อาการแบบไหนเข้าข่าย “ออฟฟิศซินโดรม” มนุษย์ทำงานต้องเช็กตัวเอง

26.01.24 | 08:00 น.

“ออฟฟิศซินโดรม” โรคที่พบเจอได้บ่อยมากกับมนุษย์เงินเดือน ชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงานวันละหลายชั่วโมง แทบไม่ได้ลุกขยับตัวไปไหน ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าก็แค่ปวดหลัง ปวดไหล่ แต่ถ้าปล่อยเอาไว้ระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นก็มีสิทธิ์สร้างอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน จะดีกว่าหรือไม่หากรู้จักเช็กอาการของตนเอง พร้อมเข้าใจวิธีดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร เกิดจากอะไร

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ กลุ่มอาการของโรคซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานแทบไม่ได้เคลื่อนตัว หรือย้ายท่าทางใด ๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น และอวัยวะบางส่วนทำงานไม่ถูกต้องจึงเกิดความผิดปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหลัง คอ บ่า ไหล่ ไปจนถึงบริเวณดวงตา

ขณะที่อีกกรณีอันเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคนี้เร็วขึ้นแม้จะพยายามขยับตัวเอง ไม่ได้นั่งอยู่กับที่นาน ๆ นั่นคือ โต๊ะทำงานและเก้าอี้สำนักงานที่ใช้ทำงานไม่สอดคล้องกับขนาดช่วงตัว เช่น โต๊ะสูงมากเวลานั่งหน้าคอมต้องเอื้อมแขนตลอด หรือโต๊ะเตี้ยแต่เก้าอี้สูงเกินไปขณะทำงานต้องงอตัวตลอด เป็นต้น

เช็กอาการออฟฟิศซินโดรม คุณเข้าข่ายหรือยัง?

ใครรู้ตัวว่าแต่ละวันต้องนั่งทำงานหน้าคอมนาน ๆ วันละหลายชั่วโมง หรือสัดส่วนระหว่างโต๊ะสำนักงานกับเก้าอี้ที่นั่งไม่เหมาะสม ลองเช็กอาการเหล่านี้ดูหากเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบรักษาและปรับพฤติกรรมทันที

  • ปวดหลังแทบทุกเวลา โดยเฉพาะตอนตื่นนอน หรือตอนก้ม-เงย
  • ปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ ไม่สามารถระบุจุดชัดเจน แต่รู้สึกเหมือนเมื่อย ๆ อยู่ตลอด
  • ปวดศีรษะเป็นบางครั้ง ปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน
  • ปวดตึงหรือเกิดเหน็บชาบริเวณขาบ่อย ๆ
  • ปวดกระบอกตา หรือเวลามองจอคอม จอมือถือนาน ๆ แล้วรู้สึกการรับภาพไม่จัด ดวงตาพร่ามัว
  • ปวดตรงข้อมือ บางรายมือชา หรือนิ้วล็อก

การรักษาออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้นและการดูแลตนเอง

  • เมื่อมีอาการให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เช่น เอกซเรย์ และแพทย์จะรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาทาน ยาฉีด ยานวด หรือกายภาพบำบัด
  • ปรับพฤติกรรมใหม่ ไม่นั่งทำงานนานเกิน 30-45 นาที ลุกขึ้นทำกิจกรรมอย่างอื่น หรือมีการขยับตัวบ้าง
  • เปลี่ยนโต๊ะสำนักงานหรือเก้าอี้สำนักงานที่ใช้อยู่ห่างไม่เหมาะสมกับลักษณะร่างกายของตนเอง
  • หันมาออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ใช้งาน เช่น โยคะ เวทเทรนนิ่ง เล่นกีฬา หรือแม้แต่คาร์ดิโอก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

อย่าลืมเช็กอาการออฟฟิศซินโดรมของตนเอง หากรู้สึกอย่างที่บอกไปบวกกับพฤติกรรมในแต่ละวันต้องนั่งทำงานหน้าคอมหรือนั่งท่าเดิม ๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์และปรับพฤติกรรมใหม่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

Advertisement