แพทย์ศิริราชเตรียมหมอใหม่ยุค 4G ‘วิชาการเก่ง-ทักษะสังคมแกร่ง’ 

การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล สร้างผลกระทบกับหลายวงการ มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มทักษะและปูพื้นฐานให้กับบัณฑิตที่จบออกมาตอบโจทย์กับยุคดิจิทัลให้มากที่สุด องค์กรธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต่างปรับโครงสร้างองค์กร และรีสกิลพนักงานครั้งใหญ่ เพื่ออยู่รอดและผู้คนก็พัฒนาศักยภาพของตัวเองให้เท่าทันกับเทคโนโลยี เช่นเดียวกับการจัดการศึกษาในด้านแพทยศาสตร์ที่ต้องยกระดับคุณภาพให้สนองต่อยุคการเปลี่ยนแปลงและเตรียมพร้อมสู่การเป็นแพทย์ที่เก่งทั้งวิชาการแพทย์ที่เจาะลึก และความรู้ด้านอื่นๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไป 

ทักษะชีวิตติดตัว หมอใหม่ต้องมี

คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แหล่งผลิตบัณฑิตแพทย์อันดับต้นๆ ของประเทศ จึงเตรียมปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และให้มีความทันสมัย และยังสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือสมเด็จพระราชบิดาของวงการแพทย์ไทย ที่ทรงสอนนักศึกษาแพทย์ว่า “ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นแพทย์เท่านั้น แต่ต้องการให้เธอเป็นคนด้วย” 

รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สำหรับการเป็นแพทย์ต้องมีหลายมิติ นอกจากวิชาการแล้วยังต้องเพิ่มมิติของสังคม และนวัตกรรมต่างๆ คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาลมอบหัวใจของการเป็นมนุษย์ผ่านกระบวนการกิจกรรมในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยกิจกรรมของนักศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตการเรียนเติมเต็มและสมบูรณ์ขึ้น

การพัฒนานักศึกษาอย่างเป็นระบบต้องอาศัยเครื่องมือ แพทย์ศิริราชได้วางแผนพัฒนานักศึกษาอย่างมีระบบด้วยการพัฒนา Soft Skill หรือการสร้างทักษะที่ใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เป็นกลุ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมและอารมณ์เป็นหลัก จัดให้มีหลักสูตร (Soft Skill curriculum) และการประเมินผล (Soft Skill assessment) เปรียบเทียบผลหลังจากที่นักศึกษาได้ผ่านกิจกรรมในแต่ละปี ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีตารางสำหรับนักศึกษาแต่ละชั้นปีว่าจะควรพัฒนาทักษะด้านใดบ้าง เช่น นักศึกษาปีหนึ่ง ต้องได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน ปีสองต้องได้เรียนรู้การจัดการความเครียด ปีสามเรียนรู้การปรับตัว ปีต่อมาต้องเรียนรู้ระบบ นวัตกรรม ความเป็นผู้นำ เป็นต้น

“การทำกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะมีระบบสารสนเทศ เรียกว่า Siriraj Campus Management System- SICMS เป็นระบบที่พัฒนามาเพื่อเก็บผลการเรียนและผลการทำกิจกรรมต่างๆ ในออนไลน์ นักศึกษาสามารถเขียนความรู้สึกต่อกิจกรรมนั้นๆ พร้อมระบุได้ว่าจะนำไปใช้กับการเป็นแพทย์ในอนาคตได้อย่างไร ซึ่งการทำในลักษณะนี้เรียกว่าการเรียนแบบ Transformative Learning การเรียนแบบนี้จะทำให้นักศึกษามีความเป็นมนุษย์มากขึ้น”

ดูแลกายใจ หมอเจนใหม่แบบ 360 องศา

รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล บอกอีกว่า นอกจากการเพิ่ม Soft Skill แล้ว เด็กรุ่นใหม่หรือในเจนเนอเรชั่น Z ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี มีความเปราะบางด้านจิตใจค่อนข้างมากและรับความเครียดได้เร็ว แพทย์ศิริราชจึงพัฒนาระบบที่เข้ามาดูแลนักศึกษา เรียกว่าการดูแลกายใจ 360 องศา ช่วยบรรเทาความเครียดของนักศึกษา โดยที่มี Hotline สำหรับขอคำปรึกษานักจิตวิทยาที่คอยให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง โดยนักศึกษาสามารถปรึกษาปัญหาได้ทุกเรื่องตั้งแต่การเรียน ครอบครัว ความรัก และเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีระบบกรรมการอำนวยการ สำหรับการใช้ตัดสินปัญหาว่าในนักศึกษาบางคนควรจะเรียนเป็นแพทย์ต่อหรือไม่ ทำให้การดูแลนักศึกษาเป็นอย่างราบรื่นและยุติธรรม 

“แพทย์ศิริราชเริ่มใช้ระบบนี้มา 2 ปี โดยนำมาใช้กับนักศึกษาแพทย์ทุกชั้นปีซึ่งได้รับผลดี เพราะการเรียนแพทย์จะเกิดความเครียดได้เป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบ ในฐานะกองกิจการนักศึกษาจึงใช้ระบบนี้เข้าไปซัพพอร์ตให้นักศึกษาให้สามารถผ่านภาวะเครียดและพร้อมในสภาพจิตใจไม่พร้อม โดยปี 1 จะมีการประสานงานกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการ MU Friend ใช้ระบบแอปพลิเคชันปรึกษา ทำให้นักศึกษาแพทย์ที่มีความเครียดผ่อนคลาย ได้ระบาย มีคนพูดคุย ขณะที่กลุ่มวิชาการก็มีการปรับตัวและวางแพลตฟอร์มที่เหมาะสมเพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทั้งเด็กและผู้ปกครอง

“เด็กยุคนี้มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาในชีวิตประจำวันมาก ทำให้มีบ้างที่เก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ รัก โมโห ไม่พอใจอะไรใครก็ระบายลงโซเชียลทั้งหมด ซึ่งอาจมีผลต่ออนาคตของเขาได้ การใช้สื่อโซเชียลมีเดียและการแสดงออกทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสมจึงอยู่ในหลักสูตรของการพัฒนา Soft Skill ให้นักศึกษาพร้อมที่จะอยู่ในสังคมยุคดิจิทัลอย่างแข็งแรงและเป็นแพทย์ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

ฝากถึงเด็กและผู้ปกครองว่า ขอให้สำรวจตัวเองว่าชอบและรักที่จะเป็นหมอหรือไม่ เพราะไม่ใช่เด็กเก่งทุกคนเหมาะจะเรียนแพทย์ คนที่เหมาะจะเรียนแพทย์นั้นต้องตั้งต้นด้วยใจรัก อยากช่วยเหลือผู้อื่น ขยัน มีความรับผิดชอบ มีวินัยและอดทน เพราะแพทย์ต้องใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี จึงฝากไว้ให้นักเรียนและผู้ปกครองได้พิจารณา หากคิดว่ามีคุณสมบัติเหล่านี้ก็ยินดีต้อนรับ เพื่อมาร่วมกันสร้างแพทย์ที่ดีที่เป็นกำลังของสังคมต่อไป โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางการเรียนการสอนที่ชัดเจนพร้อมระบบการพัฒนานักศึกษาที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าแพทย์ที่จบจากศิริราช จะมีความพร้อมด้านวิชาการและคุณธรรมจริยธรรม มีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ตามปรัชญาของพระราชบิดาอย่างแน่นอน”

จะสร้างหมอที่ดี เริ่มต้นที่ครู

รศ.นพ.รัฐพล กล่าวว่า สิ่งที่กังวลใจของหมอรุ่นใหม่คือสังคมและเทคโนโลยี การดิสทรัปชั่นของเทคโนโลยีที่ส่งผลในทางการแพทย์ค่อนข้างมาก ทั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยี และเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามารวดเร็ว เพราะฉะนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมให้แพทย์รุ่นใหม่ให้พร้อมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้น การมีความรู้ด้านวิศวชีวการแพทย์, Data Science  รวมทั้งระบบบริการสุขภาพ หรือ Health care System เพื่อให้ความเป็นอยู่ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ดังนั้น ในงานประชุมวิชาการแพทยศาสตรศึกษาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 (Thai Medical Education Conference 2019) ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 11 – 13 ธันวาคม 2562 นี้โดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ผสานความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดขึ้น ณ อาคารศรีสวรินทิรา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงจัดขึ้นในหัวข้อ “Educational disruption in medical schools” 

การประชุมสัมมนาการเรียนการสอนแพทย์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยแพทย์จากทั่วประเทศ พร้อมทั้งนักวิชาการจากต่างประเทศทั้งในภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป รวม 800 คน เพื่อนำไปสู่เปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนให้พัฒนาและตอบโจทย์กับยุคปัจจุบัน และนำเทคโนโลยีเข้ามาอย่างเหมาะสม ทำให้ครูดี ทันสมัย และลูกศิษย์ก็ทันสมัย เป็นการยกระดับองค์ความรู้ทางการแพทย์ของไทยด้วย

สำหรับผู้สนใจในแวดวงวิชาการศึกษาแพทย์หรือเกี่ยวข้องกับการศึกษาในศาสตร์อื่น ๆ ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ งานประชุมวิชาการแพทยศาสตรศึกษาแห่งประเทศไทยครั้งที่ 20 โทร.0-2419-6422 เฟสบุ๊ค: TMEC2019

บทความก่อนหน้านี้พ่อปารีณาบุกสภา ลั่น หากรุกป่าผิดจริง พร้อมฆ่าตัวตาย ก่อนขอถอนคำพูด
บทความถัดไปบิ๊กตู่ โว ค่ายาประเทศไทย ถูกที่สุดในโลก