นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแผนพัฒนาประเทศ 20 ปี โดยในปี 2562 กำหนดดำเนินการรวม 20,000 คน ภายใต้โครงการฝึกอบรมแรงงานผู้สูงอายุเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพเพิ่มเติม โดยใช้หลักสูตรสำหรับการฝึกอบรม

มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้/เพิ่มผลิตภาพแรงงานในภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ การควบคุมระบบสายน้ำอัจฉริยะผ่านระบบมือถือ การควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบการควบคุมการให้อาหารสัตว์ การควบคุมระบบกระบวนการผลิตสินค้า/บริการ ระบบการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอัตโนมัติ และเทคนิคการเพิ่มยอดขายสินค้า ส่งเสริมให้เรียนรู้นวัตกรรมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต ผสมผสานเข้ากับเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพ


ระยะเวลาฝึกอบรม 18 ชั่วโมง เนื้อหาประกอบด้วย การใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งขั้นพื้นฐาน ระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะผ่านมือถือ การติดตั้งอุปกรณ์ระบบอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ต่างๆ เช่น กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ สวิตซ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ตัววัดอุณหภูมิ แสงสว่าง ความชื้น ความสว่างอัจฉริยะ รีโมตควบคุมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ และการใช้งาน Mobile Application เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในการเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ ระบบสูบน้ำ ระบบส่งน้ำให้พืช
หลังจากการฝึกอบรมแล้ว กลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถใช้งานแอปพิเคชันในมือถือ เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในการเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ ระบบสูบน้ำ ระบบส่งน้ำให้พืช และใช้งานกล้องวงจรปิดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ให้เห็นสภาพอากาศ ความชื้น และลักษณะของพืขผักจึงทำการสั่งเปิดปิดวาล์วน้ำผ่านแอปพิเคชันในมือถือ ทำให้บริหารจัดการการใช้น้ำในการเกษตรได้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมสามารถติดต่อหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ

นายสง่า วงศ์ษาพาน ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำนโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติด้วยการสร้างโอกาสความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำของสังคมด้วยการสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุประชาชนเป้าหมายได้เข้ามาพัฒนาทักษะอาชีพโดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนา และทำให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ เพราะการที่ประชาชนมีทักษะอาชีพและนำความรู้ไปประกอบอาชีพสร้างรายได้แก่ตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่งแก่ประเทศ

