เพราะ ‘ปลา’ คือทรัพยากรล้ำค่าของแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่งมาเนิ่นนาน ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี’ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จึงรวบรวมเทคโนโลยีจากแนวคิด Fish Friendly ก่อเกิด ‘ระบบทางปลาผ่านแบบผสม’ ซึ่งพัฒนาโดย บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ CKP ตามวิสัยทัศน์ที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยดำเนินโครงการในลักษณะมุ่งสร้างความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนต่อชุมชน ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เน้นการพัฒนาบนสมดุลระหว่างธุรกิจและสิ่งแวดล้อม
นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ งานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า หากเปรียบเทียบการศึกษาเรื่องพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงกับฝั่งอเมริกาหรือยุโรปแล้ว นับว่ายังมีการศึกษาที่น้อยมาก จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
นอกจากพฤติกรรมของปลามีความซับซ้อนในการศึกษาแล้ว เทคโนโลยีที่ถูกเลือกมาใช้ก็ต้องเหมาะสม สอดคล้องกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทีมวิศวกรสิ่งแวดล้อม ผู้ชำนาญการด้านประมงทั้งจากไทย ลาว และยุโรป เก็บข้อมูลและศึกษาปริมาณและพฤติกรรมปลาที่ว่ายผ่านบริเวณที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาลนานมากกว่า 1 ปี และนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาออกแบบ “ระบบทางปลาผ่านแบบผสม” หรือ Multi-System Fish Passing Facilities
“เราศึกษาพฤติกรรมปลาที่ว่ายผ่านบริเวณนี้ ฤดูอพยพ กระแสน้ำที่เหมาะกับปลาแต่ละขนาด โดยนำผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักประมงทั้งจากไทย ลาว และยุโรป ศึกษาปริมาณและพฤติกรรมปลาที่ว่ายผ่านบริเวณที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจนพบว่า วงจรชีวิตของปลาแม่น้ำโขงเมื่อโตเต็มวัยจะว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ในที่ที่เหมาะสมบริเวณเหนือน้ำ จากนั้นไข่หรือตัวอ่อนของปลาจะไหลตามกระแสน้ำลงมายังท้ายน้ำ เพื่อหาอาหาร เมื่อเติบใหญ่ก็จะว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ต่อไป

จากการศึกษาอย่างละเอียด สุดท้ายเราได้ “ระบบทางปลาผ่านแบบผสม” หรือ Multi-System Fish Passing Facilities เป็นการนำทางปลาผ่าน (Fish Ladder) มาผสมกับทางยกระดับปลา (Fish Lock) โดยคัดเลือกเทคโนโลยีและนำมาประยุกต์ให้มีความสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ มีเป้าหมายเพื่อปลาอพยพที่ว่ายทวนกระแสน้ำไปขยายพันธุ์และวางไข่เหนือน้ำ นี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จึงเป็นระบบผสมผสาน ที่มีโครงสร้างรองรับปลาแม่น้ำโขงซึ่งมีหลายสายพันธุ์นายอานุภาพ กล่าว
สำหรับ “ปลาอพยพว่ายทวนกระแสน้ำ” จะมีการ ‘ปล่อยน้ำล่อปลา’ หรือ Attraction Flow ในความเร็วน้ำที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ปลาแต่ละชนิดสามารถเลือกว่ายเข้าช่องทางที่เหมาะสม โดยการปล่อยน้ำล่อปลานั้น ก็เพื่อดึงดูดให้ปลาเข้าสู่ระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยปลาจะว่ายสู่ ‘ทางปลาผ่าน’ หรือ Fish Ladder ที่มีความกว้าง 3 ขนาด คือ 0.5 ,1.0 และ 1.5 เมตร ตลอดระยะทางประมาณ 460 เมตร โดยจำลองสภาพพื้นที่ให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยด้านบนเปิดช่องให้แสงธรรมชาติส่องถึง และท้องน้ำใน Fish Ladder จำลองระบบนิเวศของแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยหินธรรมชาติ ให้เกิดเป็นสภาพคล้ายท้องน้ำจริง ๆ และยังเป็นที่หลบภัยและพักเหนื่อยของปลาเล็ก ๆ ทั้งยังช่วยลดกระแสน้ำและเป็นที่ให้ปลาวางไข่ได้อีกด้วย

ถัดจากนั้น ถึงจุดที่เรียกว่า ‘ช่องยกระดับปลา’ หรือ Fish Lock จำนวน 2 หน่วย ซึ่งทำงานสลับกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดมีหน้าที่ยกระดับปลาจากท้ายน้ำขึ้นไปเหนือน้ำที่มีระดับแตกต่างกันถึง 30 เมตร โดยทำการเติมน้ำลงใน Lock อย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับการยกตะแกรงฝูงปลาขึ้นทำให้แทบจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในระหว่าง กระบวนการยกระดับน้ำเพื่อเข้าสู่ช่องทางออกสู่ คลองส่งปลาด้านบน (Upper Channel) ที่เชื่อมสู่ลำน้ำโขงด้านเหนือน้ำ ฝูงปลาจะว่าย ออกทวนกระแสน้ำ ที่ไหลเข้ามาล่อปลาจากแรงน้ำไหลตามธรรมชาติ และจากจุดนี้อีกเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นที่ฝูงปลา จากท้ายน้ำจะได้ว่ายออกสู่เหนือน้ำเพื่อไปวางไข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำโขงเหนือโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

สำหรับปลาที่ว่ายตามน้ำเพื่อกลับสู่ท้ายน้ำ จะถูกออกแบบให้สอดแทรกในทุกส่วนของโครงสร้างหลัก ตั้งแต่ทางเดินเรือ ประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เกาะกลางน้ำ (Intermediate Block) ไปจนถึงด้านหน้าโรงไฟฟ้าซึ่งมีอุโมงค์สำหรับปลาใหญ่ผ่าน ส่วนปลาที่ผ่านเข้ากังหันน้ำ ก็จะผ่านออกไปได้ เพราะเลือกใช้กังหันน้ำที่เป็นมิตรต่อปลา (Fish Friendly Turbine) ซึ่งเป็นกังหันน้ำแนวตั้ง ชนิด Kaplan จำนวนใบพัดน้อย (5 ใบพัด) มีรอบการหมุนช้า มีช่องวางต่าง ๆ ที่เอื้อให้ปลาผ่านได้อย่างปลอดภัย
นับเป็นความทุ่มเทใส่ใจเพื่อคงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงสายนี้ที่ผูกพันล้ำลึกกับวิถีชีวิตผู้คน ซึ่ง CKPower ย้ำชัดถึงวิสัยทัศน์ตลอดมา.

