เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่สภากรุงเทพมหานคร ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสุกัญญา สุวัฒนวงศ์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 นายภาส ภาสสัทธา กรรมการคณะกรรมการวิสามัญฯ แถลงข่าวการพิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมติเห็นชอบผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) วงเงิน 83,398,006,000 บาท
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ดังกล่าว แบ่งเป็น งบประมาณรายจ่ายของ กทม. จำนวน 83,398,006,000 บาท และ งบประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์ของ กทม. จำนวน 398,006,000 บาท ทั้งนี้ จากจำนวนงบรายจ่าย 8.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.งบด้านการบริหารทั่วไป 25,474,579,275 บาท 2.ด้านการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 13,586,985,330 บาท 3.ด้านการโยธาและระบบจราจร 16,362,413,180 บาท 4.ด้านการระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย 9,863,013,440 บาท 5.ด้านการพัฒนาและบริการสังคม 6,345,502,550 บาท 6.ด้านการสาธารณสุข 6,733,262,485 บาท และ 7.ด้านการศึกษา 4,634,243,740 บาท
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานในสังกัด กทม.ที่ได้รับการเห็นชอบจัดสรรงบประมาณประจำปี 2563 มากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.สำนักการโยธา จำนวน 9,229,858,000 บาท 2.สำนักการะบายน้ำ 8,213,452,000 บาท 3.สำนักสิ่งแวดล้อม 7,542,229,000 บาท 4.สำนักการจราจรและขนส่ง 4,297,231,000 บาท และ 5.สำนักการแพทย์ 4,124,634,800 บาทและ สำนักงานเขตที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ปี2563 มากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ 1.สำนักงานเขตหนองจอก 589,363,000 บาท 2.ประเวศ 584,808,000 บาท 3.บางขุนเทียน 579,297,000 บาท 4.ลาดกระบัง 567,466,000 บาท และ 5.จตุจักร 534,717,800 บาท ส่วนงบน้อยสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ 208,176,600 บาท 2.บางรัก 246,445,000 บาท 3.ป้อมปราบศัตรูพ่าย 252,196,000 บาท 4.บางกอกใหญ่ 267,938,900 บาท และ 5.คันนายาว 274,038,900 บาท โดยในส่วนโครงการของสำนักการโยธาส่วนใหญ่เป็นโครงการต่อเนื่องที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ เช่น โครงการโครงข่ายถนน เป็นต้น

ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วง 5 ปี ที่สภา กทม.ได้ปฏิบัติงานได้พิจารณางบประมาณในแต่ละปี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวม 27 คน ต้องการให้การดำเนินงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ โดยเฉพาะประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งการพิจารณาปรับลดงบจะคำนึงถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการ โดยโครงการใดที่คาดจะใช้งบต่อเนื่องผูกพัน เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำ การก่อสร้างเขื่อน เป็นต้น ก็จะตัดงบเฉลี่ยไปให้กับโครงการที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากจะมีอุปสรรคในการดำเนินการตามแผน คาดจะใช้เงินไม่ทันตามที่ร้องขอ

นายภาส กล่าวว่า หน้าที่ในวันข้างหน้าของสภา กทม.ชุดนี้ ซึ่งไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้นานเท่าไร ดังนั้น จะต้องพยายามเร่งรัดการดำเนินการติดตามผลของคณะกรรมการวิสามัญฯ รวม 11 คณะ เพื่อนำผลศึกษาเสนอต่อคณะผู้บริหารให้ดำเนินการต่อไป ตลอดจนพยายามผลักดันการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เกี่ยวกับการเก็บภาษี เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ กทม.ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนงบประมาณด้านการศึกษา แม้จะมีการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่มีความเห็นว่าควรให้งบมากกว่านี้ เพราะการศึกษาเป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนและปัญหาคุณภาพศึกษาของ กทม.
ทั้งนี้ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวถึงโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตามูลฝอย ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม โครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม 13,140 บาท ว่าเป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากสภา กทม. ในปีงบประมาณ 2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน




