‘กสอ.’ ผนึกกำลังเครือข่าย ‘RUN’ ต่อยอดงานวิจัย-สร้างนวัตกรรม

8.07.19 | 15:00 น.

      ถือเป็นมิติใหม่ของวงการวิจัย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร 8มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขยายผลการศึกษาวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์

      ด้วยปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อพิจารณาในระยะยาว ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กสอ. จึงเล็งเห็นความสำคัญของการจับคู่และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรม อย่างเต็มที่ ระหว่างผู้มีเทคโนโลยี อาทิ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย นักวิจัย ผู้ถือครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และผู้ต้องการใช้เทคโนโลยี อาทิ ผู้ประกอบการเอกชน บุคคลทั่วไป

      นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กสอ. ได้ร่วมกับ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ ม.เชียงใหม่ ม.เกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ขอนแก่น ม.ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล ม.สงขลานครินทร์ และ ม.นเรศวร ภายใต้ชื่อ เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN)” โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ขยายผลการศึกษาวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ เมื่อ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการใช้นวัตกรรมนำการผลิต ที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานรัฐกับสถาบันการศึกษาที่มีผลงานวิจัย ในการสร้างสตาร์ทอัพโดยใช้ผลงานวิจัยจากโครงการ RUN และเร่งสร้างให้เกิดเป็นรูปธรรมในเชิงพาณิชย์

      “เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย โดยแนวทางหนึ่งคือการนำผลงานวิจัยจากทั้ง 8 มหาวิทยาลัย มาเป็นลู่ทางในการขยายผลด้านการตลาดและการทำแผนธุรกิจ ซึ่งการลงนามครั้งนี้ได้มีผลงานวิจัยร่วมนำเสนอกว่า 30 ผลงาน มีภาคเอกชนให้ความสนใจกว่า 300 ราย คาดว่าจะเกิดการจับคู่งานวิจัยได้ไม่น้อยกว่า 5 ผลงานวิจัย และจะเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะส่งผลดีต่อระบบอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

      สำหรับกิจกรรมการนำเสนอผลงานวิจัยภายใต้การลงนามดังกล่าว ได้แบ่งออกเป็น 6 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย สาขาเกษตรและอาหารแปรรูป สาขาการแพทย์และสุขภาพ สาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อม สาขาซอฟแวร์และดิจิทัล สาขายานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และสาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ รวมกว่า 30 ผลงานวิจัย โดยทุกๆ ผลงาน สามารถที่จะพัฒนาจนเติบโตในระดับอุตสาหกรรม ก้าวไปสู่ตลาดสากล รวมถึงสร้างการรับรู้ของสตาร์ทอัพไทยในตลาดโลกได้

Advertisement

      ผลงาน “สูตรและกระบวนการผลิตโยเกิร์ตข้าวกล้องพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรซ์” ที่ปราศจากวัตถุดิบจากเนื้อสัตว์และน้ำนมสัตว์ คือหนึ่งในผลงานวิจัยสาขาเกษตรและอาหารแปรรูป ที่มีแนวคิดต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดย วิมลศรี พรรธนประเทศ เจ้าของผลงาน ระบุว่า ผลงานชิ้นนี้มีส่วนประกอบหลักคือ น้ำนมข้าวกล้องและโปรตีนข้าวกล้องสกัด มีปริมาณจุลินทรีย์ที่เหมาะสมตามมาตรฐานกำหนด ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัสโดยผู้บริโภคทั่วไป โดยผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจ สามารถที่จะนำเอาวัตถุดิบที่เป็นธัญพืชอื่น ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้

      เช่นเดียวกับผลงาน สารสกัดจากกะเพรา ทางเลือกใหม่ในการขจัดรังแค สมุนไพรต้านริ้วรอยและชะลอวัย จากสาขาการแพทย์และสุขภาพ ที่มีวัตถุดิบตั้งต้นไว้สำหรับให้ผู้ที่สนใจนำไปต่อยอด โดย รศ.ดร.วรรธิดา  ชัยญาณะ เจ้าของผลงาน กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ของสารสกัดกะเพรา ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราอันเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค กับออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย มีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นสารออกฤทธิ์ทางเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเอาสารสกัดจากกะเพราไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นและเพิ่มมูลค่าได้

      นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงว่าเหล่านี้คือ ฝีมือคนไทย อาทิ “ReadRing” เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์ขนาดเล็กสำหรับคนตาบอด โดย ทรงปกรณ์ ภูหนองโอง และ หุ่นยนต์ AGV โดย ศิรวัชร ศกศวัตเมฆินทร์ ที่ประยุกต์ใช้เซ็นเซอร์แบบไร้สายและมีกล้องในการจับภาพ ไม่ต้องใช้เส้นนำทาง สามารถวิ่งเข้าไปในโรงงานเพื่อจดจำรายละเอียดแผนที่เอง และวิ่งได้โดยอัตโนมัติในครั้งต่อไป

เรียกได้ว่าเป็นลู่ทางให้ผู้มีเทคโนโลยี(Technology provider) และผู้มองหาเทคโนโลยี (Technology seeker) เกิดการจับคู่ ซื้อขายไอเดีย เทคโนโลยี ลงทุนร่วมกัน และนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถ ให้อุตสาหกรรมไทยก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน