‘กระบี่’ ขานรับมติครม. ทัวร์เที่ยวไทย-เที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ดัน “กิน ช้อป เที่ยว ทริปเดียวทั่วกระบี่” กระตุ้นศก.ท้องถิ่น

จังหวัดกระบี่ ขานรับมติครม. หลังเคาะขยายโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” พร้อมปรับหลักเกณฑ์ “ทัวร์เที่ยวไทย” ให้เดินทางได้ทุกวัน พร้อมชูกิจกรรม “กิน ช้อป เที่ยว ทริปเดียวทั่วกระบี่” สอดแทรกสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน โอทอป อาหารถิ่น ไว้ในแผนท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น แสดงความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดเมือง พ่อเมืองกระบี่คาดจะมีคนท่องเที่ยวให้การตอบรับดีและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ 

จังหวัดกระบี่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างประเทศ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางเข้ามาจำนวนมากถึงปีละ 6.9 ล้านคน โดยจุดมุ่งหมายเป็นเกาะพีพี อ่าวนาง เกาะลันตา หรือสระมรกต ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมาก ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ประสบปัญหา เกิดการเลิกจ้างพนักงาน มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลกระทบต่อเนื่องจากการไม่มีนักท่องเที่ยวยังลุกลามมายังภาคเกษตรกรรมที่ไม่มีแหล่งจำหน่าย รวมถึงรายได้ในการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนลดลงตามไปด้วย

พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันลดลงอย่างต่อเนื่อง จังหวัดได้มีการพัฒนาและเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังจังหวัดกระบี่ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป 

และตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับปรุงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของ “โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” และ “โครงการทัวร์เที่ยวไทย” โดยเปลี่ยนแปลงระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินโครงการฯ ทั้ง 2 โครงการ เป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมปรับหลักเกณฑ์ “ทัวร์เที่ยวไทย” ให้สามารถเดินทางได้ทุกวัน และเพิ่มแพคเกจนำเที่ยวเป็น 30 รายการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการและให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม นี้นั้น จังหวัดกระบี่จึงได้เตรียมการพัฒนาบุคลากรด้านโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทางการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ในกิจกรรม “กิน ช้อป เที่ยว ทริปเดียวทั่วกระบี่” ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยว อาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ของจังหวัดกระบี่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดและชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตามแนวคิด “แอ่งเล็กเช็คแอ่งใหญ่” ของกรมการพัฒนาชุมชน ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวชุมชน อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) จังหวัดกระบี่ มีรายได้เพิ่ม

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวต่อว่า นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตนได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น ภายในจังหวัดกระบี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มากมาย โดยเฉพาะหมู่บ้านซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยว ซึ่งมีมากถึง 49 ชุมชน และยังมีสินค้าโอทอปที่มีชื่อเสียง รวมทั้งอาหารพื้นบ้าน “ของหรอยเมืองกระบี่” ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดมากมาย ส่วนความพร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมที่พักในการเปิดรับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ มีความพร้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งมีโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน Sha plus ที่พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ รวมกว่า 200 แห่ง

“ผมขอแนะนำชุมชนท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะเยี่ยมชมก่อนจะถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เช่น ชุมชนบ้านไหนหนัง และชุมชนบ้านนาตีน อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งอยู่ในเส้นทางที่จะเดินทางไปอ่าวนาง ชุมชนบ้านอ่าวลึก ชุมชนบ้านแหลมสัก และชุมชนบ้านถ้ำเพชร อำเภออ่าวลึก ที่อยู่ในเส้นทางไปไหว้พระที่วัดมหาธาตุวชิรมงคล หรือวัดบางโทง ชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง และชุมชนบ้านร่าหมาด อำเภอเกาะลันตา และอยู่ในเส้นทางที่จะเดินทางไปเกาะลันตา ชุมชนบ้านนา อำเภอคลองท่อม อยู่ในเส้นทางที่จะเดินทางไปสระมรกต ในชุมชนเหล่านี้มีสินค้าโอทอปที่เป็นของใช้ของฝากมากมาย เช่น ผ้าบาติก ผ้าทอทุ่งทะเล จักสานเตยปาหนัน มะม่วงหิมพานต์ กาแฟ น้ำผึ้ง เรือหัวโทงจำลอง รวมทั้งอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงแพะ หลนปูดำ ห่อหมกปูขนมผูกรัก ปอเปี๊ยะโอต้าว บัวลอยมะพร้าวอ่อน เป็นต้น” 

พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี กล่าวอีกว่า จังหวัดกระบี่ได้เตรียมความพร้อม “กิน ช้อป เที่ยว ทริปเดียวทั่วกระบี่” ของจังหวัด จะต้องมีการส่งเสริมจำหน่ายสินค้าชุมชน และอาหารพื้นบ้าน เช่น การจัดสถานที่ให้สินค้าโอทอปมาวางจำหน่าย การกำหนดให้อาหารพื้นบ้านเป็นเมนูประจำร้านอาหาร หรือโรงแรม รวมถึงจะมีการแนะนำชุมชนท่องเที่ยวอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและเชิญชวนนักท่องเที่ยวซึ่งแต่เดิมจะมาเที่ยวเฉพาะแอ่งใหญ่หรือจุดท่องเที่ยวหลัก ให้ไปเที่ยวยังชุมชน รวมถึงมีการบริโภคอาหารพื้นบ้านและสินค้าชุมชนมากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายก็จะทำให้ทำให้คนที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวซึ่งแต่เดิมมีเฉพาะในเมืองและแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ได้กระจายไปยังชุมชน จำนวนคนที่ได้รับประโยชน์มีมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในที่สุด

ในตอนท้าย พ่อเมืองกระบี่ ได้ย้ำความมั่นใจด้านมาตรการความปลอดภัยของโควิด-19 ในจังหวัด โดยให้ประชาชนการปฏิบัติตามหลัก D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด และยังส่งเสริมให้ประชาชนปลูกสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไว้รับประทานเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่า ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม/ ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการต่าง ๆ ของ ศบค. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์’นำ‘พณ.-เอกชน’ ปลุกพลังส่งออก พลิกเศรษฐกิจไทย โดย นวลนิตย์ บัวด้วง
บทความถัดไปไทย-อินโด ถกปลดล็อกอุปสรรคส่งออก เล็งธ.ค.ประชุมเจทีซี ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ