หากพูดถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของนโยบาย “เกษตรแปลงใหญ่” กลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวา ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น นับเป็นอีกกลุ่มเกษตรกร ที่สะท้อนให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่าง เกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน ภายใต้กรอบ “ตลาดนำการผลิต” ได้เป็นอย่างดี การผนึกกำลังของ 3 ภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรบ้านโนนเขวามีการปลูกผักอย่างเป็นระบบ มีรายได้ที่มั่นคง เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน
เกษตรกรบ้านโนนเขวา เป็นกลุ่มเกษตรกร 110 ราย ที่มีความเชี่ยวชาญในการปลูกผักชนิดต่างๆบนพื้นที่กว่า 450 ไร่ และมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการทำการเกษตรแบบใหม่ แต่กลับต้องเผชิญปัญหา ขาดตลาดรองรับที่แน่นอน ไม่มีแผนการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้จึงต้องจำหน่ายให้กับผู้ค้าคนกลางโดยไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา จึงจุดประกายให้เกิด “โนนเขวาโมเดล” ขึ้น

ลุงคำปั่น โยแก้ว หนึ่งในเกษตรกรผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มฯ เล่าว่า แต่เดิมสมาชิกในกลุ่มจะเน้นการปลูกผักเชิงเดี่ยว ต่างคนต่างทำ ทำให้มีต้นทุนต่อไร่สูง ต้องใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก และมีรายได้ไม่แน่นอน ต่อมาภาครัฐได้เข้ามาแนะนำให้ชาวบ้านรู้จักกับการทำเกษตรแปลงใหญ่ และคอยสนับสนุน ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างใกล้ชิด สอนการคำนวณต้นทุน การวางแผนการเพาะปลูกตามความต้องการของตลาด และให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนสารเคมี ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อไร่ลดลง และผลผลิตมีคุณภาพดี จนได้รับมาตรฐาน GAP และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาห้างเทสโก้ โลตัส ได้มาติดต่อขอซื้อผักโดยตรงจากกลุ่มฯ 9 ชนิด ประกอบด้วย ผักกาดหอม ผักชี ต้นหอม ผักบุ้งจีน คะน้า กวางตุ้ง กระเพา ขึ้นฉ่าย และคะน้ายอด จึงต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อให้มีผลผลิตเพียงพอตามออเดอร์
“เราจะหมุนเวียนกันปลูกผักแต่ละชนิด เพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึง เพราะผักแต่ละชนิดราคาไม่เท่ากัน แต่ปัญหาสำคัญคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้สมาชิกบางคนไม่สามารถปลูกผักได้ตามยอดที่กำหนด ทางกลุ่มก็ต้องแก้ปัญหาโดยการให้สมาชิกคนอื่นช่วยปลูกเสริม ทดแทนให้ได้ตามยอดที่กำหนด โดยจะมีการประชุมแจ้งยอดผลผลิตรายสัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที”

ด้าน สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ในระยะเริ่มต้น เทสโก้ โลตัส ร่วมกับภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด (packing house) เพื่อเกษตรกรบ้านโนนเขวา เกษตรกรในละแวกใกล้เคียง ทั้งจังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม สามารถใช้โรงคัดบรรจุแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิต พร้อมมอบเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ และปัจจัยการเพาะปลูกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของการรับซื้อผลผลิต จะมีการตกลงราคากันล่วงหน้ากับเกษตรกร เพื่อให้เกิดรายได้ที่เป็นธรรม มีการวางแผนร่วมกันเป็นรายเดือนหรือสองเดือน ให้เกษตรกรมองเห็นความมั่นคงของรายได้ในอนาคต ทำให้มีกำลังใจในการทำงานและเห็นถึงประสิทธิผลของการทำการเกษตรรูปแบบใหม่
“ทางกลุ่มฯจะมีการคัดเลือกคณะกรรมการหมุนเวียนเข้าไปตรวจสอบคุณภาพผลผลิตของสมาชิกที่โรงคัดบรรจุก่อนส่งให้ห้าง เพื่อให้มั่นใจว่าผักทุกชนิดจากบ้านโนนเขวา สวยงาม มีคุณภาพ ปลอดภัยกับผู้บริโภค เพราะการมีตลาดรองรับแบบนี้ เป็นโอกาสที่ดี สมาชิกทุกคนจึงต้องใส่ใจผลผลิตของตนเอง” ลุงคำปั่น กล่าว

ผลผลิตจากบ้านโนนเขวา จะถูกขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ ไปยังศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น เพื่อกระจายไปยังสาขาทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งมอบผักสดคุณภาพสูงและปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เฉลี่ยสัปดาห์ละ 11.6 ตัน สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรกว่า 1.2 ล้านบาทต่อเดือน
การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ในราคาที่เป็นธรรม ส่งผลให้มีเกษตรกร และแหล่งเพาะปลูก เริ่มหันมาปรับปรุงผลผลิตให้มีคุณภาพตามมาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น กลุ่มเทสโก้จึงตั้งเป้าเพิ่มปริมาณรับซื้อเป็นสัปดาห์ละ 14 ตันในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนมุ่งมั่นในการทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ
“โนนเขวาโมเดล เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐทั้ง 3 นโยบาย คือ เกษตรแปลงใหญ่ การตลาดนำการผลิต และประชารัฐไปยังพื้นที่เพาะปลูกอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอผักไห่ จังหวัดอยุธยาเพิ่มเติม เพื่อความยั่งยืนของการรับซื้อผักจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านผู้คนกลาง ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรไทยให้พร้อมสู่การเป็น Smart Farmer อย่างแท้จริง”สมพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย


