“สกลนคร” หรือ เมืองหนองหานหลวง จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความหลากหลายในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 1.14 ล้านคน และทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก
แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประชาชนในจ.สกลนคร ต่างต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่รวมไปถึงปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรมของประชาชนหลายพื้นที่ เป็นเหตุให้โครงการ “ประตูระบายน้ำลำน้ำพุง – น้ำก่ำ” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมี “กรมชลประทาน” (ชป.) เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ
วัตถุประสงค์ของโครงการฯ คือบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตอ.เมืองสกลนคร และอ.โคกศรีสุพรรณ โดยจะก่อสร้างคลองผันน้ำเพื่อตัดยอดน้ำจากลำน้ำพุงก่อนไหลลงสู่หนองหาร ให้ผันน้ำลงสู่ลำน้ำก่ำ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่หนองหารได้ประมาณ 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร
ซึ่งในวันที่ 7 มีนาคม 2562 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโครงการก่อสร้าง “ประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการฯ ณ บริเวณพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำฯ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวสรุปโครงการฯว่า โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง – น้ำก่ำ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำหัวงานและคลองผันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผันน้ำหลากของลำน้ำพุงก่อนที่จะไหลสู่พื้นที่อ.โคกศรีสุพรรณ และพื้นที่ลุ่มน้ำพุงตอนล่าง โดยการผันน้ำไปยังลำน้ำก่ำ รวมถึงการพัฒนาระบบชลประทานลุ่มน้ำพุงตอนกลางและตอนล่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ในช่วงฤดูแล้ง มีแผนงานโครงการ 5 ปี ระหว่างปี 2562 – 2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2,100 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมงานก่อสร้าง
สำหรับโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำฯ ประกอบด้วย
- งานก่อสร้างประตูระบายน้ำหัวงานและอาคารประกอบ ลักษณะบานโค้ง จำนวน 7 ช่อง อัตราการระบายน้ำ 963 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- การก่อสร้างคลองผันน้ำและอาคารประกอบ 4 สาย ความยาวรวม 42.46 กิโลเมตร ได้แก่ 1.คลองผันน้ำร่องช้างเผือก-ห้วยยาง และอาคารประกอบ ความยาว 16.30 กิโลเมตร อัตราการระบายน้ำ 42 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 2.คลองผันน้ำหนองแซง-ห้วยซัน-ห้วยยาง และอาคารประกอบ ความยาว 21.23 กิโลเมตร อัตราการระบายน้ำ 108 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 3.คลองผันน้ำห้วยยาง-ลำน้ำก่ำ และอาคารประกอบ ความยาว 4.93 กิโลเมตร อัตราการระบายน้ำ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ 4.คลองส่งน้ำห้วยทามไห-ห้วยสองตอน และอาคารประกอบ ความยาว 8.80 กิโลเมตร อัตราการส่งน้ำ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างระบบส่งน้ำชลประทานครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์กว่า 78,000 ไร่ ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร และ อ.โคกศรีสุพรรณได้ โดยตัดยอดปริมาณน้ำจากลำน้ำพุงก่อนไหลลงสู่หนองหารได้ประมาณร้อยละ 40 ส่วนในฤดูแล้งก็สามารถเป็นแหล่งเก็บกักน้ำที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำพุง ได้มากถึง 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับให้ประชาชนได้ใช้ใช้อุปโภคบริโภค ทำการเกษตร การอุตสาหกรรม การปศุสัตว์ และยังเป็นการรักษาระบบนิเวศให้กับพื้นที่ 4 ตำบล 53 หมู่บ้าน 10,857 ครัวเรือน
นายประหยัด ชินบุตร เกษตรกรในพื้นที่อ.โคกศรีสุพรรณ เผยความรู้สึกว่า เมื่อทราบว่าชป.จำเป็นต้องใช้พื้นที่นาบางส่วนของตน เพื่อนำไปก่อสร้างโครงการฯที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็ได้เต็มใจเวนคืนพื้นที่ดังกล่าวให้ และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถเก็บน้ำไว้ให้ชาวนาได้ใช้ทำการเกษตรมากขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย เพราะชาวนาที่นี่ส่วนใหญ่ ทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง โดยอาศัยน้ำในช่วงหน้าฝนและเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อถึงหน้าแล้ง น้ำก็จะแห้งจนไม่สามารถทำการเกษตรได้เลย
กรมชลประทาน ในฐานะหน่วยงานสำคัญด้านการสร้างความมั่นคงเรื่อง “น้ำ” จะมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการน้ำให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม

