อพวช. คัด 32 สุดยอดโครงงาน โชว์ “NST FAIR 2018” กระตุ้นทักษะงานวิจัย ขานรับนโยบาย ‘วิทย์สร้างคน’

24.08.18 | 15:30 น.

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 กับการประกวดแข่งขันโครงงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของเยาวชนในโครงการ “Thailand Science Project Grand Award” ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงาน เข้ารับรางวัล “Prime Minister’s Award 2018” เชิดชูเกียรติเยาวชนคนเก่ง เสริมสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อให้นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยรุ่นต่อไป

การประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับคือมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยทุกโครงการที่เข้าร่วมประกวดจะต้องเคยได้รับรางวัลที่ 1 – 3 ในเวทีการประกวดระดับประเทศ หรือได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่งจากการประกวดในต่างประเทศ ในช่วง 1 มิถุนายน 2560 ถึง 31 พฤษภาคม 2561 จำแนกเป็น 7 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ, สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ, สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์, สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ/AI, สาขาวิศวกรรมโรบอติก, สาขาการบินและอวกาศ และสาขาอาหารและสุขภาพ ซึ่งมีทีมที่ผ่านเข้ารอบในระดับมัธยมต้น 10 โครงงาน และระดับมัธยมปลายอีก 22 โครงงาน มาจัดแสดงผลงานภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ (ซ้ายสุด)

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาบูรณาการในการสร้างสรรค์แนวคิดด้านเทคโนโลยี นำไปสู่นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทั้งยังเป็นการพัฒนาบุคลาการของประเทศให้มีความพร้อมต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก

Advertisement

“รางวัลนี้เป็นหนึ่งในนโยบายวิทย์สร้างคนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการเชิดชู นักเรียน ครู และโรงเรียนที่สนับสนุนในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เพราะโครงงานทุกชิ้นเกิดจากการนำทฤษฎีในห้องเรียนออกมาสู่การปฏิบัติ สร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ”“BJ Security” หนึ่งในโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกในสาขาวิทยาประยุกต์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นในการหาแนวทางแก้ปัญหาการโจรกรรมตู้รับบริจาคที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ดช.รังสิโรจน์ กุลเพชรจิระ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เจ้าของผลงาน อธิบายด้วยความภาคภูมิใจว่า เริ่มคิดค้นชิ้นงานตั้งแต่ศึกษาในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 โดยนำกล่องระบบรักษาความปลอดภัยมาใช้ร่วมกับตู้รับบริจาค มีการตรวจจับสัญญาณผ่านสวิตช์แม่เหล็ก เมื่อตู้ถูกเปิดออก หรือถูกเคลื่อนย้าย จะทำให้แม่เหล็กถูกแยกออกจากกัน สัญญาณไซเรนจะดังและระบบกล้องวงจรปิดจะเริ่มทำงานในทันที และจะไม่หยุดส่งเสียงจนกว่าจะมีการรีเซ็ทเครื่องใหม่ พร้อมระบบป้องกันการตัดสายสัญญาณ ซึ่งมีความแม่นยำสูงและสามารถใช้ได้กับเซ็นเซอร์หลายตัว

นางสาวณัฏฐณิชา บุญเลิศ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงใหม่

เช่นเดียวกับ นางสาวณัฏฐณิชา บุญเลิศ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงใหม่ เจ้าของโครงงาน “การศึกษาความสามารถในการดูดซับสาร BTEX ด้วยวัสดุดินเหนียวเผาในท้องถิ่น” สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการนำเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจของท้องถิ่น นำมาปรับปรุงให้สามารถดูดซับสาร BTEX และเปลี่ยนกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อถูกแสงสัมผัส เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพจากสารเบนซิลที่พบได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

“ภูมิใจมากที่มีโอกาสแสดงถึงผลงานจากความตั้งใจ ในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่เป็นส่วนของ Green Innovation พร้อมขอบคุณอาจารย์ และโรงเรียนที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินโครงการจนได้รับการยอมรับ และได้เป็นส่วนหนึ่งของ Thailand Science Project Grand Award 2018”

“จากนี้จะมีการคัดเลือกผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขา เข้ารับรางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2018 สาขาละ 1 รางวัล ทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย รวมทั้งจะมีการคัดเลือกโครงการที่ดีที่สุดระดับละ 1 โครงการ เข้ารับรางวัล Prime Minister’s Project of The Year Award 2018 จากนายกรัฐมนตรีในเดือนพฤศจิกายนนี้ เราหวังว่ารางวัล Prime Minister’s Award จะอยู่คู่กับองค์การวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ทุกคน” ผศ.ดร.รวิน กล่าวทิ้งท้าย

การดูดซับสาร BTEX ด้วยวัสดุดินเหนียวเผาในท้องถิ่น