ย้อนรอยบางระกำ ความทุกข์ระทมของเกษตรกรในพื้นที่
จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัยที่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรแทบทุกปี เมื่อปี 2559 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเวลานั้น ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหา และได้สั่งการกรมชลประทานพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการในรูปแบบประชารัฐ ด้วยการปรับแผนการเพาะปลูกพืชนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตชลประทาน วางแผนการส่งน้ำสำหรับปลูกข้าวนาปีให้เร็วขึ้น เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย จากเดิมที่เคยปลูกในเดือนพฤษภาคมก็เขยิบขึ้นมาเป็นเดือนเมษายน เพื่อที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในเดือนกรกฎาคม
กระทั่งสำเร็จเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่สอดคล้องกับธรรมชาติและภูมิสังคม เพราะนอกจากหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะได้รับจากอุทกภัยแล้ว ยังใช้พื้นที่นาที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำในฤดูน้ำหลากได้ เรียกว่า “บางระกำโมเดล 60”
ปฏิทินเริ่มต้นเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำได้ถูกกาในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี บนพื้นที่ 265,000 ไร่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมดโดยไม่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลังจากเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จทั้งโครงการ กรมชลประทานได้ใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำเป็นพื้นที่หน่วงน้ำรองรับปริมาณน้ำหลากจากกลุ่มน้ำยมและปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ สามารถนำน้ำเข้าไปกักเก็บในทุ่งบางระกำ ช่วยชะลอปริมาณน้ำได้ถึง 400-500 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการควบคุมระดับน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรหลักของชาวบ้าน
ในระหว่างที่กักเก็บน้ำไว้ในทุ่งบางระกำ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้บูรณาการการส่งเสริมอาชีพ นำพันธุ์ปลามาปล่อยเพื่อให้เกษตรกรทำประมงเป็นรายได้เสริม ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากปลา ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ในช่วงฤดูน้ำหลาก และเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย จึงได้เริ่มระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำ เพียงคงปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไว้สำหรับให้เกษตกรใช้เตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 (นาปรัง)

‘บางระกำโมเดล ปี 6’
ส่งน้ำช่วยเกษตรกรเพาะปลูกแล้วกว่า 5 หมื่นไร่
โครงการบางระกำโมเดลได้รับผลตอบรับที่ดีจาเกษตรกรทำนาปีในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและประชาชนทั่วไป ช่วยลดพื้นที่นาข้าวเสียหายจากน้ำหลากได้เกือบ 100% บรรเทาอุทกภัยในเขตพิษณุโลกและสุโขทัย เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการประมงภายหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 6 โดย นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าของปีนี้ว่า หลังจากที่กรมชลประทานได้เริ่มส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรหมพิราม อำเภอบางระกำ อำเภอเมือง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย รวม 265,000 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการส่งน้ำเข้าทุ่งไปแล้ว 46.43 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 15 จากแผนจัดสรรน้ำทั้งหมด 310 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว 141,621 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 53.44 ของพื้นที่ทุ่งบางระกำทั้งหมด
“ทุ่งบางระกำเป็น 1 ใน 11 ทุ่งที่กรมชลประทานปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากปี 2565 จะมาถึง และจะเดินหน้าส่งน้ำเพื่อให้เกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวนาปีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ภายหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ช่วยป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดพิษณุโลก และตัวเมืองสุโขทัย รวมทั้งด้านท้ายน้ำตั้งแต่จังหวัดพิจิตรลงไป หน่วงน้ำไว้รอการระบายไม่ให้เกิดผลกระทบกับลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ขณะเดียวกับได้ร่วมกับกรมประมง จัดหาพันธุ์ปลาน้ำจืดมาปล่อยเข้าทุ่งบางระกำ ช่วยสร้างอาชีพประมงให้เป็นรายได้เสริมกับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งเช่นเดียวกับทุกปี พอถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ก็จะระบายน้ำจากทุ่งให้เหลือน้ำค้างทุ่งประมาณ 30% ไว้ให้เกษตรกรเตรียมแปลงทำนาปรังต่อไป เป็นการประหยัดน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักได้เป็นอย่างมาก”
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดเวลาดำเนินโครงการบางระกำโมเดลตั้งแต่ปี 2560 ได้รับความพึงพอใจและการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เนื่องด้วยช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก จากเดิมที่จะมีพื้นที่นาถูกน้ำท่วมเสียหายนับแสนไร่ ตั้งแต่เริ่มโครงการในปีแรกก็ไม่พบพื้นที่นาปีของทุ่งบางระกำได้รับความเสียหายจากฤดูน้ำหลากอีกเลย ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นการตอบโจทย์เกษตรพื้นที่ลุ่มต่ำ ลดผลผลิตเสียหาย นับว่าโครงการบางระกำช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ผู้ใช้น้ำได้ทั้งลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

บรรยายภาพ: ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามการเตรียมพร้อมการปล่อยน้ำเข้าทุ่งบางระกำ ตามแผนการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีให้เร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบผลิตเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก ณ บริเวณคลองแยงมุม ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

