รู้รอบเรื่องโควิด 19 เดลต้าระบาดเร็ว-แรง วัคซีน คือทางออกกู้วิกฤต

18.07.21 | 09:00 น.

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับโควิด 19 สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ซึ่งมีความรุนแรง แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วติดต่อกันได้ง่ายมากกว่าสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) สะท้อนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 ของไทย นับตั้งแต่เข้าเดือนกรกฎาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งทะยานจนเข้าสู่หลัก 9 พันกว่าคน สูญเสียชีวิตผู้คนในแต่ละวันเกินครึ่งร้อยตามข้อมูลที่ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค. ได้กล่าวไว้ว่าในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์เดลต้าถึง 30% ที่สำคัญ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าผู้ติดเชื้อถึง 50%เป็นสายพันธุ์เดลต้าขณะที่ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 85-90% ของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) จึงมีการคาดการณ์กันว่า ใน 1-2 เดือนนี้ ทั้งไทยและทั่วโลก จะพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าแทบทั้งหมด เพราะสามารถระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟ่าถึง 40%ไม่เพียงแต่ความรวดเร็วในการ

แพร่กระจายเชื้อ สายพันธุ์เดลต้ายังมีลักษณะพิเศษที่ส่งผลให้คนไข้ติดเชื้อมีระดับออกชิเจนในร่างกายต่ำกว่าปกติเร็วขึ้น และมีภาวะปอดอักเสบเร็วขึ้นเพียง 3-5 วัน ทำให้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พอคนติดเชื้อมาก มีอาการรุนแรง เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ความต้องการเตียงในห้องไอซียู  ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ทรัพยากรมีจำกัด แม้จะขยายเพิ่มจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยแต่บุคลากรทางการแพทย์นั้นไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ทันภายในระยะเวลาเร่งด่วน ซึ่งตอนนี้ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มสรรพกำลังแล้ว

หากการแพร่ระบาดยังคงทวีความรุนแรงในอัตราเร่งเท่านี้ต่อไปหวั่นใจว่าระบบสาธารณสุขของไทย

จะล่มสลาย ทางออกที่จะทำให้ไทยฝ่าพ้นมหาวิกฤตโรคระบาดโควิด 19 ครั้งนี้ไปได้ คือ “วัคซีน”

วัคชีนโควิด 19 ในตอนนี้มีหลายประเภท ได้แก่ mRNAไวรัล เวกเตอร์ และเชื้อตาย เป็นต้นโดยวัคซีนที่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานสูงสุด คือ วัคซีน mRNA ได้แก่ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา เมื่อฉีดแล้วมีภูมิต้านทานขึ้นระดับพัน

Advertisement

ถึงหมื่น รองลงมาคือแอสตร้าเชนเนก้า (ไวรัล เวกเตอร์) หลักพันต้นๆส่วนชิโนแวค (เชื้อตาย) จะอยู่ที่หลัก

หลายร้อยปลายๆในเรื่องการป้องกันโรค ไฟเซอร์ป้องกันสายพันธุ์เดลต้าลดลงจาก93% เหลือ 88% แอสตร้าเซนเนก้าป้องกันสายพันธุ์เดลต้า 66% เหลือ60% ส่วนชิโนแวค ยังไม่มีข้อมูลว่าป้องกันได้เท่าใด สำหรับประสิทธิภาพป้องกันเจ็บป่วยรุนแรงไฟเซอร์ได้ 96% แอสตร้าเชนเนก้า92% ชิโนแวค 90%แม้ในประเทศไทยขณะนี้จะมีซิโนแวค ชิโนฟาร์ม และแอสตร้าเซนเนก้า ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันน้อยกว่า แต่วัคน

ทุกชนิดป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ การไม่ฉีดวัคซีนนั้นมีความเสี่ยงมากกว่า ฉะนั้นหาก

มีโอกาสได้รับวัคซีนอย่ารอช้า โปรดรีบฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและสังคม

ที่มา……..กระทรวงสาธารณสุข