จากข้อมูลที่สำนักส่งเสริม
สุขภาพ กรมอนามัย รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 7 สิงหาคม 2564 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด 19 จำนวนมากถึง 1,801 ราย และมารดาเสียชีวิต 31 ราย ทารกเสียชีวิต 20 ราย โดยระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ระหว่าง 1 – 7 สิงหาคม 2564 หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเพิ่มถึง 393 ราย และมารดาเสียชีวิต 9 ราย ทารกเสียชีวิต 3 ราย !!!
ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันรวดเร็วส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในกลุ่มดังกล่าว และต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด 19 (Pfizer) นอกจากจะพิจารณาจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,503,450 โดส ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ยังพิจารณาจัดสรรให้วัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอีกด้วย และจะจัดสรรให้เพิ่มเติมเมื่อได้รับวัคซีนเพิ่มมากยิ่งขึ้น
สำหรับแนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้แก่หญิงตั้งครรภ์นั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้จัดทำแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด 19 แก่หญิงตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลและคลินิกฝากครรภ์ ดังนี้ 1) ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด 19 ต่อหญิงตั้งครรภ์ 2) พิจารณาว่าไม่มีข้อห้ามในการฉีดและหญิงตั้งครรภ์มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 3) ให้หญิงตั้งครรภ์ลงชื่อในแบบคัดกรองและใบยินยอมในการรับวัคซีน 4) ตรวจครรภ์ตามปกติจนเสร็จสิ้นกระบวนการ 5) ส่งตัวหญิงตั้งครรภ์พร้อมแบบคัดกรองและ ใบยินยอมรับบริการวัคซีนโควิด 19 เพื่อไปรับวัคซีน ณ จุดฉีดวัคซีนที่กำหนดไว้ 6) พยาบาลห้องฝากครรภ์ประสานจุดฉีดวัคซีนแจ้งจำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่ไปรับวัคซีน (กรณีวัคซีนไม่เพียงพอให้ทำการนัดหมายกำหนดวันต่อไป) 7) ให้เข้าช่องทางพิเศษสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่จุดบริการวัคซีนจัดไว้หลังจากนั้นผ่านจุดคัดกรองฉีดวัคซีน และสังเกตอาการตามระบบ และ 8) นัดหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โดยแจ้งให้หญิงตั้งครรภ์สังเกตอาการไม่พึงประสงค์ อีกทั้งทุกหน่วยบริการให้วัคซีนแก่หญิงตั้งครรภ์ต้องติดตามและรายงานข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์และผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์หลังจากได้รับวัคซีนแล้วด้วย
อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังคงต้องดูแลป้องกันตนเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ ส่วนผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว อาจโทรปรึกษาแพทย์เพื่อขอเว้นระยะเวลาการไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล โดยให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 นอกเหนือจากการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่สามารถรับได้ทุกชนิดหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปแล้ว หญิงตั้งครรภ์ควรดูแลตนเองเป็นพิเศษ โดยงดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนในบ้าน หมั่นล้างมือเป็นประจำ เว้นระยะห่าง งดออกจากบ้านหรือเดินทางเท่าที่จำเป็น เมื่อต้องไปตรวจครรภ์ สวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน ไม่ไปในสถานที่มีคนหนาแน่น กินอาหารปรุงสุก สะอาด และครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าวหรือแป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ควบคู่กับการดื่มนมรสจืด 2-3 แก้วทุกวัน โดยเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่
ทั้งนี้ การดูแลป้องกันตนเองเป็นอย่างดีควบคู่กับการฉีดวัคซีน ถือเป็นเกราะที่จะช่วยปกป้องหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงประชาชนกลุ่มอื่นๆ จากโรคโควิด 19 ดังนั้น อย่าลืมไปฉีดวัคซีนโควิด 19 เมื่อถึงคิว ฉีดวัคซีนเพื่อสังคมไทย สู้โควิด



