
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. ริเริ่มโครงการการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน และโครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล 15,584 หมู่บ้าน ภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการติดตั้งโครงข่ายสื่อสารไร้สายความเร็วสูงพร้อมให้ใช้บริการฟรี 5 ปี ในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่ห่างไกล เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงกลุ่มเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในพื้นที่ชนบท ที่ไม่มีการให้บริการหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการนำระบบเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาด้านการศึกษา การสาธารณสุข รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ต่างๆซึ่งเป็นการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนให้พร้อมที่จะรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอันเป็นผลจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน
สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดพื้นที่ วิเคราะห์ และกำหนดจุดติดตั้ง คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ภายใต้หลักคิด “การประยุกต์ศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตเป็นศูนย์กลางเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง” จะเชื่อมโยงหมู่บ้านต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยจัดให้มีบริการ “ศูนย์ USO Net” เป็นศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตที่อยู่ในโรงเรียนเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายคลอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 3 หมู่บ้าน 2 โรงเรียน และให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่ความเร็ว 30/10 Mbp. สำหรับการให้บริการผ่านสายใยแก้ว ( Fiber Optic) หรือ 30/5 Mbp. ผ่านการใช้สัญญาณดาวเทียมในกรณีที่พื้นที่นั้นไม่สามารถลากสายสัญญาณเข้าไปได้ พร้อมนี้ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของโครงข่ายตามหลักคิดดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จึงจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ ได้แก่ บริการไวไฟ (Wi-Fi) ทั้งในหมู่บ้าน โรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอีกด้วย การกำหนดพื้นที่และจุดติดตั้งแบบศูนย์กลางเครือข่ายนี้จะทำให้เกิดการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมของประชาชนได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

