“สุขภาพ” เรื่องใกล้ตัวของทุกคน ที่เราต่างทราบกันดีว่ามีในช่วงหลายปีมานี้ สังคมไทยได้ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคำว่าสุขภาพ มีความหมายครอบคลุมไปถึงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม หากใครได้ชื่อว่ามี ‘สุขภาพดี’ ย่อมหมายถึง คนผู้นั้นมีความสมบูรณ์แข็งแรงอย่างรอบด้าน จึงกล่าวได้ว่า ‘สุขภาพ’ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญมาก ไม่ควรปล่อยปละละเลย
ซึ่งการที่สังคมไทยมีคนสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ นี้ มีส่วนสำคัญมาจากแรงผลักดันของหน่วยงานหนึ่ง ที่จุดประกายให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ อันนอกเหนือจากการรักษาตัวในโรงพยาบาล และกล้าที่จะใช้แนวคิดใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีออกสู่สังคมไทยอยู่เสมอ ทั้งงานสื่อสารรณรงค์ การทำงานในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือกับภาคีในหลายๆ ภาคส่วน เพื่อสร้างโครงการดีๆ รวมไปถึงผลักดันกฎหมายสุขภาพเพื่อประชาชนมาตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษ จนวันนี้ผลลัพธ์ของการทุ่มเทนั้น สามารถทำให้คนในสังคมเห็นความสำคัญของสุขภาพ

- กล้าคิด กล้าเปลี่ยน กล้าเดินหน้าก่อนใคร เพื่อสังคมสุขภาพดี
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการดำเนินงานที่กล้าที่จะผลักดันสิ่งดีๆ สู่สังคมไทยอย่างไม่รอช้าว่า นับเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้วที่ สสส. ได้เดินหน้าจุดประกายและขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพให้คนไทยมีสุขภาพดีรอบด้าน ทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ผ่านการรณรงค์มากมาย ทั้งเชิงนโยบาย ร่วมผลักดันกฎหมาย รวมไปถึงให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่คนในสังคม โดยพยายามเดินหน้าเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลกทัศน์ ให้ภาคประชาชนกระตือรือร้น และเห็นความสำคัญในเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้น
“เราก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกใหม่ๆ และเครื่องมือใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากสถานพยาบาล ในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับสังคมไทย แม้ตอนนี้เวลาจะผ่านไปกว่า 18 ปีแล้ว แต่จุดมุ่งหมายของเราก็ยังคงเดิม คือมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสริมสุขภาพให้คนไทยร่างกายแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่าการรักษาหลังจากเกิดอาการเจ็บป่วยไปแล้ว
และได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินงานให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เพราะสาเหตุและปัจจัยของสุขภาพคนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การรักษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป”
เห็นได้จากภาพรวมการเสียชีวิตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ที่กว่าร้อยละ 75 เกิดจากโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs: Non-Communicable Diseases) ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีการใช้ชีวิต พฤติกรรมสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวของคนในสังคม เช่น โรคมะเร็ง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่และดื่มเหล้าจากการเข้าสังคม, โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวาน ที่เกิดจากการทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ, พฤติกรรมการเสพติด ที่ไม่ได้เกิดจากสารเสพติดที่เข้าสู่ร่างกายเท่านั้น แต่มาจากสิ่งที่สัมผัสเป็นประจำ เช่น เด็กติดเกม ฯลฯ ตรงนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้ สสส. ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด โดยนำเอาองค์ความรู้ทั้งหมดที่มีมาเรียงร้อยเข้ากับประสบการณ์การทำงานตลอด 18 ปี
ทั้งนี้ สสส. เป็นองค์กรที่มีคนอยู่จำนวนมาก ที่พร้อมออกไปให้บริการคนในสังคม ซึ่งก่อนที่จะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงคนในสังคมได้นั้น เราได้เริ่มให้ความสำคัญตั้งแต่บุคลากรภายใน ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพดี เช่น การเดินขึ้น – ลงบันได มีโซนสำหรับออกกำลังกาย มีมุมทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบุคลากรให้กลายเป็นต้นแบบที่ดีของสังคม ก่อนจะไปชักชวนผู้คนให้มาเป็นเจ้าภาพของสุขภาพตัวเอง ครอบครัว และสังคม

“ซึ่งหลังจากที่เราได้เผยแพร่กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพดีออกไป รวมถึงติดตามผลการเปลี่ยนแปลงตนเองของประชาชนมาตลอด 18 ปี ตอนนี้ได้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่ายินดี เพราะสิ่งต่างๆ ที่ได้ทำไป สามารถทำให้ภาคประชาชนเห็นความสำคัญของสุขภาพ รวมถึงมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ถึงแม้จะเป็นการค่อยๆ เปลี่ยนสังคมไทยไปอย่างช้าๆ แต่ก็เปลี่ยนแปลงได้จริง”
นอกจากนี้ สสส. ยังได้มีการเชิญชวนทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคประชาสังคม ภาคชุมชนท้องถิ่น และภาคเอกชน ให้มาร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงต้นตอแห่งปัญหาเหล่านี้ด้วยกัน ด้วยการช่วยกันจำกัดสาเหตุของปัญหาทางสังคม รวมถึงทำสิ่งแวดล้อมให้สามารถเข้าถึงสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพได้ยากขึ้น เช่น จำกัดพื้นที่สูบบุหรี่ หรือกระตุ้นให้กระแสสังคมเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งสัญญาณว่าพฤติกรรมใดเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ ผ่านแคมเปญต่างๆ เช่น งดดื่มแอลกอฮอลล์ในสถานศึกษา, ให้เหล้า=แช่ง, พื้นที่ปลอดบุหรี่ เป็นต้น

- “ชนะในความแพ้” สู่การเริ่มสร้างชีวิตดีที่ตัวเรา
สสส. มีแคมเปญดีๆ เกิดขึ้นมากมายในทุกปี เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในสังคม ในปีนี้ก็เช่นกันที่ได้มีแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง “ชีวิตดีเริ่มที่เรา” เข้ามาเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีให้ขยายขอบเขตเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดร.สุปรีดา กล่าวว่า ชีวิตดีเริ่มที่เรา เป็นแคมเปญที่จะช่วยเจาะลึกถึงต้นเหตุสำคัญของโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่ สสส.พยายามจะต่อยอดจาก 18 ปีก่อน ด้วยการเชื่อมร้อยแคมเปญก่อนหน้าทั้งหมด อาทิ การรณรงค์เรื่องเหล้า-บุหรี่ ลดพุงลดโรค งดทานอาหารหวานมันเค็ม การเลี้ยงเด็กปฐมวัย ฯลฯ เข้ามาไว้ด้วยกัน และกระตุ้นให้ประชาชนหันกลับมามองที่ตัวเองเป็นหลัก ทั้งเรื่องวิถีการใช้ชีวิต รวมถึงต้นตอของปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น แล้วเริ่มต้นแก้ไขที่ตัวเอง โดยจะเดินหน้ากระตุ้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญของตัวเอง และไม่ฝากความหวังเรื่องสุขภาพไว้กับบุคคลอื่น หรือสิ่งอื่นๆ มากเกินไปนัก โดยยกเอาแนวคิด “ชนะในความแพ้” มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะเราเชื่อว่าหลายๆ คนมีความรู้ว่าการจะทำให้มีสุขภาพดีต้องเริ่มอย่างไร แต่การเริ่มลงมือทำอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสังคมปัจจุบันมีเหตุปัจจัยที่สามารถดึงดูดจิตใจคนให้ยังทำแต่พฤติกรรมที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ และไม่ได้เริ่มพฤติกรรมดีๆ สักที เรื่องพวกนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป
“ฉะนั้นเราจึงจะไม่เพียงแค่กระตุ้นให้เกิดความตระหนัก แต่จะเชิญชวน พร้อมให้ความเข้าใจและกำลังใจ ให้ทุกคนเกิดชัยชนะในความแพ้ มีคนจำนวนไม่น้อยในสังคมที่เคยเริ่มทำ แล้วแพ้ไปกลางทาง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยอีกเช่นกัน ที่กลับมาเริ่มต้นใหม่ซ้ำๆ จนสามารถชนะได้ในที่สุด เราจึงอยากสนับสนุนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้งที่แพ้ เพื่อให้ชนะสักครั้งในอนาคต ในเมื่อคนอื่นทำได้ คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน”
และหากเริ่มที่เราได้สำเร็จ ก็อยากจะชวนทุกคนมาเป็นหุ้นส่วนในการสร้างเสริมสุขภาพของสังคมไปด้วยกัน ส่งผ่านสิ่งดีๆ เหล่านี้ไปยังคนรอบข้าง เพื่อเปลี่ยนคำว่า “เรา” ให้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ”

- ทิศทาง ‘สังคมสุขภาพดี’ จากนี้ต่อไปอนาคต
สสส. เกิดขึ้นจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของทิศทางสุขภาวะของโลก ในเมื่อปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ยังคงเดินหน้าต่อและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราก็ต้องเดินหน้าปรับตัวเข้ากับยุคสมัยอยู่เรื่อยๆ ต้องเกาะติดกระแสการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสุขภาพของคนยุคใหม่
“หากวันนี้ประชาชนพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสุขภาพดี ให้เริ่มได้เลยที่ ‘ตัวเรา’ เพื่อร่วมทำให้ ‘สังคมสุขภาพดี’ กลายเป็นเรื่องท้าทายที่ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น”
ท้ายนี้ ปรัชญาของ สสส. คือการที่ประชาชนทุกคน และทุกหน่วยงานสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเราได้ ซึ่งการร่วมกับ สสส. มีทั้งการร่วมโครงการที่แต่ละปีมีมากกว่า 3,000 โครงการ หรือจะมาเป็นนักสร้างสุขภาพไปด้วยกันก็ได้ โดยสามารถดาวน์โหลดคู่มือ 108 วิธี คลิก เสริมสุขภาพดี นำไปปฏิบัติตาม หรือเผยแพร่ต่อสู่สังคม อีกทั้งยังมีช่องทางให้ผู้สนใจสามารถเสนอโครงการที่คิดว่าอยากจะทำสิ่งดีๆ ในชุมชนได้อีกด้วย เพียงเข้าไปที่ https://www.thaihealth.or.th/ ดร.สุปรีดา กล่าวสรุป


