรือของเที่ยวบินระหว่างประเทศ กระเป๋าเดินทางของเธอผ่านการตรวจเอกซเรย์ตามปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าผ้าจำนวน 12 ใบที่เธอนำติดตัวมา การตรวจสอบอย่างละเอียดพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าทั้ง 12 ใบ ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน โดยมีน้ำหนักรวมกันมากกว่า 1 กิโลกรัม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหา 2 กระทง ได้แก่ การนำเข้ายาเสพติดที่อยู่ภายใต้การควบคุมชายแดนที่มีปริมาณมากพอสำหรับการจำหน่าย และการครอบครองยาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณที่เข้าข่ายเชิงพาณิชย์ ทั้งสองข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี และอาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 825,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 18.99 ล้านบาท) ตามกฎหมายอาญาของออสเตรเลีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลินท์ ซิมส์ ผู้บัญชาการกองกำลังชายแดนออสเตรเลีย กล่าวว่า ขบวนการอาชญากรรมยังคงพยายามลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง และไม่มีสถานะหรือตำแหน่งใดที่จะช่วยให้อาชญากรเหล่านี้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านซีโมน บุตเชอร์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมุ่งเน้นไปที่บุคคลที่ฉวยโอกาสจากหน้าที่การงานหรือสถานะทางสังคมของตนเพื่อสนับสนุนการค้ายาเสพติด ซึ่ง AFP ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783648?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ออสซี่ จับแอร์สาวไทย ลอบขนเฮโรอีน กว่า 1 กก. มูลค่า 11.5 ล้านบ. คาสนามบิน ตั้ง 2 ข้อหา โทษคุกสูงสุด 25 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T06:11:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T06:11:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/dFQROr7oWzulq5Fa7HhgWkXgOxGQLLIuQs5hwQqYqUeQ1VrAVLjdnvZ98nmWKn6P0qX-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783587]]></link><pubDate>2026-06-29T12:02:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783587</guid><description>ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13 สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อเวลา 00.12 น.ของวันที่ 29 มิถุนายน เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.5 แมกนิจูด ขึ้นบริเวณเขตเกาเซียง ในเมืองอี๋ป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อเวลา 00.12 น.ของวันที่ 29 มิถุนายน เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.5 แมกนิจูด ขึ้นบริเวณเขตเกาเซียง ในเมืองอี๋ปิน มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีนระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 6 กม.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติเมืองอี๋ปิน ได้ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินระดับ 3 เพื่อตอบสนองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุในทันที โดยมีรายงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 13 ราย ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว และมีการอพยพประชาชน 196 รายไปยังพื้นที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงเป็นปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีนมีระบบการรับมือเหตุฉุกเฉินแบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยระดับ 1 ถือเป็นระดับสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783587?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13</dc:alternative><dc:abstract>ดินไหวแรง 5.5 เขย่ามณฑลเสฉวน ต้องอพยพปชช.เกือบ 200 เจ็บเล็กน้อย 13</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T05:13:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T05:13:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-115801-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783529]]></link><pubDate>2026-06-29T11:40:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783529</guid><description>ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ ชีค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ วัย 78 ปี ที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอินเดีย หลังถูกพลังมวลชนโค่นลงจากอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชีค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ วัย 78 ปี ที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอินเดีย หลังถูกพลังมวลชนโค่นลงจากอำนาจเมื่อปีเกือบ 2 ปีก่อน ประกาศว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศในปีนี้ โดยไม่หวั่นต่อคำตัดสินโทษประหารชีวิตที่ศาลบังกลาเทศสั่งลงโทษเธอในการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งนางฮาสินาประณามว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นสิ่งที่”ผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ และมีแรงจูงใจทางการเมือง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฮาสินากล่าวถึงความมุ่งมั่นในการจะกลับประเทศในระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NDTV สื่ออินเดีย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่า เธอไม่หวั่นต่อความเสี่ยงอันตรายและจะฟันฝ่าทุกอุปสรรคและทุกแผนการสมคบคิดเพื่อจะเดินทางกลับบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคและทุกแผนการสมคบคิดเพื่อกลับประเทศภายในปีนี้&amp;#8221; ฮาสินากล่าวเมื่อถูกถามว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่แม้ว่าจะต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิต โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอระบุช่วงเวลาที่จะเดินทางกลับประเทศ หลังจากที่นางฮาสินาถูกพลังมวลชนนำโดยกลุ่มนักศึกษาลงถนนประท้วงขับไล่รัฐบาลของเธออย่างรุนแรงในเดือนสิงหาคมปี 2024 ก่อนที่นางฮาสินาจะหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยลี้ภัยมาหลบอยู่ในประเทศอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ศาลธากาตัดสินโทษประหารชีวิตนางฮาสินา หลังจากชี้ขาดว่าเธอมีความผิดฐานปลุกปั่น สั่งฆ่าและล้มเหลวในการป้องกันการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนของเจ้าหน้าที่ในการใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในการให้สัมภาษณ์กับ NDTV ฮาสินาได้ปฏิเสธคำตัดสินของศาลธากา โดยกล่าวหากระบวนการยุติธรรมของบังกลาเทศว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นทางการเมืองเพื่อมุ่งที่จะกำจัดความเป็นผู้นำของพรรคสันนิบาตอาวามีของเธอ “ฉันไม่กลัวตาย” ฮาสินากล่าวและว่า ความพยายามที่ผ่านมาในการจะกำจัดพรรคการเมืองของเธอนั้นประสบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เธอยังกล่าวถึงแผนการจะกลับประเทศของเธอว่าไม่ได้ถูกขับเคลื่อนจากความทะเยอทะยานภายในตัวของเธอ แต่เกิดจากสิ่งที่เธอเรียกว่าภารกิจที่กว้างกว่าเดิม ซึ่งก็คือการฟื้นฟูสิทธิทางการเมือง ประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และจิตวิญญาณแห่งสงครามปลดปล่อยประเทศเมื่อปี ค.ศ. 1971&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฮาสินายังกล่าวปกป้องพรรคสันนิบาตอาวามีว่ายังคงฝังรากลึกอยู่ในบังกลาเทศ แม้ว่าจะถูกห้ามดำเนินกิจกรรมใดๆ ก็ตาม โดยมาตรการห้ามดังกล่าวที่บังคับใช้ครั้งแรกในรัฐบาลชั่วคราวและยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงรัฐบาลนายทาริก เราะห์มาน นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศคนปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783529?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ</dc:alternative><dc:abstract>ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T04:40:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T04:40:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-29-113159-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา The Wood Solution Thailand Forum 2026 ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783426]]></link><pubDate>2026-06-29T10:57:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783426</guid><description>ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา The Wood Solution Thailand Forum 2026 ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และ Thailand and Nordic Countries Inn [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;The Wood Solution Thailand Forum 2026 &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และ Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ Eco Innovation Foundation (EIF) Stockholm Environment Institute (SEI) และ Swedish International Development Cooperation Agency (SIDA) จัดเวทีเสวนา &lt;strong&gt;The Wood Solution Thailand Forum 2026 &amp;#8220;ธรรมชาติแก้วิกฤต ไม้เศรษฐกิจแก้อนาคต&amp;#8221;&lt;/strong&gt; เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอผลงานวิจัย โครงการนำร่อง รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิสัยทัศน์จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคการศึกษา ภาคเอกชน จนถึงภาคประชาสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมป่าไม้และการก่อสร้างด้วยไม้อย่างยั่งยืนในไทยผ่านความร่วมมือระหว่างไทย-สวีเดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงกล่าวเปิดงาน &lt;strong&gt;นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ระบุว่า ในระยะกว่าสามปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ และ TNIU ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรทั้งไทยและสวีเดนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ บุกเบิกแนวทาง เชื่อมโยงหน่วยงาน และเสริมสร้างเครือข่ายในประเด็นการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและการก่อสร้างอาคารด้วยไม้ โดยมุ่งหวังให้ไทยได้นำแนวปฏิบัติที่ดีจากสวีเดนมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ไทยในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐รู้จักโครงการ Wood Solution และจุดมุ่งหมาย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;&amp;#8220;เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการปกป้องสิ่งแวดล้อมหรือการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ภายใต้อุตสาหกรรมไม้ที่ยั่งยืน ทั้งสองอย่างจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้&amp;#8221; &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สโลแกนข้างต้นคือแนวคิดหลักของโครงการ Wood Solution Thailand ระยะยาว 7-10 ปี ซึ่งนำเสนอแนวทางการพัฒนาแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบวิศวกรรมอุตสาหกรรมการก่อสร้างด้วยไม้ ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน บนพื้นฐานของป่าไม้ท้องถิ่นที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน เปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นทรัพยากรที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเปลี่ยนการเติบโตของเมืองคาร์บอนต่ำให้เป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชนบท โดยกระบวนการเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กล่าวคือ Wood Solution Thailand มีจุดมุ่งหมายในการสร้างและขยายเศรษฐกิจป่าไม้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย โครงการนี้ยังรวมถึงกระบวนการฟื้นฟูป่าไม้ สร้างระบบนิเวศที่จำเป็นสำหรับไม้แปรรูปอย่างยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย&lt;br /&gt;
ดังนั้น Wood Solution Thailand จึงเปรียบดั่งเข็มทิศนำทิศทางอุตสาหกรรมป่าไม้และการก่อสร้างด้วยไม้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย และเป็นก้าวสำคัญในการไปสู่การพัฒนาป่าไม้และเศรษฐกิจชีวภาพอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โครงการ Wood Solution Thailand ยังเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือไทย-สวีเดนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-สวีเดนเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ได้ระบุให้การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนเป็นสาระสำคัญประการหนึ่งของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5783442&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจัดสัมมนามีกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นตลอดทั้งวัน รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ มีการเสนอโครงการใหม่ๆ ด้านการพัฒนาป่าไม้ยั่งยืนในมิติต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนโครงการนำร่องต้นแบบบ้านหรืออาคารด้วยไม้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงการเสวนาภายใต้หัวข้อ &amp;#8220;&lt;strong&gt;แนวทางแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ อุตสาหกรรมการเติบโตใหม่: เราจะสร้างความร่วมมือที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้ที่ยั่งยืนได้อย่างไร&amp;#8221;&lt;/strong&gt; มีผู้ร่วมอภิปรายผลลัพธ์และข้อคิดเห็นเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อจัดทำแผนงานจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชาวไทยเกี่ยวกับระบบห่วงโซ่อุปทานในวาระถัดไป ได้แก่ &lt;strong&gt;ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา&lt;/strong&gt; ที่ปรึกษานโยบายทรัพยากรธรรมชาติและการลดก๊าซเรือนกระจก และนโยบายด้านภูมิอากาศและการพัฒนาสีเขียว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) &lt;strong&gt;นายณัฐวิน พงษ์เภตรารัตน์&lt;/strong&gt; กรรมการผู้จัดการบริษัท TPS Garden Furniture และสมาชิกคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจไม้ &lt;strong&gt;นางสาวธนิดา ลอเสรีวานิช&lt;/strong&gt; หัวหน้าทีมวิจัยประจำ Climate Finance Network Thailand (CFNT) และ&lt;b&gt; ดร.โชติ อินทวงศ์&lt;/b&gt; ตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอดิศร์ให้ภาพรวมปัญหาและความท้าทายของสถานการณ์ป่าไม้ไทยในปัจจุบันอย่างกระชับ โดยชี้ว่า พื้นที่ป่าไม้ไทยไม่เพิ่มขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว มิหนำซ้ำยังขาดหายไปราว 28 ล้านไร่ ซึ่งเปรียบได้กับ 3-4 จังหวัดรวมกัน โดยที่ผ่านมา การจัดการหรือดูแลป่าไม้จำเป็นต้องพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงพอกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น จึงเสนอทางเลือกใหม่ในการหางบประมาณเพื่อเป็นพลังใหม่นอกเหนือจากการพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐเพียงช่องทางเดียว โดยนายอดิศเสนอแนวทาง &lt;strong&gt;&amp;#8220;การพลิกฟื้นป่าด้วยพันธบัตรป่าไม้&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอดิศร์ชี้ว่า หลักการพันธบัตรป่าไม้จะเป็นกลไกและเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างด้วยไม้อย่างยั่งยืน เนื่องจากใช้ต้นทุนต่ำ แต่มีขนาดทุนสนับสนุนเศรษฐกิจใหญ่โตจากการสนับสนุนของนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ หลักการดังกล่าวจะทำลายข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทั้งยังเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งประเทศมีส่วนในการดูแลป่าไม้ในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวธนิดา เสนอให้มองตลาดคาร์บอน ระบบมาตรฐาน และ climate finance tracker ในฐานะกลไกขับเคลื่อนและพัฒนาป่าไม้ โดย climate finance tracker เปรียบเสมือนเครื่องมือติดตามกระแสเงินทุนทั้งหมดที่ถูกใช้รับมือกับภาวะโลกรวนในประเทศไทย เพื่อให้การจัดสรรเงินทุนในการรับมือกับภาวะโลกรวนเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นระบบ และมีข้อมูลที่ครบถ้วน นอกจากนี้ เธอยังนำเสนอผลงานวิจัย climate finance to endorse climate transition ซึ่งฉายภาพให้เห็นว่าป่าไม้สามารถลดระดับการปล่อยคาร์บอนได้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5783448&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน &lt;strong&gt;นายณัฐวิน พงษ์เภตรารัตน์&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นตัวแทนภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ชี้ว่า การปิดป่าส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ทั้งในภาคผู้ผลิตและผู้บริโภค เราจึงต้องหาปริมาณความต้องการไม้ พร้อมเปลี่ยนทัศนคติผู้คนว่าการใช้ไม้เป็นการใช้ทรัพยากรที่ดีต่อธรรมชาติ ทำให้ผู้คนเห็นว่ายิ่งใช้ไม้มากเท่าไร ยิ่งดีต่อธรรมชาติและเศรษฐกิจเท่านั้น โดยนายณัฐวินย้ำว่า การปลูกไม้และสนับสนุนอุตสาหกรรมป่าไม้ล้วนมีความสำคัญต่อทุกคน ทั้งภาคชุมขน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ดร. โชติกล่าวถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจและความรับรู้แก่สาธารณชนเสียใหม่ โดยเริ่มจากการแก้ไขวาทกรรมตัดไม้ทำลายป่า เนื่องจากวาทกรรมนี้ไม่ถูกต้องในปัจจุบันอีกต่อไป นอกจากนี้ ดร. โชติ ยังเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคประชาสังคม เพื่อให้การขับเคลื่อนการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนเป็นไปอย่างราบรื่นและก้าวหน้า โดยเสนอแนะให้ภาครัฐเป็นผู้นำทิศทาง มองอุตสาหกรรมไม้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานที่มีความโปร่งใส และตรวจสอบที่มาที่ไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมของการจัด wood solution Thailand Forum 2026 นี้ เอกอัครราชทูตฯอรุณรุ่งเสนอว่า โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขยวและการเปลี่ยนผ่านสีเขยว จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของประเทศไทย และถือเป็นโชคดีของเราที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่อุดมสมบรณ์ไปด้วยป่าไม้ พันธุ์ไม้โตเร็วและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งตรงนี้คือต้นทุนที่เรามีมากกว่าประเทศอื่นๆ ถือเป็นศักยภาพที่ซ่อนเร้น (hidden potential) ดังนั้น อุตสาหกรรมป่าไม้และการก่อสร้างอาคารด้วยไม้ จึงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อรับมือกับความท้าทายในการพัฒนาสีเขียวของไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783426?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา The Wood Solution Thailand Forum 2026 ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา The Wood Solution Thailand Forum 2026 ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน</dc:alternative><dc:abstract>ไทย-สวีเดน จัดเวทีเสวนา The Wood Solution Thailand Forum 2026 ชูก่อสร้าง-จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T03:57:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T03:57:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/อรุณรุ่ง-โพธิ์ทอง-ฮัมฟรีย์ส-เอกอัครราชทูต-ณ-กรุงสตอกโฮล์ม.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/อรุณรุ่ง-โพธิ์ทอง-ฮัมฟรีย์ส-เอกอัครราชทูต-ณ-กรุงสตอกโฮล์ม-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>1500</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>1500</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/รูปรายงาน2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783407]]></link><pubDate>2026-06-29T10:41:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783407</guid><description>สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ว่า อิหร่านและสหรัฐได้ตกลงที่จะยุติการสู้รบกันในอ่าวเปอร์เซีย และกลับมาเปิดกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ว่า อิหร่านและสหรัฐได้ตกลงที่จะยุติการสู้รบกันในอ่าวเปอร์เซีย และกลับมาเปิดการเจรจาอีกครั้งเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการเพิ่มสร้างหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถรักษาข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการโจมตีตอบโต้กันไปมาติดต่อกันหลายวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่า การเจรจาทางเทคนิคจะดำเนินต่อไปในทุกด้านของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) ทั้งสองฝ่ายจะยุติการสู้รบชั่วคราว และเรือสามารถสัญจรได้อย่างอิสระ โดยมีการอ้างถึง MoU 14 ข้อที่ตกลงกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งยุติการต่อสู้และเปิดช่องแคบออร์มุซให้เรือสัญจรได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว Axios ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าวการยุติการสู้รบดังกล่าวก่อนสื่ออื่นๆ อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่ระบุว่า การเจรจาจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในวันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ ที่ประเทศกาตาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การกลับสู่การเจรจาทางการทูตเกิดขึ้นหลังจากมีการโจมตีและตอบโต้กันหลายวัน นับตั้งแต่ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ตกลงกันไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐได้ทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านในวันศุกร์และวันเสาร์ ทำให้อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและบาห์เรนเมื่อเช้าวันอาทิตย์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะล่มสลายหากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงยุติสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อิสราเอลกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าได้โจมตีกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอนอีกครั้ง เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่กลุ่มดังกล่าวใช้ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเลบานอน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากโจมตีเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดกับเลบานอนเมื่อวันศุกร์ไม่นาน อิหร่านกล่าวว่าการสู้รบในเลบานอนต้องยุติลงหากต้องการให้ข้อตกลงโดยรวมนี้คงอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783407?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ-อิหร่าน ยุติโจมตี หวนเจรจาต่อ หลังทรัมป์ขู่ ปิดจ็อบด้วยกำลังทหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T03:41:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T03:41:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/th-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783300]]></link><pubDate>2026-06-29T09:38:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783300</guid><description>ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน ความพยายามในการค้นหาผู้ที่ยังอาจจะรอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังจากแผ่นดินไหว 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 2 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามในการค้นหาผู้ที่ยังอาจจะรอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังจากแผ่นดินไหว 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางการระดมกำลังช่วยเหลือจากต่างชาติได้สร้างปาฏิหารย์เมื่อสามารถช่วยเด็กชาย 2 คนออกมาจากซากอาคารได้ หลังติดอยู่นาน 4 วัน โดยพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของผู้รอดชีวิต 33 คนที่ได้รับการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวว่า มีผู้รอดชีวิต 33 คนถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพังในช่วงสุดสัปดาห์ ในจำนวนนั้นมีเด็กชายอายุ 11 ปีสองคน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากอาคารที่พังถล่มในเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมงในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานช่วยเหลือกล่าวว่า 48 ถึง 72 ชั่วโมงแรกหลังภัยพิบัติเป็นช่วงเวลาสำคัญในการค้นหาผู้รอดชีวิต ญาติของผู้สูญหายกำลังเผชิญกับคืนที่ห้าที่รอคอยข่าวคราวของบุคคลอันเป็นที่รัก แต่เนื่องจากมีจำนวนผู้สูญหายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมจึงริบหรี่ลงทุกนาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ณ วันอาทิตย์ที่  มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,450 คน จากแผ่นดินไหวที่โรดริเกซกล่าวว่าเป็น &amp;#8220;ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุด&amp;#8221; ในประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 เมื่อวันพุธเกิดขึ้นต่อเนื่องกันภายในเวลาเพียง 39 วินาที ทำให้เกือบ 800 อาคารพังถล่ม มีผู้คนจำนวนมากติดอยู่ภายใน ขณะที่ครอบครัวจำนวนมากที่สิ้นหวังได้ช่วยกันขุดค้นซากปรักหักพัง บางคนใช้เพียงมือเปล่า เพื่อพยายามค้นหาคนในครอบครัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บางคนบอกว่าพวกเขาได้ยินเสียงคนอยู่ใต้ซากปรักหักพัง แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายแผ่นคอนกรีตหนักๆ ได้ จึงได้แต่เฝ้ารอเครื่องจักรหนักมาช่วยอย่างใจจดใจจ่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าช่วงเวลาสำคัญ 72 ชั่วโมงจะผ่านไปแล้ว แต่หน่วยกู้ภัยก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามในวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่ายังคงมีโอกาสที่จะพบรอดชีวิต โดยโดยเฉพาะหากผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารมีอาหารและน้ำดื่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จานลูกา รัมโปลลา ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำเวเนซุเอลา กล่าวกับบีบีซีว่า ผู้เชี่ยวชาญคิดว่ายังคงเป็นไปได้ที่จะพบผู้คนยังมีชีวิตอยู่ แต่เวลาเหลือน้อยลงทุกที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของเด็กชายวัย 11 ปี ชื่อโมเสส ขณะถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพัง โดยมีผ้าปิดตาเพื่อป้องกันแสงแดด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติของโคลอมเบีย (UNGRD) กล่าวว่า โมเสสถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังลึกประมาณ 3 เมตร โดยทีมกู้ภัยใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการปฏิบัติงานด้วยความแม่นยำในวันเสาร์ เพื่อเข้าถึงตัวเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ได้ยินเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งพูดคุยทางวิทยุสื่อสารว่า พบเด็กชายอยู่ใกล้กับน้องสาวและแม่ของเขา ซึ่งทั้งสองเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โรดริเกซได้โพสต์วิดีโอลงใน X ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพการช่วยเหลือเด็กชายวัย 11 ปีคนที่ 2 ในเมืองคาราบาเยดา พร้อมกับเขียนว่า &amp;#8220;ในช่วงเวลาเหล่านี้ ทุกชีวิตคือความหวังสำหรับเวเนซุเอลา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่เมืองคาราบาเยดา ทีมกู้ภัยจากฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกายังได้ช่วยเหลือพ่อและลูกชายวัยรุ่นของเขาจากใต้ซากปรักหักพังได้ในวันอาทิตย์เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กล่าวว่าพื้นที่ชายฝั่งของรัฐลาไกวรา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองคาราบาเยดา ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยนักผจญเพลิงคนหนึ่งในพื้นที่บอกกับบีบีซีว่ายังมีอาคารอีกหลายสิบหลังที่ยังไม่ได้ค้นหา เพราะกำลังคนไม่เพียงพอ และมีความเป็นไปได้สูงมากที่ยังมีคนติดอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามของหน่วยกู้ภัยยังถูกขัดขวางด้วยอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นตามมามากกว่าร้อยครั้ง ซึ่งทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ความไม่พอใจก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยบางคนกล่าวว่าการตอบสนองของรัฐบาลช้าและไม่มีประสิทธิภาพ ในบางพื้นที่ที่เลวร้ายที่สุด เช่น คาริเบและทานากัวเรนา มีพื้นที่ที่ยังไม่ได้เริ่มการดำเนินการใดๆ กับซากปรักหักพัง ชาวบ้านยังกล่าวหารัฐบาลกำลังขัดขวางความพยายามในการกู้ภัย ด้วยการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและปิดถนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รักษาการประธานาธิบดีโรดริเกซกล่าวว่า ศูนย์กีฬาโฮเซ่ มาเรีย วาร์กัส ในลาไกวรา ก็ถูกแปลงเป็นศูนย์รับมือเหตุฉุกเฉินเช่นกัน กองทัพกำลังช่วยคัดแยกเสื้อผ้า ยา และอาหาร ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในช่วงเวลาอันเลวร้ายเหล่านี้ ที่ประชาชนของเรากำลังเผชิญอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขอให้พวกเขารู้ว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ไม่มีครอบครัวหรือบุคคลใดที่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว ประชาชนและรัฐของเราอยู่ที่นี่ ระบบคุ้มครองทางสังคมอยู่ที่นี่ และประชาคมนานาชาติก็ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว&amp;#8221; โรดดริเกซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยระหว่างประเทศจากเม็กซิโก สเปน กาตาร์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ได้เดินทางมาถึงเพื่อเสริมกำลังในการช่วยค้นหาผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการด้านมนุษยธรรม และผู้ประสานงานการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินของสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ทีมค้นหาและกู้ภัย 39 ทีมจากทั่วโลกถูกส่งไปประจำการ โดยแต่ละทีมประกอบด้วยคน 50-100 คน ทำให้ขณะนี้มีคนเกือบ 2,000 คน สุนัข 111 ตัว รวมถึงทีมแพทย์ที่เข้าไปพร้อมกับโดรนขนาดเล็ก ที่เรียกว่าโดรนแมลงสาบ ซึ่งช่วยเราค้นหาผู้คนที่ติดอยู่ในอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783300?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน</dc:alternative><dc:abstract>ปาฏิหาริย์! ทีมกู้ภัยช่วย 33 ชีวิตใต้ซากอาคารเวเนฯ กว่า 800  ตึกถล่ม ดับ 1.45 พัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-29T13:55:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-29T13:55:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/lg1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783078]]></link><pubDate>2026-06-28T20:04:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5783078</guid><description>ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าจะเพิ่มโทษสูงสุดสำหรับแพลตฟอร์มที่ทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำของเด็ก สำหรับการใช้โซเชียลมีเดี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าจะเพิ่มโทษสูงสุดสำหรับแพลตฟอร์มที่ทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำของเด็ก สำหรับการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นเป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 2 พันล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้กฎหมายที่มีการปรับปรุงใหม่ คณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์จะมีอำนาจสั่งให้บริษัทโซเชียลมีเดียส่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้ดำเนินมาตรการอย่างไรบ้างเพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีถูกห้ามไม่ให้ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก 10 แพลตฟอร์มในออสเตรเลียตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2025 แต่เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่า เด็กจำนวนมากยังคงสามารถเข้าถึงและใช้งานแอปที่ถูกห้ามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ได้มีการเปิดการสอบสวนเกี่ยวข้อกล่าวหาว่ามีแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อห้ามจำนวน 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, TikTok และ YouTube&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้การประกาศจำกัดอายุเด็กในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของออสเตรเลียเมื่อปลายปีที่แล้วจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างใหญ่โตและได้รับความสนใจอย่างมาก แต่รัฐบาลออสเตรเลียก็ประสบปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรายงานของคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอิสระของออสเตรเลีย ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี 7 ใน 10 คน ที่มีบัญชีโซเชียลมีเดียก่อนการประกาศใช้กฎหมาย ยังคงมี &amp;#8220;การเข้าถึงอยู่บ้าง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลออสเตรเลียยอมรับว่ามีความท้าทายหลายประการในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมระบุว่าการเพิ่มบทลงโทษในครั้งนี้เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มงวดกับแพลตฟอร์มที่ยังดำเนินการไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลยังบอกด้วยว่า การเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์จะช่วยให้สามารถทำการสืบสวนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมรู้สึกยินดีกับการเปลี่ยนแปลงในการพูดคุย และแรงผลักดันจากนานาชาติที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ออสเตรเลียได้กำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ก็เห็นได้ชัดว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังดำเนินการไม่มากพอที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ยังมีเด็กมากเกินไปที่ยังคงอยู่บนโซเชียลมีเดีย&amp;#8221; นายแอนโทนี อัลลาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5783078?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล</dc:alternative><dc:abstract>ออสเตรเลียจ่อเพิ่มโทรปรับ 2 เท่า แพลตฟอร์มฝืนข้อห้าม ปล่อยเด็กใช้โซเชียล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T16:14:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T16:14:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/asmm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782749]]></link><pubDate>2026-06-28T17:25:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5782749</guid><description>ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป หน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์(28 มิ.ย.)ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพอากาศร้อนจัดในประเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์(28 มิ.ย.)ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพอากาศร้อนจัดในประเทศฝรั่งเศสเกินกว่า 1,000 รายแล้ว พร้อมเตือนว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก ท่ามกลางคลื่นความร้อนสูงเป็นประวัติการณ์แผ่ปกคลุมทั่วยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศส Sante Publique ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และคาดว่าอัตราการเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียชีวิตในสถานดูแลผู้สูงอายุและตามบ้านพักอาศัย อย่างไรก็ตามผลกระทบจากคลื่นความร้อนที่มีต่อสุขภาพยังมีผลกระทบต่อประชากรในทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวยุโรปต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุจากคลื่นความร้อนซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและอุณหภูมิยังทำลายสถิติสูงสุด ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันในการจ่ายไฟฟ้าและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคลื่นความร้อนระลอกนี้ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ถือเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปในอัตราที่รวดเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่คลื่นความร้อนกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศสระบุว่าอุณหภูมิร้อนจัดได้ลดลงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงให้ปฏิบัติตัวภายใต้คำแนะนำเรื่องคลื่นความร้อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวกับหนังสือพิมพ์ La Tribune ว่าผลกระทบของคลื่นความร้อนยังอาจคงอยู่นานถึง 10 วันหลังจากสภาพอากาศลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782749?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส ร้อนตายทะลุ 1,000 ราย ขณะคลื่นร้อนจัดเป็นประวัติการณ์แผ่คลุมยุโรป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T11:48:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T11:48:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T160835Z_67339884_RC2E2MAL3JMX_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782685]]></link><pubDate>2026-06-28T16:46:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5782685</guid><description>หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา สื่อต่างประเทศรายงานว่า ภาวินี ศุภศิริวิศาล หญิงไทย ถูกนำตัวขึ้นศาลหลังคาดว่าเธอเกี่ยวกับสังหารอดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ที่โรงแรมในเมียนมา ห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อต่างประเทศรายงานว่า ภาวินี ศุภศิริวิศาล หญิงไทย ถูกนำตัวขึ้นศาลหลังคาดว่าเธอเกี่ยวกับสังหารอดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ที่โรงแรมในเมียนมา หลังพบศพของนายแดเนียล ริวา นักการทูตสหรัฐวัย 43 ปีที่โรงแรมซากุระ เรสซิเดนซ์ แอนด์ โฮเทล ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักการทูต นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งอยู่ห่างจากสถานทูตสหรัฐฯ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม โดยมีแผลถูกแทงที่ศีรษะและลำคอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทนายความที่คุ้นเคยกับคดีของเธอเผยว่า ภาวินีปรากฏตัวต่อศาลเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมือง ซึ่งเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาว่าเธอฆ่าอดีตสามีของเธอ โดยภาวินียังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอดีตสามีนักการทูต หลังพบศพของนายรีวาในเดือนพฤษภาคมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาวินีจะถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดกฎหมายคนเข้าเมืองของเมียนมาก่อน ซึ่งเป็นมาตรฐานในการดำเนินคดีกับชาวต่างชาติทุกคนที่กระทำความผิดในประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ภาวินีซึ่งเป็นชาวกรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาจากเลอกอร์ดองเบลอ สถาบันอาหารชื่อดัง ก่อนจะเปิดช่อง YouTube ของตัวเองเกี่ยวกับการทำอาหารและขนม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจของครอบครัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่รีวาเติบโตขึ้นในนิวยอร์ก และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2018 แต่ไม่ชัดเจนว่าพวกเขาหย่าร้างกันเมื่อใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พยานฝ่ายโจทก์ 3 ปาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ให้การในระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงกะมะยุต ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีครั้งที่สองของเธอ ตามคำกล่าวของทนายความ โดยภาวินีมีตัวแทนทางกฎหมาย 2 คนในศาล แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และยังไม่ชัดเจนว่าเธอได้ให้การรับสารภาพหรือปฎิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากรประจำแขวงกะมะยุตยืนยันกับสำนักข่าวเอพีว่าพยานได้ให้การในศาลในคดีดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการพิจารณาคดีจะใช้เวลานานแค่ไหน และเมื่อใดเธอจะถูกพิจารณาคดีในข้อหาฆาตกรรม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีถึงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือทางกงสุลแก่ผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดอื่น ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782685?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา</dc:alternative><dc:abstract>หญิงไทยขึ้นศาล พันคดีฆาตกรรม อดีตสามีนักการทูตสหรัฐ ในเมียนมา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T09:48:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T09:48:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/uem-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782550]]></link><pubDate>2026-06-28T16:25:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5782550</guid><description>ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน สำนักข่าวเกียวโดรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายคิม อาริส บุตรชาย วัย 48 ปี ของนางออง ซาน ซูจี สตรีนักต่อสู้เพ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเกียวโดรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายคิม อาริส บุตรชาย วัย 48 ปี ของนางออง ซาน ซูจี สตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและอดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่ถูกกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจ โดยเขากล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาแสดงหลักฐานยืนยันว่ามารดาของเขายังมีชีวิตอยู่ หลังจากรัฐบาลได้กล่าวอ้างเมื่อเดือนเมษายนว่าได้ลดโทษจำคุกให้กับนางซูจีลงเหลือประมาณ 17 ปี และได้ย้ายตัวนางซูจีจากเรือนจำไปกักบริเวณภายในบ้านพักแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการให้สัมภาษณ์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสัปดาห์นี้ นายอาริสกล่าวว่า เขาเชื่อว่ามารดาของเขาที่ขณะนี้อายุกว่า 80 ปีแล้ว ยังไม่ได้ถูกย้ายตัวไปกักบริเวณอยู่ในบ้านพัก หากแต่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกรุงเนปยีดอ โดยยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงการย้ายตัวดังที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ข่าวเดียวที่เราได้รับเกี่ยวกับสุขภาพของแม่คืออาการทรุดลงเรื่อยๆ” นายอาริสกล่าว พร้อมทั้งระบุอ้างว่าสภาพความเป็นอยู่ในสถานที่คุมขังในเมียนมาซึ่งคาดว่านางซูจียังคงถูกกักขังอยู่นั้นเลวร้ายอย่างยิ่ง โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เขาได้รับจากอดีตนักโทษที่เคยถูกคุมขังอยู่ที่นั่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลูกชายของนางซูจีกล่าวอีกว่าตอนนี้มารดาของเขามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ตลอดจนปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการมีอายุมากขึ้น รวมถึงโรคกระดูกพรุน และว่า หลังจากมารดาของเขาสิ้นอิสรภาพ เขารู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องลุกขึ้นมาพูดเพื่อเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะ แต่ในกรณีนี้ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเพื่อแม่ของผม” อาริสกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ นายอาริสได้เสร็จสิ้นการเล่นสเก็ตบอร์ดระยะทาง 81 กิโลเมตร เพื่อรำลึกวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 81 ปีของนางซูจีในเดือนมิถุนายนนี้และเพื่อช่วยสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการที่เธอถูกคุมขังอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาริส ซึ่งเดินทางไปรณรงค์เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวมารดาของเขาในหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ร้องขอให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เดินหน้ากดดันผู้นำกองทัพเมียนมาต่อไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพปีค.ศ.1991 ได้ถูกจับกุมตัวนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของเธอในปี 2021 ซึ่งนายอาริส กล่าวว่า การติดต่อกับมารดาของเขาได้ครั้งสุดท้ายคือจดหมายที่เขาได้รับเมื่อกว่า 2 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างที่นางซูจีนำการเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบอำนาจเผด็จการทหาร นางซูจีได้ถูกสั่งกักบริเวณในบ้านพักหลายครั้งในช่วงระหว่างปี 1989-2010 ซึ่งรวมระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัวนานถึงประมาณ 15 ปี ตลอดช่วงเวลาที่เธอต้องห่างหายไปนั้น อาริสได้รับการเลี้ยงดูโดยบิดาของเขาซึ่งเป็นนักวิชาการชาวอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในปี 2016 นางซูจีจะกลายเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือน หลังจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี)ของเธอกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีก่อนหน้า แต่ในอีก 5 ปีถัดมา รัฐบาลนางซูจีถูกกองทัพยึดอำนาจและเธอถูกจับกุมดำเนินคดีและต้องโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปีในหลายข้อหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782550?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>ลูกชายซูจี ท้ารบ.ทหารเมียนมา แสดงหลักฐานพิสูจน์ แม่เขายังมีชีวิตอยู่ หลังอ้างลดโทษ-กักตัวที่บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T09:25:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T09:25:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-2.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-28-155418-2-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782291]]></link><pubDate>2026-06-28T14:21:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5782291</guid><description>แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย สำนักข่าวเอพีรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดขึ้นนอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางภาคตะวันออ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดขึ้นนอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 07.25 น.ของวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) นี้ตามเวลาท้องถิ่น ที่ความลึกประมาณ 40 กม. ก่อแรงสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้ถึงจังหวัดอาโอโมริและภูมิภาคอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง แต่ไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดหลังจากเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องเขย่าภูมิภาคนี้ของญี่ปุ่น รวมถึงแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน และแผ่นดินไหวขนาด 5.6 แมกนิจูด เขย่าจังหวัดยามานาชิและพื้นที่ใกล้เคียงกับภูเขาไฟฟูจิและทางตะวันตกของกรุงโตเกียวเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ซึ่งสร้างความเสียหายกับสิ่งปลูกสร้างส่วนหนึ่ง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นยังเตือนว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวขึ้นตามมาอีกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรง 6.0 ขึ้นบริเวณแคว้นฮินดูคุช ประเทศอัฟกานิสถาน ที่ระดับความลึก 100 กม. เมื่อวันเสาร์ (27 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ก่อแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศจนถึงชายแดนติดกับประเทศปากีสถาน และก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าวันเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.4 ในปากีสถาน ส่งผลให้บ้านเรือนหลายสิบหลังในเขตมูซักคาอิลของปากีสถาน ได้รับความเสียหายและมีรายงานชาวบ้านได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานจัดการภัยพิบัติในจังหวัดบาโลชิสถานของปากีสถาน ระบุว่า มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ประมาณ 125 หลัง ซึ่งทางการได้ส่งหน่วยบรรเทาทุกข์เข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยพร้อมอาหาร ผ้าห่มและสิ่งของช่วยเหลือต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782291?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าญี่ปุ่น ไร้เตือนสึนามิ อัฟกัน-ปากีฯ เจอแรง 6.0-5.4 ทำเจ็บ 20 บ้านเรือนนับร้อยเสียหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T07:32:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T07:32:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040557Z_1708006430_RC242MA5FPFN_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782036]]></link><pubDate>2026-06-28T12:41:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5782036</guid><description>โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ ชาวยุโรปหลายชาติตั้งแต่สแกนดิเนเวียไปจนถึงเทือกเขาแอลป์ ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะที่คลื่นความร้อนที่เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวยุโรปหลายชาติตั้งแต่สแกนดิเนเวียไปจนถึงเทือกเขาแอลป์ ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะที่คลื่นความร้อนที่เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของผู้คนหลายสิบรายในยุโรปกำลังแผ่ขยายไปทางตะวันออก ทำลายสถิติด้วยอุณหภูมิในบางพื้นที่ ซึ่งพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถิติอุณหภูมิสูงสุดตลอดกาลถูกบันทึกใหม่ในวันเสาร์ตั้งแต่ในเยอรมนี เดนมาร์ก และสาธารณรัฐเช็ก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ก็ได้บันทึกสถิติความร้อนที่รุนแรงที่สุดครั้งใหม่สำหรับเดือนมิถุนายนไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าคลื่นความร้อนรุนแรงเช่นนี้แทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากน้ำมือมนุษย์ร่วมด้วย ซึ่งทำให้การเกิดอุณหภูมิในช่วงเวลากลางคืนที่ร้อนจัดเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนถึง 100 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ความร้อนแบบนี้ไม่ใช่สภาพอากาศฤดูร้อนที่น่ารื่นรมย์ แต่มันคือวิกฤตด้านสุขภาพ” แคทริน โกริง-เอคฮาร์ดท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีและอดีตผู้นำพรรคกรีน โพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรุงเบอร์ลินอุณหภูมิสูงถึง 39 องศาเซลเซียสในวันเสาร์ จนตำรวจต้องนำรถฉีดน้ำสองคันมาฉีดพ่นให้ผู้คนที่พยายามคลายร้อน ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเยอรมนีระบุว่า สถิติอุณหภูมิสูงสุดเยอรมนีในวันเสาร์อยู่ที่ 41.5 องศาเซลเซียส ในเมืองโมเอคเคิร์น-ดรูวิตซ์ ในรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ทางตะวันออก ทำลายสถิติที่บันทึกไว้เมื่อวันก่อนที่ 41.3 องศาเซลเซียส ใกล้เมืองซาร์บรุคเคิน ชายแดนฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งเดนมาร์กรายงานว่า อุณหภูมิทางตอนเหนือของเมืองอาร์ฮุสสูงถึง 37 องศาเซลเซียสในวันเสาร์ ซึ่งเป็นอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 1874&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ในสาธารณรัฐเช็กวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 40.9 องศาเซลเซียสทางตอนเหนือของกรุงปราก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด ตามรายงานของสถาบันอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาเช็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรุงบราติสลาวา เมืองหลวงของสโลวาเกีย ทางการบันทึกอุณหภูมิในคืนวันศุกร์ว่าเป็นคืนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเยอรมนีออกคำเตือนเกี่ยวกับคลื่นความร้อนรุนแรงเกือบทั่วประเทศในวันเสาร์ ขณะที่คลื่นความร้อนเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ด้านเกือบทุกพื้นที่ของประเทศโปแลนด์ อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 30 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิที่สูงขึ้นของแม่น้ำดานูบทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปัคส์ของฮังการีต้องลดกำลังการผลิตในเครื่องปฏิกรณ์เครื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เบซเนาของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ปิดเครื่องปฏิกรณ์ชั่วคราวเนื่องจากอุณหภูมิของแม่น้ำอาเรอสูงเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายทั้งเด็กและผู้ใหญ่เนื่องจากคลื่นความร้อน อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อการเดินทางด้วยรถไฟและการผลิตไฟฟ้า ทำให้มีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระงับการเรียนการสอน และเลื่อนกิจกรรมกลางแจ้งออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีออกประกาศเตือนภัยระดับสีแดงสำหรับคลื่นความร้อนในวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ใน 18 เมือง รวมถึงมิลาน โรม ตูริน เวนิส เจโนวา ฟลอเรนซ์ และโบโลญญา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่ในเวลากลางคืนในเทือกเขาแอลป์ก็ยังไม่ได้เย็นลง โดยอุณหภูมิในเมืองโบลซาโน ในแคว้นเซาท์ไทโรลของอิตาลี ไม่เคยลดต่ำกว่า 25.4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในเดือนมิถุนายน ทำให้นักนิเวศวิทยาแสดงความกังวลอย่างมากกับธารน้ำแข็งในยุโรปที่เผชิญความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงถนนที่ทรุดตัวและรางรถไฟที่บวม ผู้ให้บริการรถไฟบางรายจึงพยายามลดปริมาณการเดินรถ ขณะที่ในหลายประเทศก็ได้เพิ่มมาตรการดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ ขบวนพาเหรด Lausanne Pride มีน้ำการพิ่มจุดแจกน้ำและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพิ่มเติม ส่วนขบวนพาเหรด Milan Pride ถูกเลื่อนเวลาเริ่มงานไปเป็น 17.00 น. เพื่อลดผลกระทบจากความร้อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแข่งขันไตรกีฬา Ironman European Championship ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่แฟรงก์เฟิร์ต ก็มีการลดระยะทางในการปั่นจักรยานและวิ่งลงเนื่องจากความร้อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกิดจากปรากฏการณ์โอเมก้าบล็อก ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลมาก รูปแบบสภาพอากาศดังกล่าวจะมีการดักจับมวลอากาศร้อนขนาดใหญ่ไว้เหนือภูมิภาคต่างๆ เป็นเวลานาน โดยมีอากาศเย็นกว่าอยู่บริเวณขอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าอากาศร้อนจัดจะเริ่มลดลงในช่วงสุดสัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองหนักในวันอาทิตย์ กรุงปารีสประกาศปิดสวนสาธารณะ สวนหย่อม และพื้นที่ว่ายน้ำคลองแซงต์-มาร์แตงในเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ทั่วยุโรปมีการปิดทำการสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม  ภาคการเกษตรได้รับผลกระทบ และโรงพยาบาลบางแห่งก็ประสบปัญหาในการรับมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5782036?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ</dc:alternative><dc:abstract>โอเมก้าบล็อก-โลกเดือด ทำหลายชาติยุโรป เจอ มิ.ย. ร้อนพุ่งทำลายสถิติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T05:41:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T05:41:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/phh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781567]]></link><pubDate>2026-06-28T08:57:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5781567</guid><description>ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,400 รายแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ขณะที่ที [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,400 รายแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ขณะที่ทีมกู้ภัยต่างประเทศยังเดินทางเข้าไปยังเวเนซุเอลาเพื่อให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนการค้นหาและกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง ด้านทางการเวเนซุเอลาระบุว่ายังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่ารัฐบาลจะกล่าวว่ามีผู้สูญหายหรือติดอยู่ใต้ซากหลายร้อยถึงหลายพันคน แต่เว็บไซต์ที่พรรคฝ่ายค้านตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลของผู้สูญหายระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 55,000 คนยังคงไม่ทราบชะตากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตที่มีการปรับเพิ่มตัวเลขดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ทีมกู้ภัยกระจายกำลังไปทั่วรัฐลาไกวรา และบางส่วนของเมืองการากัส ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา ครอบครัวและอาสาสมัครได้ช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตและนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากปรักหักพัง โดยหลายคนบ่นถึงอุปกรณ์หนักที่ขาดแคลน และแทบไม่เห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาปฏิบัติงานในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เผยว่า ทีมกู้ภัยต่างประเทศกว่า 1,600 คนเดินทางมาถึงเวเนซุเอลาแล้ว และยังมีทีมที่กำลังเดินทางเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองต่อเหตุแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ ซึ่งมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายร้อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเมืองคาราบาเยดา หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดของรัฐลาไกวรา เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐได้ลำเลียงทีมกู้ภัยลงจอดในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เพื่อส่งทีมกู้ภัยในพื้นที่ ก่อนที่จะบินกลับไปเพื่อนำทีมกู้ภัยชุดอื่นเข้ามาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ยังคงจำกัดการเข้าถึงรัฐลาไกวรา และควบคุมการจราจรบนถนนสายหลักจากคาราคัส โดยระบุว่าการจราจรทำให้รถฉุกเฉินเคลื่อนที่ได้ช้าลง พลเรือนที่ไม่ได้สังกัดทีมกู้ภัยอย่างเป็นทางการจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองเพื่อผ่านจุดตรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านไฟฟ้าทั่วทั้งภูมิภาคกำลังค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ทั้งนี้ ระบบไฟฟ้าของเวเนซุเอลาซึ่งได้รับผลกระทบจากการลงทุนที่ไม่เพียงพอและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมานานหลายปี มักประสบปัญหาอยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานานหลายชั่วโมงในบางภูมิภาคทุกวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกาประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คนจากแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ริกเตอร์ ซึ่งจะทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในลาตินอเมริกาในรอบศตวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781567?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น</dc:alternative><dc:abstract>ทีมกู้ภัยต่างชาติ 1.6 พันถึงเวเนฯ ยอดดับทะลุ 1.4 พัน สูญหายกว่า 5.5 หมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T04:34:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T04:34:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/q28-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781544]]></link><pubDate>2026-06-28T08:20:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5781544</guid><description>หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง ข้อตกลงหยุดยิงภายใต้ “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” และความพยายามที่จะยุติสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ผ่านการเจรจาทางการทูตประสบปัญหา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงหยุดยิงภายใต้ “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” และความพยายามที่จะยุติสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ผ่านการเจรจาทางการทูตประสบปัญหาชะงักงันอีกครั้ง หลังจากกองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ต่างฝ่ายที่กำลังสู้รบต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยล่าสุดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC ระบุในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ว่า กองทัพเรือและกองกำลังการบินและอวกาศของ IRGC ได้เริ่มเปิดปฏิบัติการโจมตีร่วมด้วยขีปนาวุธและโดรน ต่อเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีอิหร่านของสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงขัดต่อข้อ 1 ของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด และจะส่งผลให้กระบวนการทางการทูตทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง&amp;#8221; IRGC ระบุในแถลงการณ์ ซึ่งมีการรายงานโดยเพรสทีวีของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่นว่า “อาจถึงจุดที่เราไม่สามารถใช้เหตุผลได้อีกต่อไป และถูกบังคับให้ใช้กำลังทหารเพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้นในสิ่งที่เราเริ่มต้นไว้อย่างประสบความสำเร็จ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะไม่มีอยู่อีกต่อไป!”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า IRGC ได้ตอบโต้อย่างเด็ดขาด หลังจากกองกำลังสหรัฐโจมตีหอส่งสัญญาณในเมืองท่าซีริก ด้านสำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า ท่าเรืออิหร่านยังคงดำเนินการตามปกติโดยไม่มีรายงานความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกหรืออุปกรณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอบราฮิม อาซิซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การละเมิดคำสั่งการเดินเรือของอิหร่านใดๆ จะถูกตอบโต้อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ หัวหน้าคณะเจรจาของทรัมป์กับอิหร่าน กล่าวว่า อเมริกาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และตำหนิอิหร่านหากจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งอันเนื่องมาจากการกระทำของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงแล้ว เราได้เคารพข้อตกลงนั้น หากพวกเขามีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ พวกเขาสามารถโทรศัพท์มาได้ แต่ความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง&amp;#8221; แวนซ์โพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองกำลังได้ทำการโจมตีเพิ่มเติมหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันติดธงปานามาถูกโดรนของอิหร่านโจมตีเมื่อเช้าวันเสาร์ ขณะที่ในอิหร่าน สถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐรายงานเมื่อเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองซีริกทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุในแถลงการณ์ว่า “อิหร่านได้รับโอกาสที่จะเคารพข้อตกลงหยุดยิง แต่เลือกที่จะไม่ทำ” และว่า เป็นการตอบโต้โดยตรงสำหรับการรุกรานอย่างต่อเนื่องของอิหร่านต่อการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานปฏิบัติการทางทหาร การสื่อสาร การป้องกันทางอากาศ ที่เก็บโดรน และสถานที่วางทุ่นระเบิดของอิหร่าน ต่อมาเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า การโจมตีเป้าหมายของอิหร่านเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นต้นเหตุของการยกระดับความตึงเครียดครั้งล่าสุด อิหร่านพยายามอีกครั้งที่จะควบคุมเส้นทางการขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากหยุดชะงักไปหลายเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ได้รับความเสียหายที่สะพานเดินเรือ โดยลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มพันธมิตรของกองทัพเรือที่ปกป้องการขนส่งทางเรือได้ยกระดับระดับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอันเป็นผลมาจากเหตุการณ์ล่าสุดเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับรายงานการโจมตีเรือเป็นการเฉพาะ แต่สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานว่า IRGC ได้ยิงกระสุนเตือนไปยังเรือที่ไม่ระบุชื่อที่พยายามผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน และเหตุการณ์ดังกล่าวให้เรืออีกหลายลำเริ่มขออนุญาตจากอิหร่านก่อนที่จะพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กระทรวงต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่าได้เปิดฉากโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง ต่อเป้าหมายทางทหารที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ ขณะที่บาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการระดับภูมิภาคของกองทัพเรือสหรัฐรายงานว่า ถูกอิหร่านโจมตีด้วยโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐว่าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่รักษาสัญญาหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอล พันธมิตรสำคัญของสหรัฐได้บุกเข้ายึดครองในเดือนมีนาคมเพื่อไล่ล่ากลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าอิสราเอลและเลบานอนประกาศหยุดยิงครั้งล่าสุดในวันที่ 26 มิถุนายน โดยมีสหรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่การหยุดยิงเหล่านี้มีผลจำกัด โดยอิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนตัวออกจากดินแดนที่ยึดครอง และฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้วางอาวุธตราบใดที่กองทัพอิสราเอลยังคงประจำการอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเลบานอนรายงานว่า อิสราเอลได้โจมตีเลบานอนด้วยโดรนเมื่อวันเสาร์ในพื้นที่นาบาติเยห์ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลโจมตีมาตลอดความขัดแย้ง กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าเป้าหมายคือบุคคลที่คุกคามกองกำลังของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ปฏิเสธข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่เพิ่งลงนามได้เพียงวันเดียว โดยกล่าวว่าเป็นการยอมจำนน และถือเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า สหรัฐได้ละเมิดบันทึกความเข้าใจยุติสงครามโดยการสนับสนุนสิ่งที่เขาเรียกว่ากองกำลังตัวแทนในภูมิภาค และสร้างความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781544?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง</dc:alternative><dc:abstract>หารือชะงัก! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากถล่มรอบใหม่ โบ้ยอีกฝ่ายละเมิดหยุดยิง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-28T01:20:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-28T01:20:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/hms1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัว กลับสหราชอาณาจักร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781169]]></link><pubDate>2026-06-27T17:46:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5781169</guid><description>คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัวกลับสหราชอาณาจักร สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงตอบรับคำเชิญที่ขอให้ทั้งสองพระอง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัวกลับสหราชอาณาจักร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงตอบรับคำเชิญที่ขอให้ทั้งสองพระองค์พร้อมครอบครัว ประทับที่พระตำหนักของราชวงศ์อังกฤษ ในระหว่างที่เจ้าชายแฮร์รี พระราชโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ จะเสด็จกลับมาเยือนสหราชอาณาจักรในเดือนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน พระชายา พร้อมด้วยเจ้าชายอาร์ชี พระโอรสพระชันษา 7 ปี และเจ้าหญิงลิลิเบต พระธิดา พระชันษา 5 ปี จะประทับที่พระตำหนักของราชวงศ์หลังจากทรงตอบรับคำเชิญดังกล่าวที่จะไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าเป็นที่ใด ในระหว่างที่เจ้าชายแฮร์รีเสด็จกลับมาสหราชอาณาจักรพร้อมครอบครัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตอบรับดังกล่าวได้จุดประกายความหวังถึงความเป็นไปได้ของการกลับมาคืนดีกันระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับกับสมาชิกพระองค์อื่นๆ ในราชวงศ์อังกฤษ หลังจากเกิดรอยแตกร้าวภายในราชวงศ์เมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาของพระองค์ ที่ส่งผลให้เจ้าชายแฮร์รีและชายาเมแกน ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า เจ้าชายแฮร์รีพร้อมครอบครัวจะพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลาหลายวันและจะพำนักอยู่ในที่พักส่วนตัวตลอดการเดินทาง โดยเจ้าชายแฮร์รีมีภารกิจที่จะเข้าร่วมงานอินวิคตัสเกม ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาสำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเบอร์มิงแฮมในเดือนกรกฎาคมที่จะถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังคาดว่าพระองค์จะทรงเยี่ยมองค์กรการกุศลอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรที่พระองค์ยังให้การสนับสนุนอยู่นับตั้งแต่ย้ายไปพำนักอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาในการเสด็จกลับสหราชอาณาจักรครั้งก่อนๆ เจ้าชายแฮร์รีทรงปฏิเสธข้อเสนอที่จะให้พำนักที่พระราชวังบักกิงแฮม เนื่องจากทรงมีความกังวลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้ว เจ้าชายแฮร์รีได้แพ้คดีความในการขอรับการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างเสด็จกลับสหราชอาณาจักร ภายหลังแพ้คดี เจ้าชายแฮร์รีทรงเปิดเผยกับบีบีซีว่า พระองค์ทรงประสงค์ที่จะปรับความเข้าใจกับครอบครัวของพระองค์ในราชวงศ์ แต่ก็ยังทรงแสดงความกังวลว่าพระชายา พระโอรสและพระธิดาของพระองค์จะไม่มีความปลอดภัยมากเพียงพอในกลับมายังดินแดนบ้านเกิดของพระองค์เอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ในเวลานี้ผมมองไม่เห็นความเป็นไปได้ที่จะพาภรรยาและลูกๆ กลับมายังสหราชอาณาจักร ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ ไปอย่างน่าเสียดาย&amp;#8221; เจ้าชายแฮร์รี่ทรงกล่าว และว่า &amp;#8220;คุณก็รู้ว่าผมรักประเทศของผมเสมอมา แม้ว่าจะมีการกระทำบางอย่างจากผู้คนในประเทศนี้ก็ตาม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการเสด็จเยือนของเจ้าชายแฮร์รีพร้อมครอบครัวในเดือนหน้า แต่เป็นที่เข้าใจว่าทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮมไม่ได้เสนอมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่หากจะมีการจัดวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบภายใต้กระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ครั้งล่าสุดที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้พบกับเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบต พระราชนัดดาของพระองค์เป็นการส่วนพระองค์ คือ ในช่วงการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีแห่งการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รีได้เข้าเฝ้าและทรงดื่มชากับพระราชบิดาที่พระตำหนักแคลเรนซ์ ซึ่งนับเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกของทั้งสองพระองค์นับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่าทั้งสำนักพระราชวังบักกิงแฮมและตัวแทนของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงได้พบกับพระราชโอรส พระสุณิสา (ลูกสะใภ้) และพระราชนัดดา (หลาน) หรือไม่ โดยระบุว่าเป็นเรื่องส่วนพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781169?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัว กลับสหราชอาณาจักร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัว กลับสหราชอาณาจักร</dc:alternative><dc:abstract>คืนดี?! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ตอบรับคำเชิญ ประทับตำหนักราชวงศ์ ขณะพาครอบครัว กลับสหราชอาณาจักร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T15:39:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T15:39:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-27-170937-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781016]]></link><pubDate>2026-06-27T16:03:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5781016</guid><description>ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค. เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คณะรัฐมนตรีมาเลเซียได้มีมติเห็นชอบให้มีการนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คณะรัฐมนตรีมาเลเซียได้มีมติเห็นชอบให้มีการนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Working Days) มาใช้เป็นแนวปฏิบัติใหม่สำหรับข้าราชการ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม จากการเปิดเผยของกระทรวงบริการสาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้แนวทางใหม่นี้ ข้าราชการในมาเลเซียจะได้รับอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน หรือสถานที่อื่นที่ได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงาน ได้สัปดาห์ละ 2 วัน และทำงานที่สำนักงานของหน่วยงานตนสัปดาห์ละ 3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของการปฏิบัติราชการและแนวทางที่แต่ละหน่วยงานกำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการกำหนดวันเข้าปฏิบัติงาน จะเป็นไปตามวันหยุดประจำสัปดาห์ของแต่ละรัฐ ตามที่กำหนดไว้ในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรัฐที่วันหยุดประจำสัปดาห์ตรงกับวันอาทิตย์ ข้าราชการต้องเข้าปฏิบัติงานที่สำนักงานในวันจันทร์และวันศุกร์ ส่วนรัฐเกดะห์ รัฐกลันตัน และตรังกานู ที่วันหยุดประจำสัปดาห์ตรงกับวันศุกร์ กำหนดให้วันอาทิตย์และวันพฤหัสบดีเป็นวันที่ข้าราชการต้องเข้าปฏิบัติงานที่สำนักงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงบริการสาธารณะระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะมาแทนที่นโยบายการทำงานจากที่บ้านซึ่งก่อนหน้านี้ได้บังคับใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การทำงานแบบไฮบริด เป็นโครงการริเริ่มใหม่ของรัฐบาลที่มุ่งจัดให้มีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับข้าราชการ โดยไม่ลดจำนวนชั่วโมงการทำงานราชการตามที่กำหนด” กระทรวงบริการสาธารณระบุ และว่า การนำระบบทำงานแบบไฮบริดมาใช้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการภาครัฐที่จำเป็นแก่ประชาชน โดยการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์และงานที่จำเป็นต้องมีการปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำการ จะยังคงดำเนินไปตามปกติ รวมถึงงานด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ การศึกษา สาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5781016?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค.</dc:alternative><dc:abstract>ยืดหยุ่น! มาเลเซีย ไฟเขียว ขรก. ทำงานแบบไฮบริดได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เริ่ม 1 ส.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T09:03:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T09:03:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-24T030906Z_1674077795_RC230MA2LF0N_RTRMADP_3_MALAYSIA-RINGGIT-CENBANK-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780747]]></link><pubDate>2026-06-27T13:22:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5780747</guid><description>ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงทางการปักกิ่งรายงานว่า ทางการจีนได้ทำการปลดสมาชิกสภาประชาชนแห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงทางการปักกิ่งรายงานว่า ทางการจีนได้ทำการปลดสมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติจีน(NPC) ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุดของประเทศ พ้นจากตำแหน่งรวม 8 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่มาจากกองทัพ 6 นาย รวมถึงนายหลี่ หยุนเจ๋อ อดีตหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน และ นายหม่า ซิงรุ่ย สมาชิกกรมการเมือง(โปลิตบูโร)ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข้างต้นของสื่อจีนอ้างคำประกาศจากคณะกรรมาธิการถาวรของ NPC ซึ่งไม่ได้ระบุถึงเหตุผลในการสั่งปลดบุคคลเหล่านี้ ขณะที่ยังไม่มีการแสดงความเห็นใดหรือการตอบสนองใดๆ จากกระทรวงกลาโหมของจีนในเรื่องนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า การปลดสมาชิกสภา NPC ครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการยกระดับการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนายพลระดับสูงจำนวนมากของจีนที่ถูกสอบสวน ปลดออกจากตำแหน่งหรือถูกกวาดล้างทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในบรรดาสมาชิกสภา NPC จากกองทัพที่ถูกปลด มีพล.อ.สวี่ เสวี่ยเฉียง ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้ากรมพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับสูงที่รับผิดชอบการพัฒนา การจัดหาและการทดสอบยุทโธปกรณ์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA) นอกจากนี้ พล.อ.สวี่ยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของโครงการอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีนมาตั้งแต่ปี 2022 อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีพล.อ. หลี่ เฟิงเปียว อดีตกรรมาธิการการเมืองของกองบัญชาการยุทธภูมิตะวันตก พล.อ.กัว ผู่เซียว อดีตกรรมาธิการการเมืองของกองทัพอากาศของ PLA , หวัง คังผิงจากกองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออก, จาง หมิงหัว จากกองกำลังไซเบอร์ และ อิ่น หงซิง จากกองทัพบก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780747?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน</dc:alternative><dc:abstract>ปราบทุจริต?! ปักกิ่ง ปลดฟ้าผ่า 8 จนท.ระดับสูง พ้นสภานิติบัญญัติจีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T06:22:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T06:22:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/UINHNSOUQJJBBLPONZS5LRDUDE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3  พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780611]]></link><pubDate>2026-06-27T11:55:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5780611</guid><description>ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3 พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล. ชาวเวเนซุเอลาที่กำลังสิ้นหวังและทีมกู้ภัยต่างระดมกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3 พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาที่กำลังสิ้นหวังและทีมกู้ภัยต่างระดมกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 2 ครั้งซ้อน มีความรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นห่างกันเพียงไม่กี่วินาทีเขย่าประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ได้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 920 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,360 คน โดยทีมกู้ภัยและความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์จากต่างประเทศเพิ่งเริมทยอยถึงพื้นที่ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์อ้างรัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่า ยังคงมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้อีก 172 คน ขณะที่เว็บไซต์หนึ่งระบุว่ายังมีผู้สูญหายอีกกว่า 50,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในช่วงบ่ายของวันที่ 26 มิถุนายน มีรายงานเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอีกขนาด 4.9 ซึ่งสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในกรุงการากัสและเมืองมาราไกที่อยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา แถลงผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 920 ราย และยังคงมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกอย่างน้อย 172 ราย เฉพาะในเมืองลาไกวราเพียงแห่งเดียว ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้ประสบภัยที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากใต้ซากมาได้อย่างน้อย 243 ราย นอกจากนี้ อาคารหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลและศูนย์การค้าจำนวนหนึ่ง ตลอดจนยังมีโครงสร้างพื้นฐานอีกอย่างน้อย 1,000 แห่งที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงสั้นๆ ทางโทรทัศน์ในวันเดียวกันว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยจำนวนหลายสิบคน ซึ่งนำความปีติยินดีมาสู่เราที่พวกเขาจะได้กลับไปสวมกอดครอบครัวและคนที่พวกเขารัก เธอยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วถึง 214 ครั้ง นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวระลอกแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ความไม่พอใจของผู้คนในพื้นที่ประสบภัยยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นต่อการให้ความช่วยเหลือจากทางการที่ดำเนินไปไม่ทั่วถึงในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด รวมถึงรัฐลาไกวรา ซึ่งชาวบ้านและอาสาสมัครยังคงต้องใช้เพียงมือเปล่าในการช่วยกันขุดค้นหาเหยื่อที่ยังติดใต้ซาก ทั้งยังขาดแคลนเครื่องจักรหนักและการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยของเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังมีอยู่อย่างจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนนิเฟอร์ ปาลาซิออส ผู้รอดชีวิตวัย 25 ปี กล่าวว่า ลูกชายวัย 6 ขวบของเธอ และญาติอีก 5 คน ยังคงติดอยู่ใต้ซากอาคารในโครงการที่อยู่อาศัยฮูโก ชาเวซ ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 อาคาร ในเมืองลาไกวรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนในชุมชนต้องช่วยกันนำผู้รอดชีวิตออกมา ซึ่งเราต้องการให้พวกเขานำรถเครนมาช่วยยกแผ่นคอนกรีตออกเพราะยังมีคนติดอยู่ข้างใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า เหตุการณ์หนึ่งที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้คนทั่วเวเนซุเอลาคือการช่วยเหลือพี่น้องสามคนในเมืองลาไกวรา ซึ่งภาพข่าวทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐเผยให้เห็นวินาทีที่สามพี่น้องทยอยคลานออกมาจากซากปรักหักพังในสภาพที่ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและเศษซากต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังชายคนหนึ่งร้องบอกเด็กคนแรกให้ออกมา ขณะที่เด็กค่อยๆ คลานออกมาอย่างปลอดภัยจากช่องว่างระหว่างก้อนคอนกรีตขนาดใหญ่ จากนั้นเด็กหญิงอีกคนได้คลานตามออกมา ก่อนชายคนดังกล่าวถามว่า &amp;#8220;พวกหนูเป็นพี่น้องกันใช่ไหม&amp;#8221; ซึ่งเด็กหญิงตอบกลับไปว่า &amp;#8220;ใช่ เรามีกันสามคน&amp;#8221; ไม่นานหลังจากนั้น เด็กคนที่สามก็คลานออกมาได้สำเร็จแม้จะทุลักทุเลกว่าคนก่อนหน้า โดยหนูน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นในสภาพที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลโปรตุเกสยืนยันว่ามีชาวโปรตุเกส 1 คน และชาวบราซิล 2 คน เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะสื่อสเปนรายงานโดยอ้างกระทรวงต่างประเทศระบุว่า มีชาวสเปนเสียชีวิต 4 คน และผู้สูญหายอีก 106 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายโดยตรงจากเหตุแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งรุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบกว่า 1 ศตวรรษว่า น่าจะอยู่ประมาณ 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.2 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ความช่วยเหลือทั้งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาประเทศได้ทยอยส่งไปยังเวเนซุเอลา เช่น เครื่องบินทหารของสหราชอาณาจักรที่บรรทุกทีมค้นหาและกู้ภัย สุนัข และโดรน ได้ออกเดินทางจากฐานทัพอากาศไบรซ์นอร์ตัน ในเมืองออกซ์ฟอร์ดเชียร์เมื่อวันศุกร์ มุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศอื่นๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก และสวิตเซอร์แลนด์ ได้ส่งทีมเข้าร่วมด้วย โดยสหรัฐยังได้ประกาศการส่งเรือรบและเครื่องบินขนส่ง รวมถึงเงินช่วยเหลือมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับเวเนซุเอลาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780611?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3  พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3  พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล.</dc:alternative><dc:abstract>ยอดเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งทะลุ 900 เจ็บกว่า 3  พัน เร่งค้นหาติดใต้ซากอีกนับร้อย คาดเสียหาย 2.2 แสนล.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T08:23:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T08:23:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T044757Z_971320360_RC2X1MA8ZP4N_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040841Z_417138526_RC2Y1MA5J90G_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T040841Z_417138526_RC2Y1MA5J90G_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T042430Z_97459234_RC2Z1MAOJWRT_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T042430Z_97459234_RC2Z1MAOJWRT_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T034811Z_16661305_RC2Y1MA47IUI_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T034811Z_16661305_RC2Y1MA47IUI_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780494]]></link><pubDate>2026-06-27T10:28:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5780494</guid><description>ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งติดธงสิงคโปร์ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าจนได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีลูกเรือคนใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงว่า เครื่องบินโจมตีของสหรัฐได้โจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว การโจมตีครั้งนี้เป็น &amp;#8220;การตอบโต้ที่หนักแน่น&amp;#8221; ต่อเหตุการณ์โดรนโจมตีเรือสินค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การกระทำอันเป็นการรุกรานเรือพาณิชย์โดยไม่มีเหตุอันสมควรของกองกำลังอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน&amp;#8221; CENTCOM ระบุ และว่า &amp;#8220;พฤติกรรมอันเป็นอันตรายของอิหร่านยังบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ ในช่วงเวลาที่การค้าระหว่างประเทศกำลังพึ่งพาเส้นทางการค้าสำคัญแห่งนี้มากขึ้น&amp;#8221; พร้อมกับย้ำว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงให้การประสานงานและสนับสนุนด้านความปลอดภัยแก่เรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะสื่ออิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธได้ตกบริเวณรอบท่าเรือเมืองซีริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน และกองทัพเรืออิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านระบุว่า มีการโจมตีที่ท่าเรือซีริก หลังจากได้ยินเสียงระเบิดในพื้นที่ ก่อนหน้านั้นประมาณ 5 ชั่วโมง มีการยิงปืนเตือนหลายนัดจากเมืองซีริกไปยังเรือที่ถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดข้อบังคับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังมีการยิงขีปนาวุธเตือน 2 ลูกจากพื้นที่ คาร์ปานซึ่งอยู่ใกล้เคียงไปยังน่านน้ำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงว่า เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพเรือของตนได้โจมตีสถานที่ที่กองทัพสหรัฐซึ่งเป็นกองกำลังผู้ก่อการร้าย ประจำการอยู่ในภูมิภาค พร้อมทั้งเตือนว่า หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม อิหร่านจะตอบโต้ในวงกว้างยิ่งกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC ระบุอีกว่า &amp;#8220;ข้อตกลงหยุดยิงให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมการสัญจรของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม สหรัฐได้พยายามยั่วยุในหลายแนวรบเพื่อทำลายพันธกรณีดังกล่าว ดังนั้น จึงมีการตอบโต้ที่จำเป็น และจะยังคงตอบโต้ต่อไป หากการรุกรานเกิดขึ้นอีก การตอบโต้ของเราจะกว้างขวางกว่าครั้งนี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่สหรัฐจะประกาศปฏิบัติการโจมตี ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;เดี๋ยวคุณจะได้เห็น&amp;#8221; เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐจะตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่านหรือไม่ หลังมีรายงานว่ามีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทรัมป์กล่าวหาอิหร่านด้วยว่า &amp;#8220;ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์บน X ว่า สหรัฐได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหรือที่เรียกว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเคร่งครัดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;อิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิง และเราก็ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น หากพวกเขามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการนำบันทึกความเข้าใจไปปฏิบัติ ก็สามารถติดต่อพูดคุยกันได้ แต่หากมีการใช้ความรุนแรง เราก็จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน&amp;#8221; แวนซ์โพสต์บนแพลตฟอร์ม X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารอิหร่านอีกครั้งของสหรัฐมีขึ้นหลังจากมีรายงานเกิดเหตเรือบรรทุกสินค้าติดธงสัญชาติสิงคโปร์ชื่อ Ever Lovely ถูกวัตถุไม่ทราบชนิดยิงโจมตีใกล้กับประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ขณะแล่นอยู่ในเส้นทางที่ศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKTMO) แนะนำให้เดินเรือได้ ทว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว และเรือสินค้าลำนั้นได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซไปได้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เหตุโจมตีเรือที่เกิดขึ้นส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติได้ระงับแผนการอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ซึ่งติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าสำคัญเส้นทางหนึ่งของโลกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไว้ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780494?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>ฮึ่มกันอีก! มะกันโจมตีใส่ฐานเก็บขีปนาวุธอิหร่าน ตอบโต้เตหะราน ยิงใส่เรือสินค้า แล่นผ่านฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T04:38:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T04:38:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-2.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-2-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/2026-06-27T021504Z_398407531_RC222MAT0ADG_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780206]]></link><pubDate>2026-06-26T21:00:48+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5780206</guid><description>ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน ทีมกู้ภัยและความช่วยเหลือจากต่างประเทศทยอยเดินทางถึงเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน เกือบสองวันหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งที่สร้า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยและความช่วยเหลือจากต่างประเทศทยอยเดินทางถึงเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน เกือบสองวันหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่กรุงการากัสและบริเวณโดยรอบ ส่งผลให้ประชาชนต้องช่วยกันขุดค้นกองซากปรักหักพังเพื่อช่วยเหลือญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้านที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลประเมินว่ายังคงมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารและสูญหายอีกหลายร้อยคน นอกเหนือจากยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 589 ราย และผู้บาดเจ็บ 2,980 คน ขณะที่ในเว็บไซต์ที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อรับแจ้งข้อมูลผู้สูญหาย ณ เช้าวันศุกร์ มีชื่อผู้ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้มากกว่า 50,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดสองครั้งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของภูมิภาคลาตินอเมริกา เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันพุธ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงการากัสไปทางตะวันตกราว 160 กิโลเมตร ขณะที่ชาวเวเนซุเอลากำลังหยุดพักในวันหยุดราชการ โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อาจสูงกว่า 10,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลภายใต้การนำของเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งขึ้นสู่อำนาจหลังจากสหรัฐบุกจับกุมอดีตประธานาธิบดีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้ให้คำมั่นว่าจะระดมความช่วยเหลือครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือในวันพฤหัสบดียังคงกระจายอย่างไม่ทั่วถึง โดยในบางพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ หน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และกองทัพลงพื้นที่ปฏิบัติงาน แต่ในอีกหลายพื้นที่กลับแทบไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือมีกำลังเจ้าหน้าที่เพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาไกวรา เมืองชายฝั่ง ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงการากัส เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด โดยมีอาคารอย่างน้อย 100 หลัง รวมถึงอาคารอพาร์ตเมนต์สูงหลายแห่ง พังถล่มราบเป็นหน้ากลอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าจำนวนมาก ต่างใช้มือเปล่าหรือเครื่องมือเท่าที่หาได้ช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคาร พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐให้ความช่วยเหลือน้อยเกินไป และขาดแคลนอุปกรณ์ที่เหมาะสม แม้สถานีโทรทัศน์ของรัฐจะเผยแพร่ภาพของประธานาธิบดีโรดริเกซลงพื้นที่ในช่วงบ่าย พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากประชาชนที่ช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตแล้ว ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากยังร่วมกันจัดหาความช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่ผู้ประสบภัย โดยขบวนรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์เดินทางจากกรุงการากัสมาถึงเมืองดังกล่าวในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกหลายสิบคนขี่รถจักรยานยนต์ตลอดทั้งคืนจากเมืองบาเลนเซีย เพื่อนำอาหารและสิ่งของจำเป็นมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยจากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงหลายประเทศที่เคยมีจุดยืนต่อต้านเวเนซุเอลาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางช่วงเวลาที่ประเทศแห่งนี้เผชิญการโดดเดี่ยวจากนานาชาติ การปราบปรามทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เริ่มเดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงค่ำวันพฤหัสบดี โดยทีมขนาดเล็กจากสาธารณรัฐโดมินิกันเป็นคณะแรกที่เดินทางถึงเมืองลาไกวรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เม็กซิโกส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย 250 คน เอลซัลวาดอร์ส่งเจ้าหน้าที่ 188 คน และสเปนส่งเกือบ 100 คน ขณะที่เครื่องบินของกองทัพอากาศโคลอมเบียซึ่งบรรทุกเจ้าหน้าที่กู้ภัย 63 คน กำลังเดินทางมาถึงในเช้าวันศุกร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีก็ได้ส่งทีมกู้ภัยเช่นกัน โดยหลายทีมได้นำสุนัขค้นหา อุปกรณ์ตรวจจับเสียง และเครื่องมือกู้ภัยเฉพาะทางติดตัวมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สหรัฐระบุว่าจะจัดสรรความช่วยเหลือมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประเทศอื่นๆ อาทิ โคลอมเบีย สวิตเซอร์แลนด์ และเอลซัลวาดอร์ ต่างก็ส่งอุปกรณ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780206?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับดินไหวเวเนฯ พุ่ง 589 เจ็บ 2.8 พัน สูญหายเกินครึ่งแสน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T08:24:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T08:24:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/vz-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780166]]></link><pubDate>2026-06-26T20:41:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5780166</guid><description>ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เครื่องบินขนาดเล็กลำหนึ่งดูเหมือนจะพุ่งชนอาคารที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนเมื่อบ่ายวันศุก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เครื่องบินขนาดเล็กลำหนึ่งดูเหมือนจะพุ่งชนอาคารที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงในเมืองที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพวิดีโอที่น่าตกใจจากปักกิ่งที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเศษซากที่ร่วงหล่นลงมาจากตึก CITIC Tower หรือที่รู้จักกันในชื่อ China Zun ซึ่งเป็นอาคารสูง 109 ชั้น นอกจากนี้ยังเห็นส่วนหางของเครื่องบิน และกระจกหน้าต่างรถแท็กซี่ที่แตกเสียงหายบนพื้นด้านล่างด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เห็นผู้คนที่อพยพออกจากตึกระฟ้ามารวมตัวกันบนถนนใกล้ทางเข้า พร้อมด้วยรถดับเพลิง รถตำรวจ และรถพยาบาล โดยสำนักข่าวได้พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่และหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของเครื่องบินเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่เผยแพร่ออนไลน์แสดงรหัสทะเบียนเครื่องบินดูเหมือนจะชี้ไปที่เครื่องบินกีฬาขนาดเล็กที่ผลิตภายในประเทศ รุ่น Sunward SA 60L Aurora ซึ่งเป็นของบริษัทการบินทั่วไปแห่งหนึ่งในท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลการบินที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจาก Flightradar24 ที่เผยแพร่ทางออนไลน์ ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นเส้นทางการบินที่เบี่ยงเบนออกจากเส้นทางอย่างผิดปกติของเครื่องบินลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เมืองหลวงของจีนได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดโดรน ภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวด ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อ เช่า หรือบินโดรนโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลภายในเขตกรุงปักกิ่งที่กว้างขวางใหญ่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว กรุงปักกิ่งเพิ่มกำลังตำรวจรอบตึกแห่งนี้ ขณะที่ตำรวจในกรุงปักกิ่งยังปิดถนนบางสายที่นำไปสู่ตึกที่สูงที่สุดในย่านธุรกิจใจกลางเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการวางกำลังตำรวจอย่างหนาแน่นในบริเวณดังกล่าว โดยมีการปิดถนนบางสายที่มุ่งหน้าไปยังอาคารไม่ให้รถยนต์สัญจร เจ้าหน้าที่ตำรวจยังห้ามไม่ให้ผู้คนถ่ายรูปและขอให้ผู้คนออกจากบริเวณอาคารอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5780166?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน</dc:alternative><dc:abstract>ฝีมือใคร! เครื่องบินเล็กพุ่งชน ตึกระฟ้าสูงสุดในปักกิ่ง ตำรวจเพิ่มกำลัง-ปิดถนน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-27T07:59:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-27T07:59:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/bp2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิวซีแลนด์ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5779843]]></link><pubDate>2026-06-26T17:18:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5779843</guid><description>นิวซีแลนด์ ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เกิดพายุพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศนิวซีแลนด์ ส่งผลให้การสัญจรทางอากาศใน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นิวซีแลนด์ ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เกิดพายุพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศนิวซีแลนด์ ส่งผลให้การสัญจรทางอากาศในกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของประเทศต้องหยุดชะงัก โดยมีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยว ที่บินเข้าออกสนามบินในกรุงเวลลิงตัน ทั้งทำให้เกิดไฟฟ้าดับ กระทบบ้านเรือนหลายพันหลังและก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในบางพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;MetService หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศรุนแรงหลายฉบับ เนื่องจากความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวปกคลุมประเทศ โดยมีการเตือนว่าจะมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 120 กม./ชม. หลังจากตรวจวัดความเร็วลมได้มากกว่า 150 กม./ชม. ในบางพื้นที่ของประเทศในข้ามคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสลมแรงจากพายุทำให้เที่ยวบินเข้าและออกจากสนามบินเวลลิงตันต้องยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน โดยสนามบินเวลลิงตันระบุว่า &amp;#8220;เที่ยวบินส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้าและออกจากสนามบินเวลลิงตันถูกยกเลิกในวันนี้ และเที่ยวบินส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) ที่มีกำหนดในช่วงเย็นก็ถูกยกเลิกเช่นกัน และคาดว่าความเร็วลมจะอ่อนกำลังลงในวันพรุ่งนี้ ซึ่งน่าจะทำให้สามารถกลับมาให้บริการเที่ยวบินได้อีกครั้ง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ยืนยันว่าได้ยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศทั้งหมดที่เดินทางเข้าและออกจากกรุงเวลลิงตัน รวมถึงเที่ยวบินทั้งหมดที่สนามบินนิวพลายมัธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบริษัท เวลลิงตัน อิเลคทริคซิตี้ เปิดเผยว่า ลูกค้าประมาณ 4,000 ราย ประสบปัญหาไฟฟ้าดับและเตือนว่าอาจเกิดไฟฟ้าดับเพิ่มเติมได้ เนื่องจากความเร็วลมจะเพิ่มสูงสุดในช่วงเย็น ทั้งนี้ บริษัทสามารถจ่ายไฟฟ้าคืนให้ลูกค้าประมาณ 3,000 รายได้ก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ในเมืองโลเวอร์ฮัตต์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเวลลิงตัน รายงานว่ามีถนนหลายสายถูกน้ำท่วมและเกิดดินถล่ม 2 จุด โดยหน่วยบริการฉุกเฉินได้เข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5779843?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิวซีแลนด์ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิวซีแลนด์ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง</dc:alternative><dc:abstract>นิวซีแลนด์ป่วน พายุถล่มเมืองหลวง ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไฟดับวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-26T13:00:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-26T13:00:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Screenshot-2026-06-26-170829-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5779476]]></link><pubDate>2026-06-26T15:04:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5779476</guid><description>อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ. เดอะ โคเรียไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ศาลแขวงกลางกรุงโซล ได้พิพากษาโทษจำคุกนางคิม กอนฮี อดีตสตรีหมายเลข 1 ภ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ โคเรียไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ศาลแขวงกลางกรุงโซล ได้พิพากษาโทษจำคุกนางคิม กอนฮี อดีตสตรีหมายเลข 1 ภรรยาของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เป็นเวลา 7 ปี พร้อมสั่งริบทรัพย์สินมูลค่า 64.8 ล้านวอน หรือกว่า 1,387 ล้านบาท ในความผิดฐานรับสินบน จากการถูกกล่าวหาว่ารับของขวัญราคาแพงเพื่อแลกกับการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งงาน และการเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้ตัดสินโทษนางคิม หลังจากเธอถูกฟ้องร้องในข้อหารับสินบนจากการทำหน้าที่เป็นคนกลางในการวิ่งเต้นหรือไกล่เกลี่ยผลประโยชน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ทีมอัยการพิเศษนำโดย มิน จุงกี ได้ร้องขอให้ศาลสั่งลงโทษจำคุกนางคิม เป็นเวลา 7 ปีครึ่ง โดยให้เหตุผลว่าอดีตสตรีหมายเลข 1 ผู้นี้ได้ใช้อำนาจและสถานะในตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อทำธุรกรรมหรือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโชซอนเดลีรายงานว่านอกจากศาลจะสั่งโทษจำคุก 7 ปีแล้ว ยังสั่งริบทรัพย์สินนางคิมอีกหลายรายการมูลค่า 64.8 ล้านวอน อาทิ ภาพวาดของศิลปิน อี อูฮวาน สร้อยคอแบรนด์ Van Cleef &amp;amp; Arpels, เข็มกลัด Tiffany, กล่องเก็บของรูปเต่าทำจากทองคำ และกล่องใส่นาฬิกา Vacheron Constantin&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โชซอนเดลีรายงานอีกว่า ศาลชี้ว่าคดีนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นการซื้อขายตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินการตามคำร้องขอต่างๆ ทั้งในด้านบุคลากรและธุรกิจ เพื่อแลกกับของกำนัลที่มีมูลค่าสูง โดยอาศัยสถานะของการเป็นคู่สมรสประธานาธิบดี ส่งผลให้กระบวนการตัดสินใจของภาครัฐซึ่งควรจะมีความยุติธรรม ต้องเสื่อมถอยลงจนกลายเป็นเพียงเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนของนางคิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายนางคิมโต้แย้งว่าของขวัญเหล่านั้นเป็นการแลกเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือได้รับตามคำขอเพื่อการซื้อผ่านตัวแทน แต่ศาลไม่ยอมรับข้อโต้แย้งนี้ โดยศาลวินิจฉัยว่า ในฐานะคู่สมรสของประธานาธิบดี จำเลยควรระมัดระวังและยับยั้งชั่งใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคำขอและผลประโยชน์มากมาย แต่เธอกลับรับของขวัญซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของเธอในฐานะตัวกลางหรือนายหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นางคิม กอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีหลายข้อหา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากนายยุน ซอกยอล สามีของเธอ ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลังนายยุนถูกกล่าวหาดำเนินคดีในหลายข้อหาซึ่งเป็นผลเกี่ยวเนื่องกับการที่นายยุนได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกในประเทศช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมปี 2024 โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงเพื่อมุ่งหวังกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง การกระทำดังกล่าวของเขาได้ฉุดลากประเทศเข้าสู่วิกฤตขัดแย้งทางการเมือง ก่อนที่นายยุนจะถูกถอดถอนพ้นตำแหน่งในต้นปีถัดมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5779476?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ.</dc:alternative><dc:abstract>อดีตสตรีหมายเลข 1 เกาหลีใต้ โดนฟันคุก 7 ปี ฐานรับสินบน พร้อมริบทรัพย์สิน 1.3 ล้านบ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-26T08:45:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-26T08:45:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/AP26028052283427-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/lifestyle/tech/news_5779203]]></link><pubDate>2026-06-26T13:14:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5779203</guid><description>สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน แอปเปิล ได้ปรับขึ้นราคา &amp;#8220;แมคบุ๊ก&amp;#8221; และ &amp;#8220;ไอแพด&amp;#8 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน แอปเปิล ได้ปรับขึ้นราคา &amp;#8220;แมคบุ๊ก&amp;#8221; และ &amp;#8220;ไอแพด&amp;#8221; อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ไม่สามารถแบกรับภาระแทนลูกค้าจากต้นทุนชิปหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นได้ อันเป็นผลมาจากการที่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กำลังเร่งขยายศูนย์ข้อมูลอย่างหนักในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่สร้างเงินเป็นหลักของบริษัท อย่าง &amp;#8220;ไอโฟน&amp;#8221; แต่จะส่งผลกระทบต่อราคาของ &amp;#8220;นีโอ&amp;#8221; (Neo) แล็ปท็อปรุ่นราคาประหยัดที่สุดของแอปเปิลที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือน จากราคาเริ่มต้นที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ จะปรับเป็น 699 ดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การประกาศขึ้นราคาสินค้าในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และมีสายสัมพันธ์ในห่วงโซ่อุปทานที่น่าอิจฉาที่สุดในอุตสาหกรรม ก็ยังไม่สามารถต้านทานกระแสราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นได้ ซึ่งสถานการณ์นี้ได้ส่งผลให้แนวโน้มยอดขายสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซี ทั่วโลกซบเซาลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เช่น ไมครอน (Micron) ได้หันไปให้ความสำคัญกับคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตชิปเอไอ อย่าง เอ็นวิเดีย (Nvidia) เป็นอันดับแรกๆ ซึ่งช่วยให้บริษัทเหล่านั้นทำกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ในทางกลับกัน ก็ทำให้เหลือซัพพลายชิ้นส่วนเพียงน้อยนิด ส่งถึงมือผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้บริษัทเหล่านี้ถูกบีบให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้าตามไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของแอปเปิล ระบุว่า &amp;#8220;เราไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนอะไหล่ปรับตัวสูงขึ้นมากและรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมา เราได้ช่วยแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ เพื่อปกป้องลูกค้ามาโดยตลอด แต่ตอนนี้ เรามาถึงจุดที่ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องเริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ รวมถึง การปรับขึ้นราคา ไอแพด และ เครื่องแมค ในวันนี้ด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมระบุด้วยว่า &amp;#8220;เราทราบดีว่านี่ไม่ใช่ข่าวที่น่ายินดี และเรากำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขต่อไป&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการอัพเดตราคาบนหน้าเว็บไซต์ของแอปเปิล พบว่า ราคาของแมคบุ๊ก แอร์ ( MacBook Air) รุ่นความจุ 512 กิกะไบต์ ถูกปรับขึ้นเป็น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แมคบุ๊ก โปร รุ่นความจุ 1 เทราไบต์ ปรับขึ้นเป็น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 1,699 ดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไอแพด แอร์ (iPad Air) รุ่นความจุ 128 กิกะไบต์ ก็ถูกปรับราคาขึ้นจาก 599 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 749 ดอลลาร์สหรัฐ และยังมีการเปลี่ยนแปลงราคาของรุ่นอื่นๆด้วย โดยแอปเปิล ยังได้ปรับขึ้นราคากล่องรับสัญญา แอปเปิล ทีวี (Apple TV) และลำโพงอัจฉริยะ โฮมพอด (HomePod) ทั้งสองรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับขึ้นราคาสินค้าของแอปเปิล ส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลงเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง เดลล์ ดิ่งลงมากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์ค่ายคู่แข่งรายอื่นๆ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าให้แรงกว่าแอปเปิลด้วยซ้ำ เนื่องจากแอปเปิลยังมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับซัพพลายเออร์ ซึ่งช่วยลดแรงปะทะจากวิกฤตต้นทุนครั้งนี้ไปได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบน บาจาริน ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี Creative Strategies กล่าวว่า สถานการณ์ด้านชิปหน่วยความจำในขณะนี้ถือว่าตึงมือมาก และจะยังคงเป็นความยากลำบากเชิงโครงสร้างต่อไปในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เมื่อเดือนเมษายน แอปเปิล เคยระบุว่า คลังสินค้าชิ้นส่วนที่มีอยู่เดิม ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ แต่ต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น จะเริ่มส่งผลกระทบตามทันในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ทิม คุก ซีอีโอ ของแอปเปิล กล่าวในการประชุมทางไกลกับนักวิเคราะห์ เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า &amp;#8220;เราคาดการณ์ว่า ต้นทุนด้านหน่วยความจำจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;#8221; และว่า &amp;#8220;แม้ว่าเราจะยังไม่ได้ให้รายละเอียดของภาพรวมหลังจากเดือนมิถุนายน แต่บอกได้เลยว่า หลังจากไตรมาสเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เราเชื่อว่า ต้นทุนหน่วยความจำจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แอปเปิลไม่ได้เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการขั้นตอนใดไปบ้าง นอกเหนือจากการปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น&lt;br /&gt;
แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาไอโฟน แต่บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า แอปเปิล จะปรับขึ้นราคาไอโฟนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และการปรับขึ้นราคาสินค้าครั้งล่าสุดนี้ อาจเป็นการกระตุ้นให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพ เลื่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าให้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาบิลา โพพัล ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการวิจัยของ ไอดีซี กล่าวว่า &amp;#8220;ไอโฟนไม่ได้ถูกละเว้น จะมีการปรับราคาขึ้นเร็วๆนี้ มันเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมากสำหรับแอปเปิลที่เลือกประกาศขึ้นราคาก่อนการเปิดตัวไอโฟนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อที่ว่า พาดหัวข่าว่ในวันเปิดตัวจะไม่ไปโฟกัสที่การขึ้นราคา แต่เป็นเรื่องของความคุ้มค่าที่โทรศัพท์รุ่นใหม่จะมอบให้แทน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของ เทรนด์ฟอร์ซ หน่วยงานติดตามข้อมูลของอุตสาหกรรมนี้ ระบุว่า ราคาของแรม หรือหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่มแบบไดนามิก (DRAM) ซึ่งใช้ในอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่เกือบทั้งหมด พุ่งสูงขึ้น 98 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปี 2026 และมีแนวโน้มที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก 58-63 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนขนานนามว่า เป็น &amp;#8220;วันสิ้นโลกของราคาแรม&amp;#8221; (RAMageddon) ถูกขับเคลื่อนโดยการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของการสร้างศูนย์ข้อมูล เอไอ โดยบริษัทต่างๆ อย่างเช่น เอ็นวิเดีย ที่ได้เซ็นสัญญาผูกพันระยะยาวกับผู้ผลิตหน่วยความจำที่กำลังเร่งแข่งขันกันเพื่อขยายกำลังการผลิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ไมครอน ได้เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงผูกพันระยะยาวมูลค่ากว่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากลูกค้าที่ต้องการความมั่นใจว่า จะได้รับซัพพลายหน่วยความจำอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ คาดว่า จะกดดันยอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนักในปีนี้ โดยไอดีซี ประเมินว่า ตลาดสมาร์ทโฟนจะเผชิญกับยอดขายที่ลดลงประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่เกือบ 14 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ ขณะที่ตลาดพีซี จะลดลง 11.3 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/lifestyle/tech/news_5779203?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว</dc:alternative><dc:abstract>สาวกสะเทือนใจ! แอปเปิล ปรับขึ้นราคาแมคบุ๊ก-ไอแพด หลังแบกต้นทุนชิปหน่วยความจำไม่ไหว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-06-26T06:14:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-06-26T06:14:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/apple3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
