“กรุงไทย” ผุด 2 มาตรการ “สินเชื่อพื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้” ต่อลมธุรกิจ

5.05.21 | 11:00 น.

ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่ ได้แผ่ขยายและส่งผลกระทบต่อสภาพทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องแก่ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจของธนาคาร ธนาคาร “กรุงไทย” จึงได้ออกมาตรการ “สินเชื่อพื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจที่มีศักยภาพ ประคับประคองกิจการ ให้สามารถรักษาการจ้างงาน สามารถรอเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิดได้ อีกทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นลูกค้าของธนาคารได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารกรุงไทยพร้อมเคียงข้างและก้าวไปกับลูกค้าเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน

สำหรับมาตรการ “สินเชื่อพื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้” ตามแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 ของภาครัฐ ธนาคารกรุงไทยได้ดำเนินการ ใน 2 แนวทาง ได้แก่   

1. “มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู” วงเงินรวม 250,000 ล้านบาท ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อ และยังได้มอบสิทธิประโยชน์ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งมีข้อกำหนดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

  • กำหนดให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี) โดยมีระยะเวลาผ่อนชําระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
  • สำหรับลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ขอกู้ได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาท
  • ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร และสถาบันการเงินอื่น (ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564) ขอกู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท  นับรวมวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่ง
  • ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อฟื้นฟู เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร

2. “มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีศักยภาพให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราวในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัวโดยไม่เสียธุรกิจไป ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม Carry Cost 1 % และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง 

โดยมาตรการนี้ให้สิทธิประโยชย์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืน สำหรับผู้ประกอบการที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้ ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และจะต้องไม่มีภาระ “หนี้เสีย” หรือ NPL ณ 31 ธันวาคม 2562 โดยทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน 1 มีนาคม 2564

Advertisement

ทั้งนี้ คุณสมบัติของลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการ เงื่อนไขการรับโอนทรัพย์ และเงื่อนไขการให้สิทธิซื้อคืนทรัพย์ เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร  

ผู้ประกอบการธุรกิจที่ประสงค์ความเข้าโครงการสามารถแจ้งความจำนงค์ได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือหน่วยงานที่ดูแลสินเชื่อของท่าน ตั้งแต่ 30 เมษายน 2564 เป็นต้นไป หรือศึกษารายละเอียดได้ที่  https://krungthai.com/th/personal/loan/personal-loan/474  หรือติดต่อ Krungthai Contact Center  02-111-1111