ภายหลังประเทศไทยเริ่มกระจายวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดไปยังกลุ่มเป้าหมายแล้วเมื่อปลายเดือน ก.พ. ข้อมูลจนถึงวันที่ 20 มิ.ย. 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่ามีผู้ได้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด 7,587,178 ราย แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 5,486,092 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 2,101,086 ราย ซึ่งถือเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้เข้ารับการฉีดบางส่วนอาจมีอาการข้างเคียง หรือมีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน ดังนั้นรัฐบาลจึงมีนโยบายจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่กลุ่มดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับการดูแล โดย สปสช.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์วิธีการการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
7 เรื่องควรรู้ก่อนขอรับเงินเยียวยา หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์
- หากมีอาการไม่พึงประสงค์ให้รีบพบแพทย์
- รักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ยื่นคำร้องขอให้มีการเยีวยาหากได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19
- การเยียวยาแบบไม่พิสูจน์ถูกผิด
- แบ่งเกณฑ์การเยียวยาออกเป็น 3 ระดับ
- ระดับที่ 1 บาดเจ็บ-เจ็บป่วยต่อเนื่อง : ไม่เกิน 1 แสนบาท
- ระดับที่ 2 เสียอวัยวะ-พิการ : ไม่เกิน 2.4 แสนบาท
- ระดับที่ 3 เสียชีวิต-ทุพพลภาพถาวร : ไม่เกิน 4 แสนบาท
- พิจารณาโดยคณะอนุกรรมการที่เชี่ยวชาญโดยยุติธรรม
- พิจารณาเยียวยาอย่างรวดเร็วตามสิทธิ์ที่ประชาชนควรได้
ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้อง
- ผู้รับบริการสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ ที่ได้รับความเสียหาย หรือทายาท
- กรณีไม่มีทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้ดูแล หน่วยบริการที่ให้บริการสามารถยื่นคำร้องแทนได้
เอกสารประกอบคำร้อง
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาใบมรณบัตรของผู้รับบริการ กรณีเสียชีวิต
- ความเห็นของแพทย์ผู้ให้การรักษาและการหยุดพักงาน
ขั้นตอนในการขอรับเงินเยียวยา
- 1กรอกแบบฟอร์มแล้วยื่นคำร้อง ได้ที่
- โรงพยาบาลสถานที่ที่ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
- สำนักงานเขตของ สปสช. สาขาเขตพื้นที่ทั้ง 13 เขต
- คณะอนุกรรมการจะพิจารณาผลให้และจ่ายเงินให้ภายใน 5 วันหลังมีมติ
ทั้งนี้ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบความเสียหาย และแม้ว่าต่อมาจะพิสูจน์ได้ว่าการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยไม่ได้มาจากวัคซีน ก็จะไม่มีการเรียกเงินคืนแต่อย่างใด
สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ สายด่วน สปสช. โทร. 1330 หรือ สปสช.สาขาเขตทั้ง 13 เขต และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th

