ลุ้น 7 ทีมเยาวชนสุดเก่ง เจ้าของรางวัล “Prime Minister’s Science Award” ทีมใดจะได้เป็น “Project of the year 2018” ร่วมส่งกำลังใจได้ผ่านการ Vote คลิปวีดีโอ

22.10.18 | 16:00 น.

อพวช. และ สวทช. เดินหน้านโยบาย “วิทย์สร้างคน” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เตรียมมอบรางวัลใหญ่ “Prime Minister’s Science Award – Project of The Year 2018” ให้กับทีมเยาวชนไทยในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดแข่งขันโครงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมเปิดให้บุคคลทั่วไปร่วมโหวตผลงานที่ประทับใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมเยาวชน นำไปสู่การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามนโยบาย “วิทย์สร้างคน” ที่เล็งเห็นความสำคัญของการจัดเวทีการประกวดแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดการพัฒนา สร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์เป็นของตนเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมไปถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาของโครงการ “Prime Minister Science Award 2018” ซึ่งเป็นการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เคยได้รับรางวัลระดับประเทศหรือระดับนานาชาติมาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา ใน 7 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมโรบอติก อาหารและสุขภาพ และการบินและอวกาศ ซึ่งปีนี้มีโครงงานที่ผ่านเข้ามาในรอบคัดเลือก 32 โครงงานจาก 6 สาขา และมีโครงงานที่ได้รางวัล Best of Category ทั้งสิ้น 7 โครงงาน และจะมีเพียง 2 โครงงานในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่จะได้รับรางวัล Prime Minister Science Award – Project of The Year 2018 ซึ่งถือเป็นสุดยอดโครงงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปี

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งใจและเอาจริง ในการขับเคลื่อนและผลักดันไทยแลนด์ 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนไทยได้ใช้วิชาความรู้ที่มีอยู่ในห้องเรียน สร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงาน นำชิ้นงานไปต่อยอดในการเรียนในระดับที่สูงขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต

นโยบายวิทย์สร้างคน เป็น1ใน3 นโยบายที่สำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ สร้างคน แก้จน เสริมแกร่งประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ โดยกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระดับภูมิภาค การประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ รวมถึงรางวัล Prime Minister Science Award 2018 มีส่วนกระตุ้นให้เด็กและเยาวชน รวมถึงครูและภาคส่วนต่างๆ ได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนำความรู้พื้นฐานทางทฤษฎีที่เรียนในห้องเรียนสู่การปฏิบัติโดยการสร้างเป็นชิ้นงาน ซึ่งทุกปีเราได้เห็นเด็กไทย ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ใช้ปัญญาประดิษฐ์ คิดแก้ปัญหา สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ที่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ รวมถึงมีโอกาสและมีความสามารถในการที่จะไปแข่งขันได้ในระดับนานาชาติมากขึ้น   

Advertisement

@วิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องใกล้ตัว
มองให้ลึก และหยิบองค์ความรู้ต่างๆ ทำเป็นโครงงาน

เพราะ วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า และในศตวรรษที่ 21 หัวใจของการพัฒนาประเทศ คือเรื่องของ “Talents (คนที่มีศักยภาพสูง)” และ “Technology (เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า)” ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป วันนี้ต้องเริ่มจากมีแรงบันดาลใจ เพื่อที่จะทำให้เกิดสิ่งใหม่ เกิดการสร้างเทคโนโลยีเป็นของตนเอง

เหมือนเช่นน้องๆ ทีมเยาวชน จากโรงเรียนสีคิ้ว สวัสดิ์ผดุงวิทยาจ.นครราชสีมา ที่ผ่านเข้ารอบ The Best of Category 2018 ที่มีแนวคิดนำหยวกกล้วยส่วนที่เหลือหรือทิ้ง มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกป่า

นางสาวภัทรภรณ์ ภูวนา หนึ่งในผู้ผลิตผลงานการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกป่าโดยใช้หยวกกล้วย เล่าว่าวิทยาศาสตร์มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าใครก็สามารถศึกษา หรือเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาสาสตร์ได้ตลอดเวลา ถ้าได้ก้าวมาทำ อย่างแรกคือได้ความรู้ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ในห้องเรียนหาไม่ได้ เกิดความคิดใหม่ๆ กล้าที่จะทำและทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างผลงานการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกป่าโดยใช้หยวกกล้วย เกิดจากการไปเห็นชาวสวนตัดหยวกกล้วยทิ้ง และจากศึกษาเกี่ยวกับหยวกกล้วยพบว่า ในหยวกกล้วยนั้นมีปริมาณน้ำถึงร้อยละ 95 ใช้เวลาย่อยสลาย 3-4 เดือน จึงเกิดความคิดที่จะนำหยวกกล้วยกลับมาใช้ใหม่ให้มีประโยชน์ โดยเอาหยวกกล้วยมาตัดให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร ลึก 9 เซนติเมตร ใส่ต้นกล้าลงและนำไปปลูกลงดิน

เช่นเดียวกับน้องๆ เยาวชนจากทีมโรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี The Best of Category 2018 ที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อภาคการเกษตรไทยในอนาคต

นางสาวผลิดา ยงพิศาลภพ หนึ่งในผู้ผลิตผลงานไขความลับปริศนาธรรมชาติจากรอยแตกระแหงของดิน จากโรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี เผยว่า ด้วยวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ประกอบกับประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการเพาะปลูกอยู่ จึงหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการศึกษาลักษณะการแตกระแหงของดินเหนียวและดินร่วนว่ามีการแตกระแหงอย่างไร และสามารถนำรูปทรงเรขาคณิตมาใช้ในการวิเคราะห์ดินทั้งสองชนิดนี้แล้วบ่งบอกชนิดของดินได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการพัฒนาผลงานดังกล่าวสู่แอพพลิเคชั่น เพื่อที่จะสามารถจำแนกชนิดของดินโดยการวิเคราะห์รูปดินจากการแตกระแหงจากรูปถ่าย เพื่อช่วยให้เกษตรไทยเลือกใช้ดินและปลูกพืชได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่า ดินดีก็เพาะปลูกพืชได้ดี หรือจะใช้หยวกกล้วยมาช่วยเสริมการปลูกก็ทำได้ ทั้งหมดนี้ เป็นเพียง 2 ทีมเยาวชนที่ได้รับรางวัล Best of Category ในปีนี้ ซึ่งยังมีอีก 5 ทีม ที่มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้กัน ผลงานใครเด็ด ผลงานใครโดนใจ จะได้รางวัล Science Project Popular vote ไปครอง ร่วมโหวตได้ที่ http://www.nsm.or.th (20 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน)

นอกจากนี้ ผู้ร่วมโหวตยังจะได้รับทุนสนับสนุนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ประเภทบุคคลทั่วไป 1 รางวัล และประเภทโรงเรียนอีก 1 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท โดยจะประกาศผลภายในงานประกาศผลรางวัล Prime Minister Science Award – Project of The Year 2018 ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้