นรินทร์เดช ทวีแสงพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ฮาเบล อินดัสเตรียล จำกัด
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีสินค้าที่ผลิตจากประสบการณ์อันยาวนานของผู้ประกอบการไทย พร้อมประกาศตัวอย่างชัดเจนว่านี่คือสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทย เข้ามาเป็นอีกทางเลือกให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยหนึ่งในแบรนด์ไทยที่โดดเด่นอย่างน่าจับตามองก็คือ ‘อัลทรอน (altron)’ ซึ่งจริงแล้วไม่ใช่น้องใหม่เพิ่งแจ้งเกิดในวงการแต่อย่างใด แต่เป็นสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานไทยที่มีอายุยาวนานถึงกว่า 3 ทศวรรษ
นรินทร์เดช ทวีแสงพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย ฮาเบล อินดัสเตรียล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีสัญชาติไทยภายใต้แบรนด์อัลทรอน ย้อนให้ฟังถึงที่มาว่า เป็นแบรนด์ที่ตั้งใจสร้างขึ้นหลังจากที่เขาเริ่มเข้ามาดูแลรับผิดชอบธุรกิจของครอบครัวเป็นรุ่นที่สอง โดยก่อนหน้านี้ ไทย ฮาเบล เป็นโรงงานผลิตทีวีเจ้าแรกของคนไทยในประเทศไทยด้วยการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับทั้งแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างธานินทร์ จนต่อมาในระยะหลังก็รับผลิตในลักษณะของเฮ้าส์แบรนด์ให้กับโมเดิร์นเทรดรวมถึงผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอีกหลายประเภท
“ด้วยวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารที่เล็งเห็นว่าถ้าบริษัทยังคงเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตเหมือนที่เคยทำก็อาจจะไม่รุ่ง เป็นจุดเริ่มต้นให้คิดสร้างแบรนด์ขึ้นมาโดยมีแรงบันดาลใจมาจากธานินทร์ซึ่งเป็นแบรนด์คนไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ผนวกกับประสบการณ์จากที่เคยทำงานในสังกัดหน่วยงานรัฐบาลถึง 5 ปี ทำให้ได้รับรู้ถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยว่าไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ ที่สำคัญต้องการให้คนไทยทุกคนได้ภูมิใจกับคำว่า ‘เมดอินไทยแลนด์’ เพราะหลายคนมักจะพูดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าผลิตโดยคนไทยไปไม่รอด เราต้องการก้าวข้ามเส้นตรงนี้ แล้วให้ทุกคนได้รู้ว่า จริงแล้วโรงงานของไทยนี่เองที่ผลิตให้กับสารพัดยี่ห้อ คุณภาพหรือมาตรฐานการผลิตก็ไม่ได้แตกต่างไปจากของเกาหลี ญี่ปุ่น จึงเกิดเป็นแบรนด์ ‘อัลทรอน’ ขึ้นในปี 2558 และเมื่อวางแผนว่านอกจากจำหน่ายในไทยแล้ว ยังจะส่งออกไปยังเออีซี จึงเลือกตั้งชื่อให้เป็นสากลโดยแปลงมาจากคำว่า ‘อัลทร้า’ (Ultra) ที่หมายถึงความแข็งแกร่ง”
หลังจากเปิดตัวออกสู่ตลาดจนถึงวันนี้แม้จะเป็นเวลาเพียง 4 ปี แต่ทีวีสัญชาติไทยอย่างอัลทรอนก็ผงาดขึ้นมาจนครองมาร์เก็ตแชร์ได้ถึงกว่า 3% ด้วยจุดเด่นคุณภาพของสินค้าที่เทียบเท่าระดับสากลอันเป็นผลมาจากการลงทุนเลือกใช้จอระดับท็อป บวกกับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตที่ยาวนานกว่า 30 ปี ในขณะที่ราคาย่อมเยาว์กว่า ปัจจุบันมีทั้งแอลอีดี ทีวี และสมาร์ท ทีวี หน้าจอตั้งแต่ 24 นิ้วไปจนถึง 65 นิ้วให้เลือกกว่า 20 รุ่น ช่องทางการจัดจำหน่ายกระจายทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า อาทิ เทสโก้ โลตัส กว่า 200 สาขา บิ๊กซีกว่า 70 สาขา พาวเวอร์บายกว่า 20 สาขา และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอีก 350 ร้าน นอกจากนี้ยังจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee Lazada เป็นต้น
ปั้นผลิตภัณฑ์สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์รับยุคดิจิทัล
ท้าคุณภาพเทียบอินเตอร์แบรนด์ เจาะตลาด B2B

หลังอัลทรอนสร้างการรับรู้แบรนด์ให้กับผู้บริโภค มียอดขายเติบโตเรียกว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่เนื่องจากระยะหลังตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะทีวีมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง บริษัทจึงได้ปรับตัวพร้อมวางแผนต่อยอดธุรกิจจากบีทูซีมาเป็นบีทูบี เรียกว่า ‘อัลทรอน บิสิเนสโซลูชั่น’ (altron Business Solution) ตอบรับกับเทรนด์ในยุคดิจิทัล โดยพัฒนาสินค้าในหมวดจอภาพอย่างวิดีโอ วอลล์ (Video Wall) และมอนิเตอร์ (Monitor) ล่าสุดได้เปิดตัวกระดานอัจฉริยะ ‘Interactive Whiteboard’ พร้อมทั้งเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
“เพราะศักยภาพของไทย ฮาเบล คือ เชี่ยวชาญในการผลิตจอสำหรับแสดงภาพ จึงได้มีการพัฒนาเป็นนวัตกรรมกระดานอัจฉริยะ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ Smart Meeting Room รองรับการทำงานในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบในจอเดียว แตกต่างไปจากแบบเดิมที่ต้องประกอบไปด้วยโปรเจ็คเตอร์ ไวท์บอร์ด แลปท็อป ลำโพง ฯลฯ ซึ่งไม่เพียงให้ความสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งหรือเชื่อมสายสัญญาณต่างๆ แล้ว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า”
นวัตกรรมตัวนี้นอกจากจะตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่แล้ว ยังถือเป็นการยกระดับแบรนด์จากการสร้างอินโนเวชั่นที่ใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น จากจอทีวีใช้งาน 16 ชั่วโมงต่อวันก็สามารถใช้งานได้ 24 ชั่วโมง (Commercial Display) ส่งผลให้ผู้บริโภครับรู้ว่าอัลทรอนสามารถพัฒนาไปได้จนถึงระดับ Interactive Whiteboard หมายถึงทีวีก็จะต้องเป็นสินค้าคุณภาพดีอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็ยังได้ผลตอบแทนในแง่ของการทำให้ลูกค้ากลุ่ม Interactive Whiteboard ได้รู้จักแบรนด์อัลทรอนไปด้วย
“ปัจจุบัน Interactive Whiteboard จำหน่ายผ่านบริษัทที่ให้บริการด้านการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีให้กับองค์กรต่างๆ (System Integrator) เป็นต้นว่า ซินเน็ค (ประเทศไทย) โดยนำเสนอเป็นโซลูชั่นพร้อมพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อรองรับประเภทกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริษัททั่วไป โรงงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน โรงเรียนกวดวิชา ฯลฯ โดยลูกค้าของเรามีธุรกิจชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลศิริราช, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โรงแรมเมอเวนพิค มิธ ป่าตอง, โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต วินเทจ พาร์, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บริษัทสถาปนิก A49 เป็นต้น”
สำหรับคู่แข่งของตลาด Interactive Whiteboard ในเมืองไทย นรินทร์เดชเผยว่าเป็นอินเตอร์แบรนด์ ซึ่งเขามั่นใจว่าอัลทรอนมีความทัดเทียมในแง่เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นจอที่เลือกใช้กระจก 4Kรุ่นท็อป และจุดขายคือซอฟต์แวร์ที่สามารถทำได้ตอบโจทย์ผู้บริโภค เรียกว่า ‘Thailand Only Software’ เพราะพัฒนาจากเทรนด์หรือพฤติกรรมของคนไทยเป็นหลัก รวมถึงเรื่องเซอร์วิส เนื่องจากบริษัทขนาดเล็กจะมีข้อดีในแง่ที่สามารถยืดหยุ่นได้ง่าย
แม่ทัพไทย ฮาเบล กล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรม Interactive Whiteboard ได้เปิดตัวออกสู่ตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะผู้บริโภครู้จักทีวีอัลทรอนแล้ว รับรู้ว่าเป็นบริษัทที่ผลิตทีวีมากว่า 30 ปี อีกทั้งรางวัลมากมายที่ยืนยันถึงคุณภาพ ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
“เราคงยังให้สัญญาว่าจะเดินหน้าพัฒนาแบรนด์ไทยให้ดีที่สุด ตามนโยบายที่ยึดมั่นตั้งแต่แรกเริ่ม จะพิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์ไทยใส่ใจคนไทยมากกว่า ซึ่งตรงนี้ก็อยากให้ภาครัฐมีการออกมาตรการเพื่อสนับสนุนแบรนด์ไทยเพื่อให้ธุรกิจของผู้ประกอบการไทยเติบโตกว่านี้”
บรรยายภาพ 2: “altron Interactive Whiteboard” มาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ 4 in 1 กับฟังก์ชั่น Write Smart รองรับการเขียนพร้อมกันถึง 10 จุด, Screen Mirroring แชร์ภาพขึ้นจอผ่านการเชื่อมต่อไร้สาย, บันทึกการประชุมทั้งหมดด้วย Easy Share with QR Code และ Save & Recall สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ในการประชุมครั้งต่อไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีขนาดหน้าจอให้เลือกตั้งแต่ 55 นิ้ว จนถึง 86 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 89,000 บาท พร้อมรับประกัน 3 ปีเต็ม

