“แหวน” เครื่องประดับยอดฮิตที่อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความรัก ความผูกพัน หนึ่งในของขวัญแทนใจที่ได้รับความนิยมในทุกเทศกาลพิเศษของคนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความรักเดินทางมาจนถึงจุดที่คนสองคนเริ่มมองอนาคตร่วมกัน ตัดสินใจจะเดินเคียงข้างกัน เครื่องประดับชิ้นนี้ก็ยิ่งเปล่งประกายและทวีความหมายมากขึ้นเป็นเท่าตัว
แต่…ในความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งกลับทำให้คุณผู้ชายหลายคนหนักใจและคิดไม่ตกไปตามๆกัน ก็เพราะขั้นตอนแรกในการจะไปขออีกฝ่ายแต่งงาน เชิญชวนให้มาเริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกันกลับไม่ง่ายอย่างใจคิด หลายคนมักเกิดข้อสงสัยว่า “แหวน” ที่จะต้องใช้ขออีกฝ่ายแต่งงานนั้น ควรจะหน้าตาเป็นอย่างไร และแหวนหมั้นกับแหวนแต่งงาน คือวงเดียวกันหรือไม่
อนันทา จิวเวอรี่ ขออาสามาไขข้อข้องใจกับให้หนุ่มๆทั้งหลาย ไว้ที่นี้ว่า “แหวนหมั้น กับ แหวนแต่งงาน เป็นแหวนคนละวง” ในวัฒนธรรมไทย แหวนหมั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ใช้จับจองฝ่ายหญิงไว้ก่อนพิธีแต่งงาน เพราะคนไทยมีประเพณีที่สืบทอดกันว่าชายและหญิงต้องหมั้นหมายกันไว้ก่อน และเมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมและผู้ใหญ่เห็นสมควรจึงจัดพิธีหมั้นและแต่งงาน แต่ในวัฒนธรรมตะวันตก ตามธรรมเนียมของศาสนาคริสต์ จะมีการมอบแหวนหมั้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายคบหาดูใจ จนกระทั่งมั่นใจว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน พร้อมการเซอร์ไพรส์ด้วยวลียอดฮิต Will you marry me? จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็จะจัดงานแต่งงานขึ้น โดยไม่ต้องมีพิธีหมั้นเหมือนประเพณีไทย

แล้วแหวนหมั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ?
แหวนหมั้นจะมีลักษณะเป็นแหวนเพชรเม็ดเดี่ยว โดยแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ คือ
- แหวนหมั้นแบบ Classic ซึ่งเป็นแหวนที่รับได้ความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเน้นการชูเพชรเม็ดตรงกลางที่โดดเด่น

- แหวนหมั้นแบบ Band แหวนชูเพชรเม็ดกลางเช่นเดียวกับ แบบ Classic แต่จะเพิ่มเพชรลงบนตัวเรือน เพื่อทำให้เพชรเม็ดกลางเปล่งประกายสวยงามมากยิ่งขึ้น

- แหวนหมั้นแบบ Halo เพิ่มลูกเล่นด้วยการล้อมเพชรรอบเพชรเม็ดกลาง ทำให้เป็นเพชรเม็ดกลางดูมีขนาดใหญ่ขึ้น

- แหวนหมั้นแบบ Trilogy มีการเพิ่มเพชรอีกสองเม็ดขนาบอยู่ด้านข้าง สื่อความหมายถึงคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน
มาที่แหวนแต่งงานกันบ้าง
มาจากวัฒนธรรมของศาสนาคริสต์ เปรียบได้กับสัญญารัก ว่าทั้งสองจะรัก ดูแลซึ่งกันและกันตราบจนชีวิตจะหาไม่ แหวนที่ใช้แลกเปลี่ยนให้กันจึงมักเป็นแหวนทองคำแบบเกลี้ยง แทนความหมายว่าไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด ถือเป็นความรักที่บริสุทธิ์และเป็นนิรันดร์ โดยจะสวมทับ “แหวนหมั้น” ที่ฝ่ายชายได้มอบให้ในวันที่คุกเข่าขอแต่งงาน ชาวตะวันตกจึงมีแหวนสองวงที่สวมทับซ้อนคู่กัน วงหนึ่งเป็นแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวแบบชู อีกวงหนึ่งเป็นแหวนเกลี้ยง หรือ แหวนเพชรแถว ที่เรียกกันอีกชื่อว่า Eternity Ring นั่นเอง

แต่ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม หรือ ธรรมเนียมใดก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คนไทยส่วนใหญ่ก็มีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนพิธีการ ประเพณี โดยมีการผสมผสานทั้งธรรมเนียมของไทย และต่างชาติเข้าด้วยกัน และเพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจุบันจึงนิยมสวมเพียงแหวนหลังงานแต่งงานแค่วงเดียว แต่หากมีโอกาสสำคัญก็จะเปลี่ยนเป็นสวมแหวนหมั้น หรือ เลือกสวมใส่คู่กันทั้งสองวง ตามความชื่นชอบ ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวที่สนใจ สามารถเข้าไปเลือกชมแหวนหมั้นสวยๆ ได้ที่ https://anantajewelry.com/love-and-wedding-engagement-solitaire-rings
