สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้าเก็บข้อมูลสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม ผลักดันผู้ประกอบการ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ

9.07.21 | 11:00 น.

ด้วยการแข่งขันของโลกยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย สำนักงานสถิติแห่งชาติในฐานะองค์กรหลักในการจัดทำข้อมูลสถิติของประเทศ ได้จัดทำสำมะโนทางด้านเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน โดยได้จัดทำสำมะโนอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี  2507 และจัดทำสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ ตั้งแต่ปี 2509 สำหรับในครั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ได้บูรณาการทั้ง 2 โครงการเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อโครงการ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 หรือเรียกว่า “สธอ.65”

“นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์” ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 หรือ สธอ.65 เป็นการเก็บข้อมูลพื้นฐานของสถานประกอบการธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งที่อยู่ในระบบทะเบียน นอกระบบทะเบียน มีหน้าร้าน และไม่มีหน้าร้านทั่วประเทศ โดยมีแผนการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2564 – 2566 คือ
ปี 2564 จะเป็นการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน หรือการนับจด ปี 2565 จะเป็นการประมวลผลและจัดทำรายงานจากข้อมูลพื้นฐาน หรือจากการนับจดในปี 2564 และการดำเนินการลงพื้นที่ซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียด หรือการแจงนับ และในปี 2566 จะเป็นการประมวลผลและจัดทำรายงานจากข้อมูลรายละเอียด หรือจากการแจงนับในปี 2565 

สำหรับปี 2564 สำนักงานสถิติแห่งชาติ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสถานประกอบการต่าง ๆ 12 ประเภท ประกอบด้วย 

  1. การผลิต เช่น โรงงาน กลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 
  2. การจัดหา การจัดการ และการบำบัดน้ำเสีย ของเสียสิ่งปฏิกูล เช่น บริษัทรับกำจัดขยะของเสีย 
  3. การก่อสร้างที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย และการติดตั้งภายในสิ่งก่อสร้าง 
  4. การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า โชว์รูมขายรถ อู่ซ่อมรถ 
  5. กิจการคลังสินค้าและกิจการที่สนับสนุนการขนส่ง เช่น โกดังสินค้า บริษัทขนส่งสินค้า 
  6. ที่พักและบริการด้านอาหาร เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร 
  7. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร เช่นสำนักพิมพ์ ช่องข่าว 
  8. กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ 
  9. กิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค เช่น สำนักทนายความ บริษัทสถาปนิก 
  10. กิจกรรมการบริหาร และการบริการสนับสนุน เช่น บริษัทจัดหางาน ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว 
  11. ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ เช่น นักเขียน ลิเก หมอลำ การขายลอตเตอรี่ 
  12. กิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ เช่น ร้านตัดผม ร้านซักอบรีด

ข้อมูลที่ได้จากการจัดเก็บจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภาคเอกชนใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ/ การลงทุน/ การบริหารและควบคุมการดำเนินงาน ตลอดจนวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจภาคประชาชน ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากภาครัฐอย่างตรงจุด และเพิ่มโอกาสในการประกอบกิจการ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐ 

Advertisement

ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเจ้าหน้าที่คุณมาดีจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลตั้งแต่
วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2564 และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล โดยคุณมาดีที่ลงไปเก็บข้อมูลจะสวมใส่ mask พกเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล และปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ขอให้ท่านมั่นใจว่า ข้อมูลที่ให้มาจะถูกเก็บเป็นความลับและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรการของภาครัฐ และไม่นำไปเชื่อมโยงกับการเก็บภาษีอย่างแน่นอน