CPF ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังโควิด-19 เตรียมจ้างงานเพิ่ม 8,000 อัตรา 

25.09.20 | 16:00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและแก้ปัญหาคนว่างงานจากผลกระทบโควิด-19 โดยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับโครงการรับสมัครนักศึกษาจบใหม่ โครงการสนับสนุนแฟรนไชส์ธุรกิจร้านอาหาร และโครงการคูปองแทนใจให้ผู้ประกันตน ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา

สำหรับโครงการนี้ เข้าสู่ตามหลักปรัชญาที่เราทำได้ง่าย เพราะว่า CP Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ที่ชัดเจน ทำอะไรต้องนึกถึงประเทศ นึกถึงสังคม แล้วเราในฐานะสมาชิก เราต้องทำตัวเป็นสมาชิกที่ดีของประเทศไทย 

การจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงแรงงาน เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ แต่ถามว่าสิ่งที่เราทำได้ เราไม่สามารถสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว หรือรัฐบาลทำได้เอง ถ้าไม่มีเอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ รัฐวิสาหกิจมาช่วย เราไม่สามารถจะจ้างงานได้ถึงล้านตำแหน่งแน่นอน

ผลจากการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ซีพีเอฟจะเปิดรับตำแหน่งงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมหลายสาขาอาชีพ เช่น สัตวแพทย์ วิศวกร นักวิจัย ไปจนถึงงานด้านโลจิสติกส์ งานบริการในร้านอาหารและร้านซีพีเฟรชมาร์ท โดยรับทั้งนักศึกษาจบใหม่และผู้มีประสบการณ์ จำนวนรวม 8,000 อัตรา ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.cpfworldwide.com หรือที่บูธ CPF ในงาน Job Expo Thailand 2020 ในวันที่ 26 ถึง 28 กันยายน 2563 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา 

Advertisement

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น ธุรกิจห้าดาวและสตาร์คอฟฟี่ ผ่านโครงการสนับสนุนแฟรนไชส์ธุรกิจร้านอาหาร โดยอบรมเสริมความรู้ยกระดับการเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร สร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีกว่า 4,500 ราย  ผู้ที่สนใจเข้าเป็นแฟรนไชส์ธุรกิจห้าดาว สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซค์ fivestar.in.th และหากสนใจธุรกิจสตาร์คอฟฟี่ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซค์ starcoffee.in.th

รวมถึงยังมีโครงการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของแรงงานในระบบประกันสังคม ผ่านโครงการคูปองแทนใจให้ผู้ประกันตน มอบส่วนลดมูลค่ากว่า 2,000 บาทต่อคน สำหรับซื้อสินค้าจากร้านซีพีเฟรชมาร์ท ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดส่วนลดได้ที่ Line: @CPFreshmart ตั้งแต่ 25 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน 2563

ทั้งสามโครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย หลังโควิด-19 ตามปรัชญา 3 ประโยชน์ ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง