Arincare สตาร์ทอัพ HealthTech ทางเลือกของผู้ให้บริการ ”ร้านขายยา”

6.07.21 | 08:00 น.

คุณเดินเข้าร้านขายยาบ่อยแค่ไหน ?

เคยสังเกตบ้างไหมว่า ทุกครั้งที่เราหรือคนรอบตัวมีอาการเจ็บป่วย รู้สึกไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ สถานที่แรกที่เราพุ่งตัวไปคือ ‘ร้านขายยา’ จากงานวิจัยในเรื่องของการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านขายยาของผู้บริโภคไทย อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ทางเลือกแรกของคนเจ็บป่วยไม่รุนแรง คือ ร้านขายยา 32% ขณะที่คนจะเลือกไปคลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชน 25% และเลือกไปโรงพยาบาลรัฐ 16% โดยคนไทยเสียค่ายาให้กับร้านขายยาเฉลี่ยครั้งละ 150-200 บาท และตัวเลขค่าใช้จ่ายตรงนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คนส่วนหนึ่งเลือกซื้อยากินเอง แทนการไปพบแพทย์ในโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลว่าสะดวก ไม่เสียเวลาเท่ากับการไปรอคิว หรือต้องเสียเวลาเดินทางนานๆ

ร้านขายยาที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้วยังคงใช้ระบบ manual จดบันทึกข้อมูลผ่านกระดาษ ไม่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น และนั่นจึงเป็นที่มาของสตาร์ทอัพสาย HealthTech อย่าง Arincare สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบ Pharmacy Management System เพื่อระบบการจัดการเรื่องยาสำหรับร้านขายยาและเภสัชกร โดย ‘เอ็ม-ธีระ กนกกาญจนรัตน์’ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริหาร บริษัท อรินแคร์ จํากัด และชายพงษ์ นิยมกิจ อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง

 Arincare เป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานของเภสัชกรที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่สามารถบันทึกข้อมูลของตัวยา การจัดการยา รวมถึงระบบการขนส่งยาให้มีประสิทธิภาพและมีราคาถูก และที่สำคัญแพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้เภสัชกรและร้านยาสามารถนำระบบไปใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

Advertisement

โดดเด่นด้วยระบบ Cloud Computing 

ด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากประเทศแคนาดา ของ ธีระ กนกกาญจนรัตน์ บวกกับความเชี่ยวชาญด้านการเงินของผู้ร่วมก่อตั้ง และความสนใจที่ตรงกันด้านระบบดูแลสุขภาพ (Healthcare) จึงเกิดเป็นไอเดียพัฒนาแพลตฟอร์ม Arincare ขึ้นมา ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

“เราใช้วิธีการลงพื้นที่ไปยังร้านยาตามแหล่งชุมชนต่างๆ ร่วมทำงานกับเภสัชกรในร้านขายยาจริงๆ นำแพลตฟอร์มเข้าไปทำงาน คือ เข้าไปคีย์ข้อมูลตัวยาแต่ละชนิด ทำให้เภสัชกรเห็นว่าระบบ Arincare ดียังไง สามารถช่วยเหลือการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายยาให้กับลูกค้าของเขาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจากจุดนั้นทำให้ กลุ่มเภสัชกรในร้านขายยาเริ่มจะปรับเปลี่ยนและยอมรับระบบ Arincare มากขึ้น”

“สิ่งที่ทำให้ Arincare มีความโดดเด่นและสามารถนำตลาดได้ คือ ระบบ Cloud Computing ของแพลตฟอร์ม ที่สามารถครอบคลุมการทำงานทั้งการประมวลผล หน่วยจัดเก็บข้อมูล และระบบออนไลน์ต่างๆ ทำให้ผู้นำไปใช้มีความสะดวก ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และที่สำคัญ เครือข่ายของ Arincare เป็นเครือข่ายที่ใช้งานฟรี” ธีระกล่าว

แต่กว่าก้าวมาถึงจุดนี้ ธีระ เล่าว่า อุปสรรคที่ต้องใช้เวลาในการแก้ คือ ความเคยชิน เขาบอกว่า ตัวเขาและทีมงานต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เภสัชกรในร้านขายยาจะค่อยๆ เรียนรู้และเปิดรับระบบนี้จาก Arincare

ปัญหาที่ต้องสู้คือ ความเคยชินกับการทำงานในรูปแบบเดิมๆ ด้วยที่ระบบของ Healthcare มีการควบคุม (Regulation) ที่ค่อนข้างสูง พอเราเข้าไปจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย ทั้งเรื่องของการปรับพฤติกรรมของกลุ่มคนในวงการเภสัชกรให้มาเป็นดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเราเข้าไปปรับเปลี่ยนตรงนี้ด้วยการให้ความรู้หรือการสร้างบทบาทการมีส่วนร่วม (Engage) จนเกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญกับสิ่งที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น”

นอกจากนั้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น Arincare ก็เกิดปัญหาเฉกเช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่นๆ  คือ ด้วยการทำงานที่ต้องลงพื้นที่ พบเจอกับเภสัชกรโดยตรง ทำให้ตัวเขาและทีมงานต้องระงับแผนงานไปก่อน ซึ่งเป็นการส่งผลกระทบต่อแผนงานขยายกลุ่มสมาชิกของ Arincare

เพียงก้าวแรกของความสำเร็จ

ปัจจุบัน Arincare มีสมาชิกผู้ใช้งานที่เป็นเภสัชกรและร้านขายยาไปแล้วกว่า 3,000 ราย โดยกลุ่มร้านขายยากระจายอยู่ทั่วประเทศ

แต่ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จหรือยัง ตอบได้เลยว่าเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น แม้จะสามารถเข้ามาช่วยกลุ่มร้านยาและเภสัชกรในจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังถือว่าไม่มากพอที่จะกระจายหรือเพิ่มจำนวนสมาชิกผู้ใช้งานได้”

สำหรับเป้าหมายในอนาคต ธีระมองว่า Arincare วางเป้าหมายสำหรับขยายต่อในช่วงระยะ 3 ปีต่อจากนี้ จะเพิ่มร้านยาเข้าสู่ระบบ 6,000 – 7,000 ราย และเพิ่มจำนวนลูกค้าผู้ใช้เป็นล้านคน รวมถึงข้อสำคัญที่สุด คือ ทำให้ Arincare เป็นแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สามารถซัพพอร์ตทั้งซัพพลายเชนของเฮลธ์แคร์ ดึงพาร์ตเนอร์รายใหม่เข้ามา

โดย CEO เจ้าของสตาร์ทอัพ Arincare เล่าว่า ในขณะนี้ ได้มีการพูดคุยความร่วมมือทางธุรกิจจากนักลงทุนหลายภาคส่วน ทั้งกลุ่มที่เป็นธนาคาร บริษัทประกัน ซึ่งหากสามารถร่วมมือกับนักลงทุนเหล่านี้ ธีระ กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้ เมื่อไปซื้อยาตามร้านขายยาที่อยู่ในระบบของ Arincare แล้ว จะมีสิทธิ์หรือเบิกเงินจากประกันต่างๆ ได้

นอกเหนือจากนี้ ในอนาคตได้วางแผนไว้ว่า จะพัฒนาระบบของ Arincare ให้สามารถรองรับการใช้งานจากทั้งเภสัชกรในร้านขายยาและการใช้งานของผู้ใช้บริการอีกด้วย”

คำแนะนำถึงสตาร์ทอัพรุ่นน้อง

ผู้บริหารสตาร์ทอัพสายเฮลธ์แคร์บอกว่า พวกเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์ประกอบที่สร้างธุรกิจจากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมจริงๆ ซึ่งทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และมองความเป็นจริง จึงสามารถสร้างสิ่งที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้ เขาได้ฝากคำแนะนำให้กับผู้คิดริเริ่มอยากทำสตาร์ทอัพว่า ควรมองอะไรในเชิงลึก อย่าเพียงแต่ยึดมุมมองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ย้อนดูปัญหาที่เกิดว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง อย่ายึดติดกับสิ่งเดิมๆ และที่สำคัญไปกว่านั้นไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับใคร 

ที่ผ่านมาคนทำสตาร์ทอัพมีมุมมองที่ว่าต้องโตให้เร็ว ยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ในปัจจุบันตลาดเปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งสถานการณ์ในปัจจุบันยิ่งสะท้อนอะไรหลายอย่าง ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะ คนที่อยู่ได้และอยู่รอดต้องลองมองหา Value ของสิ่งนั้นจริงๆ ถึงจะไปต่อได้”

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Startup Thailand Marketplace ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ซึ่งได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุน Arincare ด้วยการอบรมให้ความรู้ด้านนวัตกรรมพร้อมมอบทุนสนับสนุน จนสามารถพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นธุรกิจที่ให้คุณค่าและสร้างสรรค์สังคมไทย