ประเทศจีนกับสหประชาชาติ 50 ปีในการปฏิบัตินโยบายพหุภาคีอย่างแท้จริง

ปี ค.ศ. 2021 เป็นปีครบรอบ 50 ปีสำหรับการฟื้นฟูสิทธิอันชอบธรรมของสาธารณรัฐ ประชาชนจีนในสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ประเทศจีนได้จัดการประชุมเฉลิมฉลองอัน ยิ่งใหญ่ โดยมี ฯพณฯ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาสำคัญ  นายอังตอนียู กูแตรึช เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติและแขกผู้มีเกียรติต่างประเทศได้ร่วมการประชุมและกล่าวคำ ปราศรัยด้วย ท่านเลขาธิการใหญ่ อังตอนียู กูแตรึช ได้พูดกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงว่า ขอบคุณที่ ประเทศจีนได้สนับสนุนระบบพหุภาคีและการทำงานของสหประชาชาติมาโดยตลอด ซึ่งได้แสดงบทบาทและสร้างคุณูปการอันสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลก

ประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศก่อตั้งสหประชาชาติ และก็เป็นประเทศแรกที่ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ หลังจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาขึ้น เคยถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าร่วมสหประชาชาติเป็นระยะหนึ่ง แต่ความพยายามในการส่งเสริมสันติภาพและการ พัฒนาของประชาชนจีนไม่เคยหยุดยั้ง และได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้นจากประเทศที่ ยึดความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 25 เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1971 การประชุมใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 26 ได้ผ่านข้อมติที่ 2758 โดยได้รับเสียงเห็นชอบข้างมากที่จะฟื้นฟูสิทธิอันชอบธรรมทุก ประการของสาธารณรัฐประชาชนจีนในสหประชาชาติ  รับรองว่าผู้แทนจากรัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาชนจีนเป็นผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงแต่ผู้เดียวของประเทศจีนในสหประชาชาติ การ ที่ประเทศจีนใหม่ได้ฟื้นฟูสิทธิอันชอบธรรมในสหประชาชาตินั้น เป็นสัญลักษณ์ว่าประชาชน จีนที่มีประชากรจำนวนหนึ่งในสี่ของทั่วโลกได้กลับสู่เวทีสหประชาชาติอีกครั้ง ซึ่งมีความหมายอันสำคัญยิ่งต่อประเทศจีนและทั่วโลก

50 ปีที่ผานมา ประเทศจีนได้ปกป้องรักษาระเบียบโลกมาโดยตลอด โดยได้ยึดมั่นระบบพหุภาคี ปกป้องรักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง ปกป้องรักษาระเบียบโลกที่มีกฎหมายระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน และปกป้องรักษาบทบาทสำคัญของสหประชาชาติในกิจกรรมระหว่างประเทศ ประเทศจีนได้เข้าร่วมในองค์กรภาครัฐระหว่าง ประเทศทั่วไปแทบทุกองค์กร ได้ลงนามในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 600 กว่าฉบับ ปฏิบัติตามพันธกรณีและคำมั่นสัญญาระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

50 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ปกป้องสันติภาพของโลกมาโดยตลอด  ประเทศจีนได้ปฏิบัติตามหน้าที่และภารกิจในฐานะที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ ส่งเสริมแก้ไขข้อพิพาททางการเมืองโดยสันติวิธี ได้ส่งห้าหมื่นกว่าคน เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เป็นประเทศที่แบกรับค่าใช้จ่ายสหประชาชาติมากเป็นอันดับที่สอง และก็เป็นประเทศที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรักษาสันติภาพมากเป็นอันดับที่สองด้วย ประเทศจีนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาประเด็นร้อนของภูมิภาคและโลก ได้สร้างคุณูปการอันสำคัญสำหรับสันติภาพ การพัฒนาและความมั่นคงของโลก

50 ปีที่ผ่านมา  ประเทศจีนได้พยายามส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันมาโดยตลอด ในฐานะที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุด จีนเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ได้บรรลุเป้าหมายการ พัฒนาแห่งสหัสวรรษ และได้บรรลุเป้าหมายบรรเทาความยากจนตามกระบวนการพัฒนาอย่าง ยั่งยืนปี 2030 ก่อนกำหนดเป็นเวลา 10 ปี ประชาชนที่พ้นจากความยากจนคิดเป็นร้อยละ 70 ของทั่วโลก ในการประชุมใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 76 ของปีนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้เสนอ “ข้อริเริ่มการพัฒนาของโลก”  เพื่อให้ประชาคมโลกเร่งรัดในการปฏิบัติตามกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030 ให้การพัฒนาของโลกเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง สีเขียว และมั่นคง เพื่อสร้างประชาคมร่วม อนาคตสำหรับการพัฒนาของโลก

50 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้เสนอสินค้าสาธารณะอย่างแข็งขันมาโดยตลอด เมื่อเผชิญกับ โรคโควิด-19 เราได้ดำเนินการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างฉุกเฉินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ประเทศจีนใหม่สถาปนาขึ้น จนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้ ได้ส่งมอบวัคซีนให้ทั่วโลกเป็น จำนวน 1500 กว่าล้านโดส ได้สร้างคุณูปการเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงและจ่ายค่า วัคซีนได้ และเพื่อให้มนุษย์เราสามารถเอาชนะกับโรคโควิด-19 ได้ในเร็ววัน ประเทศจีนส่งเสริมการพัฒนาโครงการ “สายแถบและเส้นทาง” อย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ความเชื่อมโยงกันเป็นพลังขับเคลื่อนสำหรับการพัฒนาร่วมกันของนานาประเทศ จนกลายเป็นเป็นสินค้าสาธารณะที่ได้รับการนิยมอย่างมากและเวทีความร่วมมือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการตอบสนองอย่างดีจาก 140 ประเทศ และ 32 องค์กรระหว่างประเทศ

ปัจจุบันนี้ โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อนในร้อยปีที่ผ่านมา บวกกับการ แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นฟูอย่างลำบาก การกระทำเพียงฝ่ายเดียว พฤติกรรมข่มเหงรังแก และระบบพหุภาคีที่ไม่ใช่แท้จริงนั้น ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อสหประชาชาติและระบบระหว่างประเทศในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน สันติภาพและการพัฒนายังเป็นกระแสหลักของยุคสมัย เสียงของสังคมโลกในการเรียกร้องให้ปกป้องระบบพหุภาคี ส่งเสริมความร่วมมือและสามัคคี ร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่มีขึ้นทุกวัน

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เเละความท้าทายใหม่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้กล่าวถึงอนาคต ในการประชุมเฉลิมฉลองฯ นำเสนอข้อเสนอและข้อริเริ่มของประเทศจีนในการส่งเสริมความร่วมมือกับสหประชาชาติเเละปฏิบัติตามระบบพหุภาคีอย่างเเท้จริงดังต่อไปนี้

เราควรปกป้องรักษาอำนาจเเละบทบาทของสหประชาชาติ ร่วมกันปฏิบัติตามระบบพหุภาคีที่เเท้จริง ประเทศต่าง ๆ ควรปกป้องรักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง ปกป้องรักษาระเบียบโลกที่มีกฎหมายระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน และปกป้องรักษาหลักการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ถือวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติเป็นพื้นฐาน

กติการะหว่างประเทศนั้น มีเพียงแต่สมาชิก 193 ประเทศของสหประชาชาติเท่านั้น ที่ร่วมกันกำหนดได้ บางประเทศหรือกลุ่มประเทศไม่มีสิทธิ์ในการตัดสิน ควรได้รับการปฏิบัติร่วมกันสำหรับสมาชิก 193 ประเทศของสหประชาชาติ ไม่มีและไม่ควรมีข้อยกเว้น

สำหรับสหประชาชาติ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกควรถือท่าทีที่เคารพ ร่วมกันรักษาครอบครัวใหญ่นี้ให้ดี ไม่ควรมีกรณีที่ว่าความเห็นตรงกันก็นำมาใช้ ความเห็นต่างกันก็เอาไปทิ้งอย่างเด็ดขาด เพื่อให้สหประชาชาติมีบทบาทในเชิงบวกมากขึ้นในการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของมนุษยชาติ

ประเทศจีนยินดีที่จะร่วมกับนานาประเทศ ยึดตามแนวคิดร่วมคิด ร่วมสร้าง และร่วมแบ่งปัน เเสวงหาเเนวคิดความร่วมมือ พัฒนารูปแบบความร่วมมือใหม่ เพิ่มประสบการณ์ระบบพหุภาคีในสถานการณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

คำกล่าวอันสำคัญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเเละ การตอบรับอย่างดีจากประชาคมโลก ในจุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์นี้ ประเทศจีนยินดีที่จะร่วมกับนานาประเทศ เสริมสร้างความสามัคคีในกรอบสหประชาชาติ เดินตามเส้นทางระบบพหุภาคีอย่างแน่วแน่ ต่อสู้เพื่ออนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติเเละสันติภาพ การพัฒนาอันยั่งยืนของโลก

ผู้เขียนโดย นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon