ประเทศไทยโฉมใหม่ สุขได้บนหลักนิติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำการเงิน ให้โอกาสคนก้าวพลาดกลับสู่สังคม

21.08.18 | 09:00 น.

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของสังคมผลักดันให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มแรงงานนอกระบบในสังคมเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยพบว่าในจำนวนผู้มีงานทำ 37.7 ล้านคนของไทย เป็นแรงงานนอกระบบถึง 20.8 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 55.2 ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะแรงงานนอกระบบไม่มีข้อมูลเพียงพอต่อการประเมินเครดิต จึงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนทางการเงินในระบบได้ ต้องพึ่งพากลุ่มทุนนอกระบบที่มีความเสี่ยงสูง

ใน เวทีสาธารณะว่าด้วยหลักนิติธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโครงการ TIJ Executive Program on the Rule of Law and Development หรือ RoLD Program รุ่นที่ 2 ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการก้าวผ่านยุคเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมมาสู่ Digital platform เทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานและผู้ประกอบการนอกระบบได้มี Digital footprints และมีข้อมูลเพียงพอที่จะถูกนำมาพิจารณาเครดิต ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนของสถาบันการเงินในการประเมินเครดิตและความเสี่ยงของผู้กู้อีกช่องทางหนึ่ง

ซึ่งความท้าทายที่สำคัญคือการมีกฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการนำข้อมูล Digital มาใช้ในการประเมินเครดิต และการวางระบบให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยกู้ในวงเงินและอัตราดอกเบี้ยที่ดีโดยไม่เสี่ยงจนเกินไป เพราะจุดแข็งของ Digital คือความโปร่งใส การนำพาคนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในระบบภาษี จะเป็นการช่วยยืนยันความจริงของข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

นอกจากนี้ยังมีปัญหาหนึ่งที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องผู้ต้องขังล้นคุก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในเวทีนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันและสาเหตุที่ทำให้ผู้ต้องขังล้นคุก รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้ต้องขังมากเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจาก มาตรการการฟื้นฟูและคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมที่ยังขาดการคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขัง และยังไม่ได้รับความร่วมมือในการเปิดโอกาสให้อดีตผู้ต้องขังได้เป็นส่วนหนึ่งในสังคม ข้อมูลระบุไว้ว่าคนที่กระทำความผิดส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนด้อยโอกาสที่ตกอยู่ในความเหลื่อมล้ำทางสังคม ถูกสังคมกีดกัน ทำให้ไม่มีทางเลือกในชีวิต จึงก้าวพลาดไปในทางที่ไม่ถูกต้อง

ประเด็นสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้หลุดจากวงจรการกระทำผิด และกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศโดยผู้เข้าร่วมหลักสูตร RoLD รุ่นที่ 2 ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาเป็น 3 ส่วน คือ การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เพราะสังคมที่มีความเสมอภาคย่อมส่งผลต่อโดยตรงทำให้เกิดจำนวนอาชญากรรมลดลง, ปรับเปลี่ยนระบบของเรือนจำ จากการจองจำ-กักขัง มาเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เสริมพลังชีวิต เสริมคุณค่าในตนเอง และปรับระบบเตรียมปล่อยอดีตผู้ต้องขังออกสู่สังคม ให้มีการรองรับให้อดีตผู้ต้องขังกลับเข้าสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี มีระบบการสนับสนุนที่ดี ตลอดจนออกแบบความร่วมมือแบบ Private-Public Partnership(PPP) ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการแก้ไขและให้โอกาสผู้ที่เคยก้าวพลาด ลดวัฒนธรรมการตีตราผู้เคยต้องโทษลง ให้พวกเขามีโอกาสกลับมาสร้างพลัง สร้างคุณค่าให้กับสังคมได้

Advertisement

การคืนกลับสู่สังคมจึงไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะต่อตัวอดีตผู้กระทำความผิดเท่านั้น แต่ยังเกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วมด้วยเช่นกันเพราะทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม สังคมที่ปราศจากความเหลื่อมล้ำก็จะเป็นสังคมที่เป็นสุขได้บนหลักนิติธรรม