หน้าแรก ภูมิภาค นักวิชาการ จว...

นักวิชาการ จวก เทศบาลกระบี่ ขายประติมากรรม ศิลปินแห่งชาติ เป็นเศษเหล็ก ชี้ ศิลปะถูกด้อยค่า

1.06.24 | 13:03 น.

นักวิชาการ จวก เทศบาลกระบี่ ขายประติมากรรม ศิลปินแห่งชาติ เป็นเศษเหล็ก ชี้ศิลปะจะเป็นสิ่งสูงส่งควรยกย่อง

จากกรณีเทศบาลเมืองกระบี่ เปิดยื่นซองประมูลขายเศษเหล็ก รื้อถอนประติมากรรม ”โครงสร้างแห่งชีวิต“ สร้างโดยอาจารย์ศราวุธ ดวงจำปา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ 29 พฤษภาคม 2567 โดยรอบตัวอาคารศูนย์ข้อมูล “Thailand Biennale Krabi 2018” สร้างเมื่อปี พ.ศ.2561 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 40,666 บาท โดยเปิดยื่นซองวันที่ 5 มิถุนายนนี้ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม และอดีตเลขาส่วนตัว ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากที่เห็นในภาพ ผมคิดว่า หากมองในทางศิลปะเราจะเห็นเส้น สี และแผ่นระนาบ ศิลปินได้นำรูปทรงต่างๆ มาประกอบจัดวางอย่างมีสีสัน ดูมีความเคลื่อนไหว กระทบใจให้รู้สึกสดชื่นเบิกบาน มีพลังงานแฝงเร้นอยู่ภายใน สอดคล้องกับชื่องาน ‘โครงสร้างแห่งชีวิต’

ผมไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีข้อตกลงเรื่องการติดตั้งงานระหว่างศิลปินกับเทศบาลเมืองกระบี่อย่างไร แต่ก่อนหน้านี้ก็มีข้อถกเถียงเรื่องการรื้อถอนงานศิลปะในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 3 ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023 เช่นกัน เช่น การรื้อถอนงาน ‘ห้องใต้นา’ ของโทเบียส เรห์แบร์เกอร์ (Tobias Rehberger) ศิลปินร่วมสมัยเลื่องชื่อชาวเยอรมัน แต่เหตุแห่งการรื้อถอนเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างศิลปินกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ซึ่งไม่ได้จัดจ้าง/ซื้อลิขสิทธิ์แบบติดตั้งถาวร เป็นเพียงการยืมลิขสิทธิ์มาจัดแสดง

Advertisement

นอกจากงานของโทเบียส เรห์แบร์เกอร์ ยังมีงานอื่นที่ถูกรื้อถอนตามสัญญา เช่น งาน Chantdance (2023) ของออร์เนสโต เนโต (Ernesto Neto) ศิลปินร่วมสมัยชาวบราซิล งาน Weekend (2023) ของไมเคิล ลิน (Michael Lin) ศิลปินร่วมสมัยชาวไต้หวัน หรือผลงาน ‘ความเชื่อเป็นเหมือนสายลม’ (2023) ประติมากรรมจัดวางผสมเสียงของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย

ในกรณีงานของอาจารย์ศราวุธ สิ่งที่ฟังแล้วไม่เข้าหูคือรู้สึกเหมือนงานศิลปะถูกด้อยค่า ประกาศยื่นซองตีราคาเป็นเศษเหล็ก ซึ่งตามที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้จัดงานตกลงกับศิลปินอย่างไร การที่เทศบาลอ้างว่างานมีสภาพชำรุด ทรุดโทรม หากเห็นว่างานมีคุณค่า อาจต้องประเมินว่าชำรุดมากน้อยแค่ไหน บูรณะได้หรือไม่ หากบูรณะได้ควรหาทางออกอื่นที่จะรักษาไว้มากกว่าการประมูลขายเศษเหล็กหรือไม่ หากกีดขวางพื้นที่ จะย้ายไปที่อื่นได้ไหม หรือหากเทศบาลไม่เอา มีช่องทางไหนที่จะส่งต่อให้เอกชนไปดูแลแทน

ผมเห็นชาวกระบี่ท่านหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ‘ที่ตรงนี้เคยร่มรื่นสวยงาม เป็นที่จัดแข่งขันดนตรีของเด็กๆ สอนศิลปะฟรีให้บุตรหลาน พอรับตำแหน่งปุ๊บก็บอกว่าไร้ประโยชน์ แล้วก็ยึดเอาไปเป็นที่เก็บไม้กวาดของพนักงานเทศบาล และจะรื้อทิ้ง รวมถึงประติมากรรมชิ้นอื่นๆ ด้วย คำว่า ‘กระบี่เมืองศิลปะ’ จะไม่มีอีกต่อไป แนะนำว่าถ้าแน่จริงให้รื้อประติมากรรมปูดำเป็นอันดับแรกเลย!!! กล้าหรือไม่??‘

จึงลองสอบถามไปยังเพื่อนชาวกระบี่อีกท่านก็ได้รับคำตอบมาว่า ‘เป็นงานที่แปะอยู่กับอาคาร ตั้งแต่จัดงานคนเมืองกระบี่ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ไม่ค่อยมีใครสนใจว่าคืออะไร เขาเองก็เพิ่งทราบจากข่าวว่าเป็นงานของศิลปินแห่งชาติ ถ้าเอาตามมุมมองชาวบ้านคือการผลาญงบประมาณของผู้บริหารเทศบาลชุดเก่า’

ทรรศนะจากสองบุคคลอาจไม่ใช่ตัวแทนของคนกระบี่ทั้งหมด แต่อาจสะท้อนทำให้เราตั้งคำถามได้ว่า ทำไมเทศบาลเมืองกระบี่จึงให้คุณค่างานศิลปะของศิลปินแห่งชาติเท่ากับเศษเหล็ก ที่ผ่านมาผู้จัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ทั้งส่วนกลางและจังหวัดได้สื่อสารข้อมูลความรู้ หรือสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่หรือไม่ การจัดงานแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพหรือส่งผลสะเทือนทางสังคมมากน้อยแค่ไหนอย่างไร คุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ไปหรือไม่

นอกจากงานของอาจารย์ศราวุธ มีอีกกี่งานที่ถูกรื้อถอน หรือจะถูกรื้อทำลายไป การรื้อถอนนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ หากจะกล่าวถึงที่สุดไม่ใช่แค่งานศิลปะ แม้แต่โครงการขนาดใหญ่ของรัฐจำนวนมากก็ทำโยนทิ้งขว้าง เอางบประมาณแผ่นดินมาผลาญนักต่อนัก

สุดท้ายขอแถมอีกประเด็นคือ นอกจากเราจะเห็นคุณค่างานศิลปะแล้ว เราควรรณรงค์เรื่องระบบธรรมาภิบาลในวงการศิลปะด้วย หากศิลปะจะเป็นสิ่งสูงส่งควรยกย่อง ก็ไม่ควรมีความต่ำทรามเข้าไปเกี่ยวข้องในวงการศิลปะ

เช่นเรื่องการเล่นเส้นเล่นสาย เล่นพรรคเล่นพวก มีระบบอุปถัมภ์ แย่งชิงผลประโยชน์ สมคบกับหน่วยงานรัฐ รวมถึงสยบยอมต่ออำนาจจนการเมืองสามารถเข้ามาก้าวก่ายปลดศิลปินแห่งชาติได้ การธำรงคุณค่าในงานศิลปะหรือการยกย่องให้เกียรติศิลปิน สังคมจะยกย่องให้เกียรติให้คุณค่าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าได้ทำประโยชน์อะไรให้ส่วนรวม และไม่ทำอะไรที่เป็นการลดทอนคุณค่าของตัวเองด้วย