เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรม ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (KOSEN) ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งวันนี้ถือว่าบรรลุข้อตกลงเรียบร้อย โดยมีรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ขั้นต่อไป ศธ.จะดำเนินการจัดการศึกษาแบบ “ไทยโคเซ็น” ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า ไทยโคเซ็นไม่ใช่อาชีวศึกษา แต่เป็นโรงเรียนสร้างนักนวัตกร และไทยโคเซ็นถือเป็นโรงเรียนโคเซ็นแห่งแรกที่ตั้งนอกประเทศญี่ปุ่น
นพ.ธีระเกียรติกล่าวอีกว่า โดยช่วงแรกจะเปิดเป็นห้องเรียน 1 ห้อง ที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ห้องเรียนนี้มีนักเรียนทั้งหมด 24 คน เด็กเหล่านี้ได้รับทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่นถึงระดับปริญญาตรีทุกคน จะเริ่มภายในเดือนธันวาคมนี้ ขั้นต่อไปจะก่อตั้งสถาบันการศึกษารูปแบบโคเซ็นในประเทศไทย โดยผ่านความร่วมมือจาก 2 สถาบัน คือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ทั้งนี้ จะใช้หลักสูตรญี่ปุ่น และเมื่อเรียนจบจะได้ปริญญาของญี่ปุ่น โดยมีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบหลักสูตร และสนับสนุนนักเรียนนักศึกษาไทยไปศึกษาต่อที่สถาบันโคเซน ญี่ปุ่น พร้อมส่งเสริมแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษาระหว่างไทย และญี่ปุ่นให้เพิ่มมากขึ้น
“ขณะนี้ อยู่ระหว่างตกลงเงื่อนไขการให้ทุนการศึกษานักเรียนกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าจะให้ทุนในรูปแบบไหน จะเป็นทุนให้เปล่าหรือไม่ แต่ทุนนี้จะไม่ควบคุมนักเรียนมากเกินไป เพราะถ้าคุมมาก เดี๋ยวสมองไหลไม่กลับมาทำงานในไทย อาจจะปรับค่าเบี้ยวทุนในราคาที่นักเรียนไม่อยากจะเสีย เป็นต้น แต่ขออย่างเดียวคือขอให้กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐต้องยืดหยุ่น และต้องเตรียมการพัฒนาหลายด้านเพื่อรองรับนักเรียนให้กลับมาพัฒนาประเทศด้วย” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว





