ภาพเมืองกรุงเทพฯ ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกฝุ่นหนาที่เคยเขย่าขวัญคนกรุงเมื่อ 3 ปีก่อน กำลังจางไปพร้อมๆ กับฝุ่นในปี 2565 นี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นความโชคดีที่สภาพอากาศค่อนข้างเป็นใจ แต่อีกส่วนหนึ่งคือความตั้งใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันทำให้เกิดปริมาณฝุ่นที่ลดลง
ถ้าเรายังจำกันได้ถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครช่วงหน้าหนาวหลายปีมานี้เข้าถึงขั้นที่เรียกได้ว่า “วิกฤติ” คือมีปริมาณสูงกว่า 50 มค./ลบ.ม. ยิ่งในช่วงเดือนมกราคมของทุกปีเป็นช่วงที่มีความกดอากาศสูงลมอ่อนหรือสงบนิ่ง ประกอบกับมีการผกผันกลับของอุณหภูมิ (Inversion) ในระดับล่าง ส่งผลให้ระดับเพดานการลอยตัวและการกระจายตัวของฝุ่นละอองอยู่ในระดับต่ำ การไหลเวียนและถ่ายเทของอากาศไม่ดี จึงทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศและมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นไปแตะถึง 90 มค./ลบ.ม. ซึ่งเป็นระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก สร้างความแตกตื่นและตื่นตัวเรื่องฝุ่น PM 2.5 กับคนในสังคมไปพร้อมกัน
![]() |
![]() |
กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” โดยมีคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ร่วมกันทบทวนและปรับปรุงแผนในการควบคุมมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเข้มงวดควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะจากยานพาหนะ ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ประชาชนในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เพื่อลดมลพิษ รณรงค์ไม่ขับช่วยดับเครื่อง รวมทั้งลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง พร้อมทั้งออกปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงานตรวจวัดรถยนต์ควันดำในพื้นที่ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มจุด/ความถี่ในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำให้ครอบคลุมพื้นที่ในช่วงวิกฤตเพื่อให้สามารถระงับการใช้รถควันดำ
ผลการดำเนินงานควบคุมมลพิษอากาศหรือควันดำจากยานพาหนะ
(ตุลาคม ๒๕๖๔ – มกราคม ๒๕๖๕ )
– รถยนต์ใช้งานปล่อยควันดำตรวจวัดได้ ๗๔,๕๓๘ คัน ออกคำสั่งห้ามใช้ ๘๕๗ คัน
– รถสองแถว ตรวจวัดได้ ๒๒๗ คัน ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกคัน
– รถราชการในสังกัด กทม. มีรถราชการที่เข้ารับบริการ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่ ๑,๑๓๘ คัน ไม่ผ่านมาตรฐาน ๖๒ คัน แก้ไขให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ๔๙ คัน แก้ไขไม่ได้ ๑๓ คัน

จากการติดตามข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ประชาชนได้ทราบ พร้อมแนะนำการป้องกันสุขภาพอนามัยตนเองจากฝุ่นละอองแบบ Real time ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่สถิติผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM 2.5 ปี 2561 – 2564 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม พบว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเคยวิกฤติกลับมีแนวโน้มลดลงจากปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมของปี 65 นี้ ลดลงจากปีก่อนถึง 47% อยู่ในระดับดี – ดีมากตลอดทั้งเดือนและคาดว่าจะยาวไปจนถึงสิ้นสุดเดือนมีนาคม

แถบสีฟ้าที่แสดงถึงคุณภาพอากาศที่ดีมาก มีปริมาณฝุ่นละอองไม่เกินมาตรฐานหลายวันติดต่อกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกันรักษามาตรฐานของปริมาณฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ ไม่ให้กลับไปอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายได้อีกเพื่อลมหายใจที่สะอาดสดชื่นของทุกคน ไม่เฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือจากประชาชนและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการลดมลพิษทางอากาศ การพิจารณาเร่งรัดการออกนโยบายและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อควบคุมและลดการระบายฝุ่นละออง PM 2.5 จากแหล่งกำเนิด เช่น มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อควบคุมและลดปริมาณมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปอีกด้วย



