GC ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ร่วมมือนวัตกรรมรักษาโรคมะเร็ง

25.06.19 | 00:01 น.

      เพราะ “มะเร็ง” จัดเป็นโรคร้ายแรงที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี

      แนวทางการรักษาโรคมะเร็งในทางการแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งเป็นที่ยอมรับในทั่วโลกก็คือ การผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด ฮอร์โมน ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์สำหรับมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ยังมี “การรักษาโดยเทคโนโลยีเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัด” ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นที่นิยมในต่างประเทศ แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาสูงและต้องนำเข้า คนไทยส่วนใหญ่จึงไม่สามารถรับการรักษาด้วยวิธีนี้

      แต่ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งคนไทย เมื่อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ริเริ่มที่จะศึกษาความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัดขึ้นมาในประเทศไทย โดยจะมีการพัฒนานวัตกรรมการรักษาด้วยเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัดในหลากหลายวิธี ทั้งการรักษาด้วยเทคนิค CAR-T Cell, Therapeutic Antibody และ Cancer Vaccine รวมถึงการพัฒนาการผลิตเกล็ดเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดที่อยู่ระหว่างรับการรักษา

      อย่างไรก็ดี นวัตกรรมการรักษาโรคร้ายที่ว่าคงไม่สามารถช่วยชีวิตคนไทยได้อย่างถ้วนทั่ว หากไม่มี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GC” ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ ตลอดจนการดำเนินงานและวางแผนการตลาดเพื่อการลงทุนพัฒนานวัตกรรม

Advertisement

      ที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC อธิบายว่า GC ได้จัดตั้งหน่วยงาน Corporate Venture Capital หรือ CVC เพื่อลงทุนใน 4 กลุ่มเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีวัสดุชั้นสูง, ดิจิตอลแพลตฟอร์ม, เทคโนโลยีสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพและชีววิทยาศาสตร์ สำหรับความร่วมมือกับจุฬาฯ ครั้งนี้ เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ภายในประเทศ โดยเริ่มต้นศึกษาแนวทางและรูปแบบในการดำเนินการรักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อนำเทคโนโลยีมาตอบแทนและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

      “เป็นที่รู้กันว่าโรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากกว่าแสนคนต่อปี ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ก็กำลังศึกษาการพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งด้วยเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัดซึ่งทำอย่างต่อเนื่องมาหลายปี แล้วก็มีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับ GC จึงสนใจที่จะศึกษาความเป็นไปได้ที่จะต่อยอดจากงานวิจัยสู่งานทดลองเพื่อรักษาผู้ป่วยจริง และหากประสบผลสำเร็จด้วยดี ก็จะเป็นก้าวสำคัญที่จะสามารถทำในเชิงพาณิชย์ได้ อนาคตจะมีวัคซีนหรือยาภูมิคุ้มกันใหม่ๆ สำหรับโรคมะเร็ง ต้นทุนที่เคยสูงก็จะถูกลง อยู่ในระดับที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าถึง”

      “นอกจากนี้ GC ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลักดันการรักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีเซลล์และภูมิคุ้มกันบำบัดไปไว้ในการคุ้มครองของหลักประกันสุขภาพต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นการพัฒนาการแพทย์และการรักษาในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยการศึกษาจะมีระยะเวลา 6 เดือน (สิ้นสุด 19 ธันวาคม 2562) จากนั้นจะเป็นการพิจารณาการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมการรักษาซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ได้แก่ ระยะห้องปฎิบัติการ และระยะทดสอบกับผู้ป่วย ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา

      นอกจากเป็นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพและชีววิทยาศาสตร์เพื่อผลตอบแทนแล้ว ยังถือเป็นการลงทุนเพื่อมุ่งเน้นและแสวงหาเทคโนโลยีเพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตรงกันทั้งจุฬาฯ และ GC”