หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุภจี สั่งเร่...

ศุภจี สั่งเร่งแก้คอขวดตม. สุวรรณภูมิ จ่อเพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ รับไฮซีซั่น 2569

17.08.26 | 18:53 น.

ศุภจี สั่งเร่งแก้คอขวดตม. สุวรรณภูมิ จ่อเพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ รับไฮซีซั่น 2569

 


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ เจริญพันธุ์วรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดตามกระบวนการให้บริการผู้โดยสารขาเข้า และรับฟังปัญหาจากหน่วยปฏิบัติ เพื่อหารือแนวทางการทำงานและแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับแนวคิด Visitor Economy โดยมุ่งขยายขอบเขตจากการท่องเที่ยวทั่วไปไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายกลุ่มผู้มาเยือนประเทศไทยให้ครอบคลุมทั้งนักท่องเที่ยว นักเดินทางเพื่อการศึกษา ธุรกิจ สุขภาพ (Wellness) และวัตถุประสงค์อื่นๆ เนื่องจากกลุ่มผู้มาเยือนเหล่านี้มีระยะเวลาพำนักและการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครั้งนี้ รัฐบาลต้องการเห็นปัญหาจริงที่เกิดขึ้นบริเวณด่านหน้าของประเทศ เนื่องจากสุวรรณภูมิไม่ได้เป็นเพียงสนามบิน แต่เป็นจุดแรกที่นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทย หากกระบวนการเดินทางเข้าประเทศใช้เวลานานหรือเกิดความไม่สะดวก ย่อมส่งผลต่อความประทับใจ ความเชื่อมั่น และรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งระบบ ดังนั้น การยกระดับการท่องเที่ยวจึงต้องดูแลตั้งแต่ความสะดวก ความปลอดภัย การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง การรับกระเป๋า การเดินทางออกจากสนามบิน ไปจนถึงประสบการณ์ระหว่างรอคิว

Advertisement

“วันนี้ไม่ได้มาดูเพียงว่าคิว ตม. ยาวเท่าไร แต่ต้องดูว่าอะไรแก้ได้ทันที อะไรต้องใช้งบประมาณ อะไรต้องแก้กฎหมาย และอะไรต้องวางแผนระยะยาว ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แยกกันแก้เป็นส่วนๆ” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะสั้น จะเน้นลดระยะเวลารอคิว บริหารกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น เพิ่มพื้นที่พักคอย และขยายจำนวนสัญชาติที่สามารถใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Auto Gate เพื่อระบายผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงต่ำออกจากคิวตรวจโดยเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ได้เร่งแก้ไขปัญหา Thailand Digital Arrival Card (TDAC) หลังพบว่านักท่องเที่ยวบางส่วนถูกเว็บไซต์ปลอมหลอกเรียกเก็บค่าบริการ ทั้งที่ระบบทางการไม่มีค่าธรรมเนียม โดยจะประสานสายการบินให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ผู้โดยสารตั้งแต่ก่อนเช็กอิน พร้อมแนะนำช่องทางและ QR Code ของระบบทางการ เพื่อป้องกันความสับสนและการถูกหลอกลวง

นางศุภจี กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือการทำให้ เวลารอ ไม่กลายเป็นประสบการณ์ด้านลบของนักท่องเที่ยว โดยอาจนำแนวคิดด้าน Hospitality มาปรับใช้ เช่น การจัดระบบคิวที่ช่วยลดความกดดันจากการยืนรอเป็นเวลานาน รวมถึง จัดกิจกรรมสร้างความผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวระหว่างรอคิว เช่น การแสดงโขน หรือดนตรีไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะกลาง ได้มอบหมายให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ Satellite Terminal (SAT-1) เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม พร้อมพิจารณาแนวทางเชื่อมต่อผู้โดยสารที่ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้วไปยังจุดรับกระเป๋า เพื่อลดความแออัดและแรงกดดันในโถงกลางของอาคารผู้โดยสารหลัก ส่วนระยะยาว ต้องเร่งผลักดันแผน East Terminal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้รองรับจำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านระบบและบริการรองรับก่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวในปีหน้า เนื่องจากหากประเทศไทยต้องการยกระดับรายได้จากผู้มาเยือน ก็จำเป็นต้องยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการควบคู่กันไปด้วย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมและ ทอท. มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร โดย East Expansion จะเพิ่มการรองรับเป็น 70 ล้านคนต่อปี ก่อสร้างปี 2570-2574 ขณะที่ South Terminal จะเพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี ก่อสร้างปี 2572-2578 และ รันเวย์ที่ 4 จะเพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง คาดเปิดใช้งานปี 2583

พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า ตม.เตรียมขยายการใช้งาน Auto Gate ขาเข้าสำหรับชาวต่างชาติเป็น 33 สัญชาติ จากปัจจุบันที่รองรับสัญชาติไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง โดยพิจารณาจาก Henley Passport Index สถิติการปฏิเสธเข้าเมืองต่ำ และความเสี่ยงด้านความมั่นคงน้อย คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ทันช่วงไฮซีซันปี 2569 นี้

พล.ต.ต.คธาธร กล่าวว่า ปัจจุบันสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยวันละ 70,000-75,000 คน โดยช่วงพีกเวลา 14.00-17.00 น. มีผู้โดยสารเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองสูงถึง 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง ขณะที่ช่วงไฮซีซันในอีกประมาณ 2 เดือน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 85,000-100,000 คนต่อวัน จึงเตรียมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เต็มทุกช่องตรวจในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

ทั้งนี้ Auto Gate ใช้เวลาตรวจเฉลี่ย 24-30 วินาทีต่อคน หากไม่มีประเด็นด้านความมั่นคง และเมื่อระบบพร้อมเต็มที่ คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าได้ประมาณ 50% ช่วยลดความแออัดบริเวณจุดตรวจ ขณะที่ผู้โดยสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจะยังผ่านการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐานความมั่นคง