รู้รอบเรื่องโควิด-19 ‘วัคซีนใบยา’ รับมือเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ ความหวังของคนไทย

สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ นอกจากมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด จริงจัง พร้อมทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนคนไทยแล้ว ‘วัคซีน’ ถือเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคและลดการเสียชีวิต โดยเฉพาะ ‘วัคซีนใบยา’ (Baiya SARS-CoV-2 Vax 1) ที่สามารถปรับปรุงและพัฒนา เพื่อรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ได้

เมื่อต้นปี 2563 บริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดค้นพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตจากโปรตีนต้นพืชใบยาสูบที่เรียกว่า ‘โปรตีนซับยูนิตวัคซีน’ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวจะทำหน้าที่เสมือนโรงงานผลิตชิ้นส่วนของไวรัส แต่เป็นไวรัสที่ไม่ก่อให้เกิดโรค เมื่อฉีดวัคซีนเข้าไปในร่างกายก็จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันสามารถป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ โดยหลังจากการพัฒนา ‘วัคซีนใบยา’ และทดสอบในสัตว์ทดลองหนูขาวและลิง พบว่ามีความปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และกระตุ้น T cell ให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตวัคซีนด้วยพืช กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงได้สนับสนุนงบประมาณ 160 ล้านบาท ให้แก่จุฬาฯ เพื่อปรับปรุงพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช ซึ่งปัจจุบันผ่านมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมรองรับการผลิตวัคซีนในขั้นต้น เริ่มตั้งแต่เพาะเลี้ยงแบคทีเรียพาหะสารพันธุกรรมของโคโรนาไวรัสเพื่อปลูกถ่ายลงในใบยาสูบ เพาะพันธุ์เพิ่มจำนวน และเก็บเกี่ยวเพื่อสกัดโปรตีนสำหรับใช้ผลิตวัคซีน ก่อนนำส่งไปทำวัคซีนให้บริสุทธิ์ที่บริษัท คินเจ่น ไบโอเทค จำกัด จากนั้นจึงได้ผสมและแบ่งบรรจุวัคซีนที่สถานเสาวภาต่อไป

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าของวัคซีนใบยาว่า กำลังจะทดสอบในมนุษย์ช่วงเดือนกันยายน 2564 เบื้องต้นจะเปิดรับอาสาสมัครประมาณ 100 คน ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุระหว่าง 18-55 ปี และ 65-75 ปี โดยหลังจากทดสอบระยะที่ 1 จะดูผลด้านความปลอดภัยและการกระตุ้นภูมิ รวมถึงความสามารถในการจัดการกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ อย่างเช่นสายพันธุ์เดลต้า  นอกจากนี้ยังมีทีมที่กำลังทำวิจัยและพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ที่จะเป็นรุ่นที่ 2  ซึ่งมีการปรับสูตรให้สามารถกระตุ้นภูมิได้ดีขึ้น สำหรับทำเป็นวัคซีนค็อกเทลที่ใส่หลายสายพันธุ์เข้าไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใส่หลายสายพันธุ์ลงไปในวัคซีนได้ และหากเป็นไปตามแผนและผ่านการทดสอบตามกระบวนการแล้ว คาดว่าจะเริ่มนำวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนได้ประมาณช่วงกลางปี 2565 โดยประชาชนจะรับการฉีดวัคซีน จำนวน 2 เข็ม เว้นระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 กับเข็มที่ 2 เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งโรงงานผลิตมีกำลังการผลิตอย่างน้อย 1-5 ล้านโดสต่อเดือน

Advertisement

ความก้าวหน้าของวัคซีนใบยา ถือเป็นตัวอย่างความมุ่งมั่นของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของไทยที่ไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใดล้วนร่วมมือร่วมใจในการเอาชนะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเราทุกคนก็ร่วมสู้วิกฤตในครั้งนี้ได้ โดยดูแลป้องกันตนเองด้วยการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ และที่สำคัญ อย่าลืมไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อถึงคิว ฉีดวัคซีนเพื่อสังคมไทย สู้โควิด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image