ด้วยการแข่งขันของโลกยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย สำนักงานสถิติแห่งชาติในฐานะองค์กรหลักในการจัดทำข้อมูลสถิติของประเทศ ได้จัดทำสำมะโนทางด้านเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน โดยได้จัดทำสำมะโนอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี 2507 และจัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ ตั้งแต่ปี 2509 สำหรับในครั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ได้บูรณาการทั้ง 2 โครงการเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อโครงการ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 หรือเรียกว่า “สธอ.65”

“นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์” ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 หรือ สธอ.65 เป็นการเก็บข้อมูลพื้นฐานของสถานประกอบการธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งที่อยู่ในระบบทะเบียน นอกระบบทะเบียน มีหน้าร้าน และไม่มีหน้าร้านทั่วประเทศ โดยมีแผนการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2564 – 2566 คือ
ปี 2564 จะเป็นการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน หรือการนับจด ปี 2565 จะเป็นการประมวลผลและจัดทำรายงานจากข้อมูลพื้นฐาน หรือจากการนับจดในปี 2564 และการดำเนินการลงพื้นที่ซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียด หรือการแจงนับ และในปี 2566 จะเป็นการประมวลผลและจัดทำรายงานจากข้อมูลรายละเอียด หรือจากการแจงนับในปี 2565
สำหรับปี 2564 สำนักงานสถิติแห่งชาติ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสถานประกอบการต่าง ๆ 12 ประเภท ประกอบด้วย
- การผลิต เช่น โรงงาน กลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
- การจัดหา การจัดการ และการบำบัดน้ำเสีย ของเสียสิ่งปฏิกูล เช่น บริษัทรับกำจัดขยะของเสีย
- การก่อสร้างที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย และการติดตั้งภายในสิ่งก่อสร้าง
- การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า โชว์รูมขายรถ อู่ซ่อมรถ
- กิจการคลังสินค้าและกิจการที่สนับสนุนการขนส่ง เช่น โกดังสินค้า บริษัทขนส่งสินค้า
- ที่พักและบริการด้านอาหาร เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร
- ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร เช่นสำนักพิมพ์ ช่องข่าว
- กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์
- กิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค เช่น สำนักทนายความ บริษัทสถาปนิก
- กิจกรรมการบริหาร และการบริการสนับสนุน เช่น บริษัทจัดหางาน ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว
- ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ เช่น นักเขียน ลิเก หมอลำ การขายลอตเตอรี่
- กิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ เช่น ร้านตัดผม ร้านซักอบรีด
ข้อมูลที่ได้จากการจัดเก็บจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภาคเอกชนใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ/ การลงทุน/ การบริหารและควบคุมการดำเนินงาน ตลอดจนวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจภาคประชาชน ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากภาครัฐอย่างตรงจุด และเพิ่มโอกาสในการประกอบกิจการ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐ
ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเจ้าหน้าที่คุณมาดีจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลตั้งแต่
วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2564 และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล โดยคุณมาดีที่ลงไปเก็บข้อมูลจะสวมใส่ mask พกเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล และปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ขอให้ท่านมั่นใจว่า ข้อมูลที่ให้มาจะถูกเก็บเป็นความลับและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรการของภาครัฐ และไม่นำไปเชื่อมโยงกับการเก็บภาษีอย่างแน่นอน

