บึงราชนก จังหวัดพิษณุโลก นับเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันเกิดความเสื่อมโทรมและมีสภาพตื้นเขิน อันเกิดจากตะกอนดินที่สะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้การใช้ประโยชน์ในการเป็นพื้นที่รับและกักเก็บน้ำไม่เต็มศักยภาพ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่อย่างต่อเนื่องสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก
จากปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน จึงเดินหน้าโครงการฟื้นฟูบึงราชนก จังหวัดพิษณุโลก ตามแผนงานหลัก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ‘ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล’ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเผยความคืบหน้าว่า บึงราชนก เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ไม่มีการขุดลอกมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้สภาพบึงตื้นเขินไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ ประกอบกับในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำที่ไหลจากพื้นที่รับน้ำและแม่น้ำวังทอง ไม่สามารถไหลเข้าบึงราชนกได้ ทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณพื้นที่โดยรอบบึง 
สำหรับแผนการฟื้นฟูบึงราชนก จะมีการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูบึงราชนก เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มศักยภาพการเก็บกัก รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ด้วยการปรับปรุงคลองระบายน้ำคลองวงพาด-หนองตาแหวน พร้อมอาคารประกอบ และคลองระบายน้ำ D1L – LD7 , LD8 เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติมน้ำเข้าสู่บึง แล้วเสร็จในปี 2563 พร้อมวางแผนดำเนินการขุดลอกพื้นที่บึงเพื่อฟื้นฟูแหล่งเก็บกักน้ำ ในปี 2564-2567 จำนวน 6 จุด พื้นที่รวม 3,526 ไร่ สามารถเก็บกักน้ำได้ 28.85 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการออกแบบแล้วเสร็จ และจะเร่งดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้แล้วเสร็จตามกำหนด
ดร.ทวีศักดิ์ ยังบอกอีกว่า กรมชลประทานมีแผนดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านดงข่อย ประตูระบายน้ำบ้านก่อ ระบบระบายน้ำบ้านบึงราชนก และการขุดลอกคลองชักน้ำแม่น้ำวังทอง หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในบึงราชนก ให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับพื้นที่รอบบึงได้ใช้ประโยชน์อย่างไม่ขาดแคลนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ บรรเทาปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ประชาชนรับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 22,370 ครัวเรือน และเกิดความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตและการอรุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป


